เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ดูทั้งหมด

โจทย์ใหญ่ “สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” เมื่อ “เงิน” กีดกันเทคโนโลยี

23 ก.พ. 2562 | 17:28น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย สร้อย ประชาชาติ

เมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ สำรวจ “สมาร์ทฟาร์มมิ่ง” การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในการผลักดัน “ดิจิทัลไทยแลนด์” ที่ภาครัฐปักธงเป็นเป้าหมาย โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้เห็นทั้งการริเริ่มทดลองใช้ด้วยการที่หน่วยงานรัฐ อาทิ “ดีป้า” (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล) และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าไปช่วยสนับสนุนทั้งเงินทุน-องค์ความรู้ เพื่อหวังได้ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ให้กับเกษตรกรรายอื่น ๆ และฟาร์มที่เอกชนเป็นผู้ควักเงินลงทุนลุยทุกอย่างเอง อาทิ “สตรอว์เบอรี่ช้าง”

จากการได้พูดคุยกับเกษตรกรตัวจริง ไม่มีใครปฏิเสธว่า “เทคโนโลยีดิจิทัล” ช่วยให้กระบวนการผลิตทั้งหมดดีขึ้นได้ ทั้งแง่ของการใช้เวลา ใช้แรงงาน คุณภาพและปริมาณของผลผลิตดีขึ้น แต่โจทย์ใหญ่หินสุด คือ “เงินทุน” ที่จะเนรมิตเทคโนโลยีมาใช้

อย่างกรณีของ “สวนครูประทุม” ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมโครงการ เพราะไม่ต้องลงเงินติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดเอง แค่ลงแรงและจดบันทึกข้อมูลทุกอย่างเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่าง

แต่กรณีของ “สตรอว์เบอรี่ช้าง” เป็นสมาร์ทฟาร์มสตรอว์เบอรี่สายพันธุ์เกาหลีสุดล้ำ “สุธินี นิบุญกิจ” วิศวกรของโครงการระบุว่า ต้องใช้เงินทุนกว่า 40 ล้านบาท สำหรับ 7 โรงเรือนระบบปิด

บนพื้นที่ 5,600 ตารางเมตร โดยยกองค์ความรู้ทั้งหมดจากเกาหลีใต้มาเนรมิตสมาร์ทฟาร์มที่ใช้ระบบอัตโนมัติควบคุมทั้งหมด ตั้งแต่แสง-น้ำ-อุณหภูมิ-การให้สารอาหาร โดยมีจุดเด่นคือ hanging up-down bed หรือรางปลูกที่เลื่อนขึ้นลงแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมการรับแสง การดูแลรักษาตัดแต่งต้น ทำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ประหยัดแรงงานคนมากที่สุด และยังมีต้นทุนที่เป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนพวกค่าน้ำ ค่าไฟ อีกราวเดือนละ 2 แสนบาท

ขณะที่ผลผลิตตามที่ประเมินไว้จะอยู่ที่ราว 7 หมื่นตันต่อปี และหากคุณภาพผลผลิตเป็นไปตามเกรดที่กำหนดไว้ จะได้ราคาขายที่ 700 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าการผลิตแบบดั้งเดิมที่ราคาแพงสุด คือ ราว 180-200 บาทต่อกิโลกรัม และจะทำให้สามารถคืนทุนได้ภายใน 2 ปี

แต่ในความเป็นจริง ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแค่คลิก และเป๊ะ ๆ ตามทฤษฎี เพราะธรรมชาติยังมีความซับซ้อน

อยู่เสมอ และคำว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง” ยังใช้ได้ผลในทุกธุรกิจ หรือแม้แต่กรณีของ “สวนครูประทุม” ที่ได้ลงทุนกับเทคโนโลยีด้านแรงกลไปก่อนแล้ว เพื่อให้ใช้แรงงานแค่ 4 คน บริหารจัดการพื้นที่ 22 ไร่ แต่ก็ต้องใช้ความกล้าที่จะเป็นหนี้ เพราะต้อง “กู้” มา

ฉะนั้น “ทุนหนา-สายป่านยาว” ยังจำเป็น แต่ถ้ากวาดตาดูในระบบเศรษฐกิจทุกวันนี้ “เกษตรกร” ตัวจริงส่วนใหญ่อยู่ในสภาพ “กระเป๋าแบน” จึงต้องลงทุนด้วย “แรง” มากกว่าเงิน แม้ว่าทุกวันนี้ “ราคา” ของเทคโนโลยีจะลดฮวบลงมาเยอะแล้ว อย่างเมื่อก่อน “โดรน” ที่จะใช้พ่นปุ๋ยในแปลงปลูกได้ ราคาเป็นล้านบาท แต่วันนี้เหลือราว 3 แสนบาท และมีรูปแบบ “ให้เช่า” เป็นรายเดือน เดือนละ 2-3 หมื่นบาทได้

แต่สำหรับเกษตรกรส่วนใหญ่ก็ยังถือว่า “เกินเอื้อม” คือ รู้ว่าดี แต่ไม่มีตังค์ หรือบางส่วนก็มองว่า ยังไม่จำเป็น

ทางออกของปัญหานี้ “ศราวุธ เลาหะวิสุทธิ์” ผู้จัดการดีป้า สาขาภาคเหนือตอนบนระบุว่า ต้อง “สร้างเอง ไม่ซื้อสำเร็จรูป” เพื่อดึงเทคโนโลยีให้มีราคาถูกพอที่จะจับต้องได้ เพราะมีเกษตรกรไม่น้อยที่ตื่นตัวอยากนำเทคโนโลยีไปใช้ โดยหลายหน่วยงาน อาทิ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กำลังพยายามร่วมมือกันสร้างเทคโนโลยีต้นแบบของแต่ละโซลูชั่นขึ้นมาในราคาที่ถูกที่สุด เพราะถ้าลงทุนไม่แพง การตัดสินใจจะนำไปใช้ก็จะง่ายขึ้น หรืออย่างน้อยก็สามารถใช้รูปแบบของการร่วมลงทุนกันภายในชุมชน แล้วเวียนกันใช้สำหรับอุปกรณ์บางอย่าง อาทิ โดรน เป็นอีกความท้าทายในการก้าวสู่ “เกษตร 4.0”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกษตรกร เทคโนโลยี