การลงทุนในสถาบัน ‘คลังสมอง’ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (2)
คอลัมน์ แตกประเด็น
โดย นิพนธ์ พัวพงศกร TDRI
ในทศวรรษที่ผ่านมา The Think Tank Initiative (TTI) ได้ให้การสนับสนุนองค์กร “คลังสมอง” ที่ทำวิจัยด้านนโยบายสาธารณะถึง 43 องค์กร ใน 20 ประเทศ ทั้งด้านเงินทุนและความช่วยเหลือทางด้านวิชาการ ผลงานในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาก็คือ องค์กรคลังสมองเหล่านั้นเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสามารถจัดทำข้อเสนอด้านนโยบายสาธารณะที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือให้แก่ผู้กำหนดนโยบายและผู้ทำงานการพัฒนาในภาคส่วนต่าง ๆ เพราะนโยบายเหล่านั้นล้วนแต่อาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือ ไม่ลำเอียง
ทุนสนับสนุนจาก TTI นี้ช่วยเติมเต็มช่องว่างและทลายข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เคยเป็นอุปสรรคต่อการผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพ ทั้งยังช่วยให้องค์กรคลังสมองเหล่านั้นสามารถวางแผนการดำเนินงานวิจัยสาธารณะในระยะยาว โดยเฉพาะอิสระในการกำหนดโจทย์วิจัยสำคัญของประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและสร้างศักยภาพของการเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดและดำเนินนโยบายสาธารณะ รวมถึงโอกาสในการทำงานวิจัยที่ตอบสนองโดยตรงต่อความต้องการของประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดความยั่งยืนขององค์กร
ตัวอย่างของนโยบายสาธารณะที่ดีและส่งผลต่อการพัฒนาประชากรมีหลากหลาย อาทิ การให้ความรู้ความเข้าใจสาธารณะในเรื่องรูปแบบการเลือกตั้งในประเทศกัวเตมาลา เอกวาดอร์ และเปรู (Guatemala, Ecuador, Peru) รวมถึงการปรับปรุงนโยบายและโครงการควบคุมยาสูบในแอฟริกาตะวันตก (tobacco control in West Africa) การใช้ปุ๋ยในแอฟริกาตะวันออก (fertilizer use in East Africa) ตลอดจนเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและนโยบายการใช้พลังงานทดแทนในระดับรัฐของประเทศอินเดีย (renewable energy policy at the state level in India)
นอกจากเงินทุนสนับสนุนหลักแล้ว TTI ยังอำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือขององค์กร “คลังสมอง” ในระดับสากลอีกด้วย หนึ่งในความร่วมมือที่โดดเด่นมากคณะหนึ่งคือกลุ่ม Southern Voice ซึ่งเป็นเครือข่ายขององค์กรคลังสมองจากประเทศต่าง ๆ รวม 49 องค์กรที่มีบทบาทเป็นเวทีเปิดเพื่อให้มีการส่งผ่าน แลกเปลี่ยน และวิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัยนโยบายสาธารณะในแถบประเทศซีกโลกใต้เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 11-14 พฤศจิกายน 2561 นี้ ตัวแทนองค์กร “คลังสมอง” ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ให้การสนับสนุน ทุนวิจัย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิจัยนโยบายสาธารณะกว่า 200 คน จะมาร่วมประชุมแลกเปลี่ยนในงาน Think Tank Initiative Exchange ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ TTI ที่ก่อตั้งมาเกือบสิบปี เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3
และจะเป็นครั้งสุดท้ายนี้ เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงวิสัยทัศน์ อภิปรายถึงแผนการ และการเตรียมตัวรับมือกับความท้าทายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต อนึ่ง จากประสบการณ์ของประเทศไทยที่ต้องรับมือกับความท้าทายที่หลากหลาย อาทิ การเปิดการค้าเสรีในช่วงปี 2530 ความพยายาม
ในการยกเลิกกฎระเบียบว่าด้วยโทรคมนาคม และปัญหาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งทีดีอาร์ไอมีบทบาทและส่วนร่วมสำคัญในการนำเสนอแนวทางการรับมือกับความท้าทายเหล่านั้น ทำให้กรุงเทพฯเหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นสถานที่จัดเวทีเสวนาในครั้งนี้ ไม่ว่าผลการเสวนาจะเป็นอย่างไร ความจำเป็นที่ประเทศต่าง ๆ ต้องมีสถาบันวิจัยสาธารณะก็เหมือนกับความจำเป็นของประเทศไทยในตอนที่ก่อตั้งทีดีอาร์ไอ
ยิ่งกว่านั้นในอนาคตสังคมทั่วโลกจะต้องเผชิญกับความท้าทายที่ทวีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอพยพของประชากร ตลอดจนการทำงานในอนาคตที่จะเปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องจากความปั่นป่วนทางเทคโนโลยี ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ความต้องการข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ จากการวิจัยเพื่อหาคำตอบว่านโยบายสาธารณะใดที่สามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิผล จะยิ่งมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆในฐานะตัวกลางที่จะช่วยประสานภาครัฐและภาคประชาชนให้เข้าใจ
ประเด็นท้าทายเหล่านี้ สถาบันคลังสมองจึงต้องมีบทบาทสำคัญในการเร่งสร้างความเจริญของสังคมให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
อย่างไรก็ตาม สถาบัน “คลังสมอง” ก็จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการผลิตงานวิจัยนโยบายสาธารณะที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วนในสังคม การจัดเวทีสาธารณะเพื่อเสวนาด้านนโยบาย ทั้งนี้ ก็เพื่อช่วยให้สังคมเข้าใจและตระหนักถึงความท้าทายที่กำลังเผชิญหน้ากับทุกฝ่าย
ในฐานะที่สถาบันคลังสมองและภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมต่างมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาอย่างยั่งยืน สถาบันคลังสมองจึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยแสวงหาวิธีการพัฒนาที่ดีที่สุดสำหรับประเทศของตนเพื่อให้สามารถเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน