เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
Uncategorized ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 79,908 เหรียญสหรัฐ
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

ปิโตรเลียมรอบที่ 21

20 ธ.ค. 2561 | 07:35น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

การเปิดประมูลเพื่อยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจในทะเลอ่าวไทย G1/61 (แปลงเอราวัณเดิม) กับ G2/61 (แปลงบงกชเดิม) ในแง่ของรัฐบาลนั้นถือได้ว่า “ปิดฉาก” ลงอย่างงดงามจาก “ชัยชนะ” ของบริษัท ปตท.สผ.เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ ในทั้ง 2 แปลงภายใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาจาก พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514

ชัยชนะที่ว่านี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลและการบังคับใช้ได้จริงของ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม จากการต่อสู้กันมาอย่างยาวนานเกือบ 10 ปี ระหว่างแนวคิดเดิมในระบบการให้สัมปทาน กับแนวคิดในการนำระบบอื่นมาใช้ท่ามกลางการ “ถกเถียง” ระหว่างข้าราชการที่เชื่อว่า ระบบการให้สัมปทานแบบเดิมนั้น มีความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศ ซึ่งไม่ได้มีปริมาณปิโตรเลียมมากมายมหาศาล กับเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทยที่เห็นว่า รัฐน่าจะได้รับประโยชน์ “มากกว่า” ในการเปลี่ยนแปลงจากการให้สัมปทานมาเป็น “เจ้าของ” แหล่งและจ้างเอกชนผลิตในระบบจ้างผลิต service contract หรือ SC ซึ่งจะเลยเถิดไปถึงข้อเสนอในการตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า “บรรษัทพลังงานแห่งชาติ”

ผลของการต่อสู้ข้างต้นได้นำมาซึ่ง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่ 7) ซึ่งแน่นอนว่า ร่างขึ้นมาโดยข้าราชการกระทรวงพลังงานเจ้าของแนวคิดเดิมในระบบสัมปทาน ออกมาเป็นระบบการให้สิทธิและผลิตปิโตรเลียมที่ค่อนข้าง “พิลึก” กล่าวคือ มีถึง 3 ระบบผสมผสานกันไป ได้แก่ รูปแบบสัมปทานแบบเดิม, สัญญาแบ่งปันผลผลิต production sharing contract หรือ PSC และสัญญาจ้างบริการ service contract หรือ SC (อย่าลืมว่าระบบ PSC นั้นเคยเป็นข้อเสนอลำดับต้น ๆ ของฝ่ายคัดค้านการให้สัมปทานก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นระบบ SC ในภายหลัง)

และภายใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมที่ถูก “ดีไซน์” ขึ้นมาใหม่นี้เอง กระทรวงพลังงานได้นำมาใช้เป็นครั้งแรกกับแหล่งก๊าซธรรมชาติสำคัญ 2 แหล่งในอ่าวไทยที่สัมปทานกำลังจะสิ้นสุดอายุลงคือ แหล่งเอราวัณ (แปลง B10, B11, B12 และ B13) operate โดยบริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตปิโตรเลียม กับแหล่งบงกช (แปลง B15, B16 และ B17) operate โดยบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งอายุสัมปทานจะหมดลงในปี 2565-2566 ด้วยการใช้วิธีเปิดประมูลในระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC)

นับเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญที่พิสูจน์การมีผล “บังคับใช้” ได้จริงของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ แม้ว่านี่ “อาจจะ” เป็นการเปิดประมูลในระบบ PSC เพียงครั้งแรกและครั้งเดียวของประเทศจาก “เงื่อนไข” สำคัญ 3 ประการที่ “ซ่อน” อยู่ในประกาศคณะกรรมการปิโตรเลียมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจหรือผลิตปิโตรเลียมในรูปแบบของสัมปทาน สัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือสัญญาจ้างบริการ กล่าวคือ

1) พื้นที่ที่มีผลสำรวจพบปิโตรเลียมมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบตั้งแต่ 300 ล้านบาร์เรลขึ้นไป หรือมีปริมาณการผลิตสะสมรวมกับปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่เหลืออยู่เฉลี่ยทั้งพื้นที่มีค่า “มากกว่า” 4 ล้านบาร์เรล/หลุม หรือมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติตั้งแต่ 3 ล้านล้าน ลบ.ฟุตขึ้นไป และมีปริมาณการผลิตสะสมรวมกับปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติที่เหลืออยู่เฉลี่ยทั้งพื้นที่ที่มีค่า “มากกว่า” 40,000 ล้าน ลบ.ฟุต/หลุม ให้ใช้ระบบสัญญาจ้างบริการ (SC)

2) พื้นที่นอกเหนือจากข้อ 1) ให้พิจารณาจากสิ่งที่เรียกว่า “โอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์” ของภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมที่มีพื้นที่นั้นอยู่เทียบกับโอกาสพบปิโตรเลียมในเชิงพาณิชย์ของประเทศไทยที่ถูกกำหนดไว้ที่ร้อยละ 39 หากโอกาสพบปิโตรเลียมมีค่า “สูงกว่า” 39% ให้ใช้ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) แต่หาก “ต่ำกว่า” 39% ให้กลับไปใช้ระบบสัมปทาน

เป็นความจริงที่ดูเหมือนว่า จะมีเฉพาะภูมิภาคธรณีวิทยาปิโตรเลียมทะเลในอ่าวไทยเท่านั้นที่มีโอกาสพบปิโตรเลียมเชิงพาณิชย์เกินกว่า 39% หรืออยู่ที่ 50% นั่นหมายความว่า การเปิดประมูลยื่นสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบที่ 21 ที่กำลังจะมาถึง ส่วนใหญ่แล้วจะไม่พ้นการนำระบบสัมปทานกลับมาใช้ใหม่

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปิโตรเลียม