ธปท. หวังศก.ไตรมาส2 ดีขึ้น แม้ส่งออก4เดือนติดลบ3.4% จากสงครามการค้า
ธปท.เผยเศรษฐกิจเดือน เม.ย.ขยายตัวต่อเนื่อง หวังจีดีพีไตรมาส 2 โตไตรมาสแรก จากการลงทุนภาครัฐและเอกชนในประเทศ แม้การส่งออก 4 เดือนติดลบ 3.4% จากผลกระทบสงครามการค้า
นางสาวพรเพ็ญ สดศรีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหาภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนเมษายน 2562 ว่า ยังคงขยายตัวจากเดือนก่อน จากอุปสงค์ในประเทศเป็นสำคัญ โดยเครื่องชี้วัดจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวต่อเนืองในทุกหมวดการใช้จ่าย ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมขยายตัวสอดคล้องกัน ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากรายจ่ายลงทุน และเครื่องชี้วัดการลงทุนภาคเอกชน หลังจากที่มีการทบทวนโครงการลงทุนในสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ทำให้มีการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และกรมชลประทาน ที่เริ่มก่อสร้างได้ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวจากการนำเข้าสินค้าทุน ภาคเอกชน และยอดจดทะเบียนรถยนต์ แม้ว่าการลงทุนในหมวดก่อสร้างหดตัวต่อเนื่องตามพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างทั่วประเทศ ที่หดตัวเกือบทุกหมวด ยกเว้นในพื้นที่เพื่อการอุตสาหกรรม
ทั้งนี้ ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจ (จีดีพี)ไตรมาส 2 คาดว่า จะปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก โดยเฉพาะในเดือนเม.ย.ที่ภาพรวมเศรษฐกิจขยายตัวได้ดีจากอุปสงค์ในประเทศที่เติบโตต่อเนื่องและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวมากกว่าไตรมาส 1 ที่ผ่านมา แม้จะมีปัจจัยเรื่องสงครามทางการค้าเกิดขึ้นและส่งผลกระทบกับภาพรวมการส่งออกทำให้ยอดการส่งออกในเดือนเม.ย.ติดลบ 2.9% เมื่อเทียบกับช่่วงเดียวกันของปีก่อน และติดลบน้อยลงจากเดือนมี.ค.ที่ขยายตัวติดลบ 4.2%ทำให้ 4 เดือนแรกการส่งออกติดลบ 3.4% ก็ตาม แต่ทั้งนี้จะต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจในเดือนพ.ค.ที่สงครามการค้าเริ่มมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นว่าจะออกมาเช่นไร ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ขยายตัวที่ 3.3 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากนักท่องเที่ยวอาเซียน อินเดีย ญี่ปุ่น และยุโรป ที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง แม้ว่าในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียจะหดตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่สูงในปีก่อน
“หลังจากนี้เราจะต้องติดตามสถานการณ์ของสงครามการค้าที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยเราคาดหวังให้การส่งออกในเดือนพ.ค.ขยายตัวได้มากกว่าเดือนเม.ย. เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องสงครามการค้าเข้ามา โดยขณะนี้เราอยู่ในช่วงของการรวบรวมข้อมูล เพื่อทบทวนถึงผลกระทบของสงครามการค้าที่เกิดขึ้น และประเมินสถานการณ์อีกครั้งในประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเดือน มิ.ย.นี้”
อย่างไรก็ตาม สำหรับเเนวโน้ม ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 มองว่า เศรษฐกิจในประเทศยังคงขยายตัวได้ จากการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการบริโภคภายในประเทศจะเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนและพยุงเศรษฐกิจไทย แทนภาคการส่งออกที่มีปัจจัยเรื่องสงครามการค้าเข้ามากระทบทำให้การส่งออกชะลอตัวลง รวมถึงจะต้องเร่งหาตลาดส่งออกใหม่ๆเพื่อกระจายสินค้า แต่ก็ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด