กระทรวงเกษตรฯไม่หวั่น “แล้ง” เพิ่มข้าวโพดหลังนา 5 จังหวัด
ก.เกษตรฯเข็นโครงการข้าวโพดหลังนา ชง ครม.ขยายเพิ่มอีก 5 จว. หลังพบยอดเกษตรกรร่วม 9.5 แสนราย เล็งหารือผู้ผลิตอาหารสัตว์ 13 รายรับซื้อ
นายสำราญ สาราบรรณ์ รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯเตรียมจะขยายพื้นที่ปลูกข้าวโพดนอกเหนือจังหวัดเป้าหมายที่กำหนดไว้เดิม 33 จังหวัด ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา ที่ปัจจุบันมีจำนวน 954,102.25 ไร่ เกษตรกร 109,502 ราย ใน 33 จังหวัด โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก ติดตามผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรพบว่า มีผู้สนใจ 107,967.75 ไร่ เกษตรกร 10,662 ราย แต่เนื่องจากมีเกษตรกรจากจังหวัดอื่นที่สนใจจึงอยู่ระหว่างสำรวจเพิ่มเติมอีก 5 จังหวัด คือ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ เลย และเชียงใหม่ คาดว่าจะมีอีกประมาณ 40,000 ไร่ เบื้องต้นโดยจะพิจารณาร่วมกับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยภายในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนา เป้าหมาย 2 ล้านไร่ แล้วประมาณ 9 แสนไร่ และจะปิดรับผู้เข้าร่วมโครงการ 15 พ.ย. 2561 ซึ่งหลายฝ่ายกังวลปัญหาน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ที่ปริมาณต่ำกว่า 50% อาจส่งผลกระทบต่อ 33 จังหวัดเป้าหมายที่จะเพาะปลูกข้าวโพดหลังนา ทำให้เกษตรกรไม่เข้าร่วมโครงการประมาณ 10-15% หรือประมาณ 1.4 แสนไร่ จากที่ลงทะเบียนไปแล้ว
“กระทรวงเกษตรฯขอใช้งบฯกลางจากรัฐบาล 461 ล้านบาท หากไม่ถึงเป้าหมายหรือได้เพียง 1 ล้านไร่ ก็จะใช้งบฯ 200 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือคืนรัฐบาล และหากสถานการณ์น้ำแล้ง หรือกรมชลประทานจำเป็นต้องงดการจ่ายน้ำ เพื่อสนับสนุนการทำการเกษตรใน 7 เขื่อนที่มีน้ำน้อย ส่วนจะทำให้ไม่ถึงเป้าหมาย 2 ล้านไร่ ก็ต้องยอมรับและจะไม่ดันทุรัง”
นายกิตติชน ตียาพันธุ์ ตัวแทนบริษัท แปซิฟิก เมล็ดพันธุ์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้เข้าร่วมโครงการข้าวโพดหลังนามาตั้งแต่ปีที่แล้ว จากการสำรวจฤดูนาปรังปีนี้พบว่ามีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมเพิ่มขึ้น เนื่องจากการสนับสนุนของหน่วยงานรัฐและบริษัทเองร่วมกับพันธมิตร บ.เบทาโกร บริษัทจะดูแลตลอดตั้งแต่เรื่องของเมล็ดพันธุ์ให้มีคุณภาพทุกขั้นตอนจนถึงจุดรับซื้อสหกรณ์
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ขณะนี้มีเอกชน 13 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย 1.บริษัท ไทยฟูดส์ อาหารสัตว์ 2.บริษัทซันฟีด 3.บริษัทก้าวหน้าอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ 4.บริษัทเบทาโกร 5.บริษัทกรุงไทยอาหาร 6.บริษัทแหลมทองสหการ 7.บริษัทอาร์ที อะกริเทค 8.บริษัทกรุงเทพโปรดิ้วส 9.บริษัทไทยลักซ์เอ็นเตอร์ไพรส์ 10.บริษัทสีพัฒนาอาหารสัตว์ 11.บริษัทคากิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) 12.บริษัทซีพีเอฟ และ 13.บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงเปิดรับบริษัทที่สนใจเข้าร่วมโครงการ