เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
“คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
Politics “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
ดูทั้งหมด

นับถอยหลัง…อำลา ดุสิตธานี ปิดวันนี้เพื่ออนาคตระดับโลก

24 ธ.ค. 2561 | 20:58น.
 รุ่งนภา พิมมะศรี : เรื่อง-ภาพ / ธนศักดิ์ ธรรมบุตร : ภาพ

อีกราว 10 วันนิด ๆ โรงแรมดุสิตธานีจะปิดให้บริการในวันที่ 5 มกราคม 2562 หลังจากเปิดให้บริการสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการมานาน 48 ปี ก่อนที่พื้นที่จะถูกกั้นรั้วบดบังสายตา และเคลียร์พื้นที่ให้เป็นพื้นดินว่างเปล่า …แล้วขุดเจาะตอกเสาเข็มสร้างอาคารใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม เราจะพาไปย้อนอดีต เก็บความทรงจำ ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจ โรงแรมดุสิตธานี ทั้งความเป็นมาจากอดีตถึงปัจจุบัน และความเป็นไปของดุสิตธานีในอนาคต

ความเป็นมาโรงแรมห้าดาวยอดนิยม

ความเป็นมาของโรงแรมดุสิตธานีฉบับย่อมีอยู่ว่า ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย เปิดโรงแรมปริ๊นเซส ที่ถนนเจริญกรุง ในปี พ.ศ. 2492 แต่โรงแรมปริ๊นเซสมีข้อจำกัดด้านสาธารณูปโภค เนื่องจากตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า แม้จะปรับปรุงซ่อมแซมอยู่เสมอก็ยังเกิดปัญหากวนใจบ่อยครั้ง ท่านผู้หญิงต้องการให้โรงแรมสมบูรณ์แบบที่สุด จึงหาที่สร้างโรงแรมใหม่ โดยเลือกบริเวณหัวถนนสีลม ตรงข้ามกับสวนลุมพินี ซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

เมื่อเจรจาขอเช่าที่จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แล้ว จึงจัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 40 ล้านบาท ตั้งชื่อว่า “ดุสิตธานี” ซึ่งท่านผู้หญิงชนัตถ์นึกคำนี้ขึ้นมาได้ในระหว่างสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 ที่ลานหน้าสวนลุมพินี

การก่อสร้างโรงแรม เริ่มลงเสาเข็มเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2510 และเปิดบริการวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2513 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 7 เสด็จทรงเปิด

 

ความแตกต่าง-ความเป็นที่สุดของดุสิตธานี

ความแตกต่างของโรงแรมดุสิตธานี คือ เชื่อมั่นนำเสนอความเป็นไทยในยุคสมัยที่สังคมไทยนิยมความทันสมัยแบบตะวันตก เริ่มตั้งแต่เรื่องชื่อโรงแรมที่ใช้ชื่อไทย ซึ่งในตอนนั้นโดนคัดค้านและได้รับคำปรามาสบ่อยครั้ง แต่ด้วยความเชื่อมั่นในคุณค่าและเสน่ห์ของความเป็นไทย จึงเดินหน้าใช้ชื่อ “ดุสิตธานี” ซึ่งเป็นที่จดจำมาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากชื่อแล้ว อาคาร การตกแต่ง การบริการ และทุกรายละเอียดในโรงแรมได้นำเสนอความเป็นไทย เห็นได้ทั้งภายนอกและภายใน อย่างเช่น เปลือกอาคารยอดแหลมเหมือนกลีบดอกบัว การตกแต่งในห้องพัก และห้องอาหารเบญจรงค์ (เดิมชื่อห้องสุโขทัย) ซึ่งท่านผู้หญิงตั้งใจว่า ห้องอาหารหลักของโรงแรมต้องเป็นห้องอาหารไทยที่ใช้ชื่อไทย แทนที่จะเป็นห้องอาหารตะวันตกที่แขกชาวตะวันตกคุ้นเคย

อีกหนึ่งความแตกต่างที่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีที่ไหนเหมือนก็คือ รูปทรงตึกที่เป็นทรงสามเหลี่ยมและมียอดแหลมคล้ายเจดีย์สีทอง อันเป็นเอกลักษณ์ที่เห็นโดดเด่นมาแต่ไกล

ส่วนความเป็นที่สุดของดุสิตธานีก็มีหลายด้าน ตั้งแต่ความเป็นที่สุดในเรื่องความสูงของตึก ซึ่ง ณ เวลาที่เปิดให้บริการนั้น โรงแรมดุสิตธานีเป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย เป็นโรงแรมที่ห้องพักกว้างที่สุด หรูที่สุดมีห้องจัดงานที่ใหญ่ที่สุด นั่นก็คือห้องนภาลัย บอลรูม ที่ยังคงได้รับความนิยมในการจัดงานมาจนถึงปัจจุบัน

ต้อนรับบุคคลสำคัญระดับโลก

ตลอดเวลา 48 ปีที่เปิดให้บริการ โรงแรมดุสิตธานีได้ต้อนรับบุคคลสำคัญและคนดังมาแล้วแทบทุกวงการ ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ไทยพระราชอาคันตุกะ ผู้นำประเทศ แขกของรัฐบาล ศิลปิน คนดัง ดารา นักกีฬา อย่างเช่น พระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 และเจ้าชายเฮนริก แห่งประเทศเดนมาร์ก, เวิน เจียเป่า ขณะเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศจีน, เจ้าชายมาซาฮิโตะ และเจ้าหญิงฮานาโกะของประเทศญี่ปุ่น, ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐอเมริกา, นายกรัฐมนตรีมาร์กาเรต แทตเชอร์ของอังกฤษ, องค์ดาไลลามะ, คลิฟฟ์ ริชาร์ด, วิตนีย์ ฮุสตัน, เฉินหลง, ทีน่า เทอร์เนอร์, สตีวี่ วันเดอร์, วงโคลด์เพลย์ ฯลฯ

นอกจากนั้นยังถูกเลือกเป็นสถานที่จัดงานสำคัญ ๆ มาแล้วมากมาย ซึ่งงานใหญ่งานสุดท้ายที่ดุสิตธานีได้มีโอกาสต้อนรับก็คือ เป็นสถานที่พักและจัดกิจกรรมการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ที่ผ่านมา

อนุรักษ์เอกลักษณ์ “ดุสิตธานี” ให้คงอยู่ในโรงแรมใหม่

แม้การทุบอาคารเดิมทิ้งจะเป็นเรื่องน่าเสียดายและใจหาย แต่ผู้บริหารบอกว่า จะพยายามเก็บอนุรักษ์ของเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยศิลปากรเข้ามาช่วยเรื่องการอนุรักษ์ ซึ่งทีมผู้บริหารทุ่มเต็มที่ไม่มีลิมิตงบประมาณการอนุรักษ์ “ถ้าต้องใช้เท่าไหร่ก็เท่านั้น” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) บอก

ส่วนสำคัญที่จะอนุรักษ์ไว้ คือ 1.ห้องอาหารเบญจรงค์ ส่วนสำคัญคือเสากลม 2 ต้น น้ำหนักต้นละ 5 ตัน ซึ่งหนึ่งในสองต้นนี้คือเสาเอกของโรงแรม บนเสามีภาพเขียนอันทรงคุณค่าผลงานอาจารย์ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ ที่จะตัดเสาทั้ง 2 ต้นไปใส่ไว้ในโรงแรมใหม่ ฝ้าเพดานไม้สักแกะลาย ที่จะต้องถอดทั้งแผงไปวางบนเพดานห้องอาหารเบญจรงค์ในโรงแรมใหม่ และภาพเขียนบนผนังทางเดินเข้าห้องอาหารที่จะตัดไปทั้งผนังอีกเช่นกัน

ห้องอาหารเบญจรงค์ – เสาน้ำหนัก 5 ตันที่มีภาพจิตรกรรมผลงาน อ.ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ
2.เปลือกอาคาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของดุสิตธานี เป็นซุ้มสูงปลายยอดแหลม ประดับกระเบื้องโมเสกสีทองและเขียว ตรงกลางเป็นเหล็กดัดสีทองประดับลายประจำยาม ตรงส่วนนี้จะได้เห็นอยู่ตรงไหนสักที่ในโรงแรมใหม่
เปลือกอาคาร

3.ต้นไม้ใหญ่และต้นไม้สำคัญจะถูกนำไปอนุรักษ์ไว้ระหว่างก่อสร้าง และจะนำมาปลูกลงในพื้นที่อีกครั้งเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ เบื้องต้นที่คัดเลือกแล้วประมาณ 25 ต้นที่จะต้องอนุรักษ์ ซึ่งหลายต้นเป็นต้นไม้ที่ท่านผู้หญิงและลูก ๆ ลงมือปลูกเอง

น้ำตกและต้นไม้ต้นสำคัญที่จะอนุรักษ์และปลูกในโรงแรมใหม่

ส่วนสำคัญที่ไม่สามารถนำของเก่าไปได้ จะก่อสร้างใหม่แต่อาจจะไม่ได้เหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ คือ น้ำตกในสวนตรงกลางโรงแรม, ยอดเจดีย์สีทองซึ่งจะทำเพิ่มเติมให้เป็นชั้นจุดชมวิวที่ขึ้นไปพักผ่อนหย่อนใจได้ มีร้านอาหารและแกลเลอรี่, ห้องไลบรารี่ 1918 เป็นหนึ่งห้องสำคัญที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรัชกาลที่ 6 (ตัวเลข 1918 มาจากปีที่ทรงก่อตั้งเมืองดุสิตธานี) เป็นห้องจัดงานขนาดเล็กที่รวบรวมสิ่งของสำคัญไว้มากมาย อย่างเช่น ผ้าเช็ดหน้าพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ถูกเก็บไว้ในตู้อย่างดี

ห้อง Library 1918

 

ความเป็นไป…ในอนาคต

หลังจากปิดให้บริการในวันที่ 5 มกราคม 2562 ตามการให้สัมภาษณ์ของ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ บอกว่าจะใช้เวลาเคลียร์พื้นที่ 3 เดือน แล้วทุบรื้ออาคาร และเริ่มการก่อสร้าง คิดว่ารวมเวลาการรื้อและก่อสร้างใหม่ไม่น่าจะเกิน 3 ปีครึ่ง-4 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2565

โครงการใหม่ที่เป็นโครงการมิกซ์ยูส บนพื้นที่ 23 ไร่ (เดิมมี 18 ไร่ ซื้อเพิ่มมาได้ 5 ไร่) จะประกอบด้วย 4 ส่วน 1.โรงแรม 250 ห้อง สูง 39 ชั้น ไม่รวมชั้นรูปท็อปยอดสีทอง 2.อาคารสำนักงาน 3.เรสซิเดนซ์ 4.ศูนย์การค้า

การแบ่งสรรพื้นที่ จะทำเป็นโพเดียมส่วนกลางเต็มพื้นที่ มีชั้นใต้ดินเป็นที่จอดรถ2 ชั้น ศูนย์การค้าใต้ดิน 2 ชั้น ส่วนโพเดียมเหนือพื้นดินเป็นพื้นที่ไลฟ์สไตล์เหนือโพเดียมมีตึก 3 ตึก คือ ตึกโรงแรม ตึกสำนักงาน และตึกเรสซิเดนซ์

ทั้งหมดทั้งมวลการเปลี่ยนแปลงของโรงแรมดุสิตธานีในครั้งนี้ผู้บริหารบอกว่า ทำเพื่อเป้าหมายของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมที่อยากให้ดุสิตธานีเป็นโรงแรมไทยที่แข่งขันกับคู่แข่งที่ดีที่สุดในระดับโลกได้ ซึ่งถ้าไม่เปลี่ยนก็คงไม่สามารถแข่งขันได้