FoodTech ปฏิวัติโลก อาหารคือความมั่นคงของประเทศ-
“ครัวไทยครัวโลก” คืออีกหนึ่งนโยบายที่รัฐบาลหลายยุคพยายามผลักดัน เช่นเดียวกับ “สตาร์ตอัพ” ที่ภาครัฐตั้งความหวังว่าจะช่วยสร้าง New S-curve แต่ “กระทิง พูลผล” Managing Partner ของ 500 TukTuks และผู้ก่อตั้ง ดิสรัปท์ เทคโนโลยี เวนเจอร์ ระบุว่า สตาร์ตอัพไทยที่มุ่งลุย “FoodTech” นวัตกรรมขั้นสูงสำหรับวงการอาหารบ้านเรายังมีน้อย และยังเน้นที่โลจิสติกส์ ดีลิเวอรี่ มากกว่าจะมุ่งที่ “เนื้อ” อาหาร อย่างฝั่งอเมริกาหรือยุโรป ที่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำจากวัตถุดิบใหม่ ๆ เช่น “Endless West” ที่วิเคราะห์โมเลกุลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ แล้วนำมาสกัดวัตถุดิบผสมออกมาโดยไม่ต้องใช้เวลาบ่ม, “Impossible Burger” ที่คิดค้นเบอร์เกอร์ที่ใช้ “พืช” มาผลิตเป็นเนื้อในเบอร์เกอร์ ซึ่งอาหารเหล่านี้ไม่ใช่แค่มีรสชาติดี แต่ยังดีกับสิ่งแวดล้อม
“2 ปีที่ผ่านมา 500 TuKTuks ลงทุนในสตาร์ตอัพไป 55 บริษัท มี FoodTech แค่ 4 ราย เพราะยังไม่ค่อยมีที่โฟกัสในเรื่องนี้ ทั้งที่คนยังต้องกินทุกวัน และอาหารคือศักยภาพของประเทศไทย เพียงแต่รูปแบบอาหารที่เป็นที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมและแนวคิดของผู้บริโภครุ่นใหม่”
ขณะที่ฝั่งอเมริกา มีเงินลงทุนใน FoodTech เพิ่มต่อเนื่อง จาก 60 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2551 เป็นกว่า 1 พันล้านเหรียญในปี 2558 ทั้งยังมีไม่น้อยที่ก้าวสู่ “ยูนิคอร์น” (มีมูลค่าบริษัทเกินพันล้านเหรียญ) และคาดว่า ในปี 2565 FoodTech ทั่วโลกจะมีมูลค่ากว่า 250.43 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นมูลค่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10.01 พันล้านเหรียญสหรัฐ
“FoodTech is the next digital และจะปฏิวัติทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ฟาร์มไปจนถึงบนโต๊ะอาหาร หากไทยทำได้เร็วและแข็งแกร่งจะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมด้านอาหารและค้าปลีกอาหารในอาเซียนได้ไม่ยาก เพราะอาหารคือความมั่นคงของประเทศ ทั้งเชื่อว่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่ผลักดันให้สตาร์ตอัพไทยก้าวสู่ยูนิคอร์น”
ในปีนี้ “500 TukTuks” ได้ลงทุนในสตาร์ตอัพไปแล้วกว่า 25 ล้านบาท และตั้งเป้าจะลงทุนอีก 100 ล้านบาท ในช่วงปี 2562-2563 ซึ่งจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนได้อีกกว่า 1,000 ล้านบาทด้วย
ขณะที่ “วิลเลี่ยม ไฮเน็ค” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เจ้าของธุรกิจอาหารและโรงแรมแบรนด์ดัง ทั้งในไทย และอีก 40 ประเทศทั่วโลก เปิดเผยว่า เตรียม 1,000 ล้านบาท สำหรับลงทุนในนวัตกรรม FoodTech ทั้งยังตั้งหน่วยธุรกิจใหม่เพื่อรองรับ “ดิสรัปเตอร์” ที่จะมาร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ปฏิวัติและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยให้แข็งแกร่งสู่ระดับโลก
“กระแสดิสรัปต์เกิดขึ้นทั่วโลก ใครจะคิดว่าอินสตาแกรมจะเข้ามาดิสรัปต์ธุรกิจอาหารได้ แต่ทุกวันนี้ 50% ของรูปใน IG คือรูปของอาหาร ทำให้อาหารที่ดีต้องถ่ายรูปได้สวยด้วย แม้วันนี้ไมเนอร์กรุ๊ปยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่แทนที่จะรอให้ถูกดิสรัปต์ ไมเนอร์เลือกจะเข้าไปดิสรัปต์อุตสาหกรรมแทน อย่างที่ผ่านมาเราเป็นผู้นำวงการในการนำบริการดีลิเวอรี่เข้ามาในไทยเป็นเจ้าแรก ซึ่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ กำลังเข้ามาเปลี่ยนวิธีในการทำธุรกิจ เปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภค รวมถึงวิธีการแสดงความคิดเห็น ทำให้ธุรกิจยุคนี้ไม่ได้แข่งขันกับคู่แข่ง แต่จะแข่งกันในด้านนโยบาย ระบบความสัมพันธ์ต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งธุรกิจที่จะอยู่รอดได้ ต้องมีนวัตกรรมที่ดีและปรับตัวได้เร็วที่สุด”
โดยเทคโนโลยีที่สนใจในตอนนี้คือการนำ AI เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้นไปอีก และนวัตกรรมทั้งหลายที่จะนำมาใช้ไม่ใช่เฉพาะในไทย แต่หมายถึงการขยายให้ครอบคลุมทั้งอาเซียนและธุรกิจทั้งกรุ๊ป ซึ่งเชื่อมั่นว่านักพัฒนาไทยมีศักยภาพ และสภาพตลาดในไทยเหมาะสมสำหรับเป็นพื้นที่ริเริ่มนวัตกรรมด้าน FoodTech ทั้งด้วยจุดแข็งด้านอาหาร และการแข่งขันในตลาดที่รุนแรง “ใครอยู่รอดในตลาดไทยได้ก็เชื่อว่าจะไปรอดทุกตลาด”
สิ่งที่สำคัญคือ “ต้องตัดสินใจให้เร็ว ลงมือทำให้เร็ว เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งไมเนอร์พร้อมจะซัพพอร์ตนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ มาถูกที่ถูกเวลา และมีศักยภาพคนในทีมที่ถูกต้องและมี passion ที่ต้องการจะชนะจึงจะประสบความสำเร็จได้”
รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
อย่าลืมกดติดตาม และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android
อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”
