เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
ดูทั้งหมด

คุณเสี่ยงซึมเศร้าแค่ไหน? เช็คอาการใน “Healthcare2019”

20 มิ.ย. 2562 | 13:36น.

       สถานการณ์โรคซึมเศร้านับเป็นปัญหาสำคัญทางสุขภาพ เป็นโรคใกล้ตัวที่สามารถรักษาได้ แต่หากละเลยจนไม่ได้รับการรักษาอาจรุนแรงจนนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ เช่นข้อมูลสถิติขององค์การอนามัยโลก ในปี 2560 ระบุว่า มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทั่วโลกประมาณ 322 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.4 ของประชากรโลก

       สำหรับประเทศไทย ข้อมูลกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์ล่าสุดในปี 2562 ที่แนวโน้มการฆ่าตัวตายในคนไทยเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนเสี่ยงมีภาวะซึมเศร้ามากขึ้นในปัจจุบัน แม้ว่าเมื่อเทียบสัดส่วนของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าน้อยกว่ากลุ่มวัยทำงานและวัยผู้สูงอายุ แต่ข้อมูลสายด่วนสุขภาพจิต 1323 พบว่า กลุ่มเยาวชนโทรเข้ามาปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตมากขึ้น

       ยืนยันจาก นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการให้บริการปรึกษาทางโทรศัพท์ในปี 2561 มีทั้งสิ้น 70,534 ครั้ง เป็นกลุ่มเด็กอายุ 11-19 ปี 10,298 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 14.6 และเป็นกลุ่มเยาวชนอายุ 20-25 ปี 14,173 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 20.1 สำหรับในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 มีผู้โทรเข้ามาใช้บริการทั้งสิ้น 40,635 ครั้ง เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 11-25 ปี จำนวน 13,658 ครั้ง

       อันดับปัญหาที่พบมากที่สุดในกลุ่มเด็กและเยาวชน คือ ปัญหาความเครียดหรือวิตกกังวล ปัญหาความรัก ปัญหาซึมเศร้า ปัญหาครอบครัว และมีความคิดหรือความพยายามฆ่าตัวตายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีข้อมูลพบว่า ในปี 2560 กลุ่มเยาวชนอายุ 20-24 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายที่ 4.94 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 5.33 ต่อประชากรแสนคนนับเป็นปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญและต้องเร่งแก้ไขเนื่องจากวัยรุ่นเป็นทรัพยากรที่มีค่าในการพัฒนาประเทศในอนาคต

       สาเหตุของโรคซึมเศร้าเกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง และสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจการเงิน ความผิดหวัง ความสัมพันธ์ ความรัก ความสูญเสีย เป็นต้น หากไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้จะทำให้ทุกปัญหากลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล จนพัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้าและคิดทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายได้ และอาการของโรคซึมเศร้า ได้แก่ เศร้า หดหู่ ซึม เบื่อหน่าย หงุดหงิด ฉุนเฉียว ไม่มีสมาธิ นอนไม่หลับ มีความคิดอยากตาย

       จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคนี้หรือเปล่า?

       บางคนที่อ่านถึงตอนนี้อาจรู้สึกว่าตนเองก็มีอะไรหลายๆ อย่างที่เข้าข่ายกับอาการของโรคซึมเศร้า แต่ก็มีหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนทีเดียวนัก ทำให้อาจสงสัยว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าตนเองเป็นหรือเปล่า

       ซึ่งอาการซึมเศร้านั้นมีด้วยกันหลายระดับตั้งแต่น้อยๆ ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ไปจนเริ่มมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และบางคนอาจเป็นถึงระดับของโรคซึมเศร้า อาการที่พบร่วมอาจเริ่มตั้งแต่รู้สึกเบื่อหน่าย ไปจนพบอาการต่างๆ มากมาย

       อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าสำหรับแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาภาวะซึมเศร้าและการฆ่าตัวตายให้กับคนใกล้ตัวสามารถป้องกันได้ สำหรับคนที่อยู่ในภาวะวิตกกังวล หรือเครียดกับปัญหาที่เผชิญอยู่ จะมีผลต่อสมาธิและความสามารถในการเรียนหรือการทำงาน โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ที่รอให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งคนรอบข้างสามารถสังเกตอาการและพฤติกรรมที่ผิดปกติ ได้แก่ อาการเหม่อลอย ไม่ร่าเริงแจ่มใส มาเข้าเรียนหรือทำงานสาย รวมทั้งงีบหลับบ่อยๆ โดยใช้หลัก 3 ส. คือ สอดส่องมองหา ใส่ใจรับฟัง ส่งต่อเชื่อมโยง เมื่อพบเห็นภาวะดังกล่าว คนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนใกล้ชิด รวมทั้งครอบครัว ต้องรีบเข้าไปพูดคุยร่วมกันหาสาเหตุ รับฟังปัญหาอย่างเข้าใจและใส่ใจ ให้การช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา หรือส่งต่อแพทย์ได้อย่างทันท่วงที

       สอดคล้องกับ รศ.ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ที่กล่าวในงานแถลงข่าว “Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019” ที่ระบุว่า คนใกล้ชิด รวมทั้งครอบครัว มีส่วนสำคัญที่จะช่วยเหลือผู้มีอาการหรือภาวะซึมเศร้า โดยต้องรู้ถึงวิธีป้องกันอันตรายโรคซึมเศร้า โดยต้องรับฟังปัญหาอย่างเข้าใจและใส่ใจ รวมทั้งรู้ถึงช่วงเวลาหรือระดับอาการที่ควรส่งต่อแพทย์เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงที

       “มาร่วมเช็คภาวะโรคซึมเศร้า พร้อมรับมือป้องกันโรคซึมเศร้า กับโรงพยาบาลรามาธิบดี ในงานมหกรรมสุขภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 27-30 มิ.ย. 2562 ที่ Hall 5 อิมแพค เมืองทองธานี พร้อมกิจกรรม Health Talk : รู้เท่าทัน ป้องกันโรคซึมเศร้า โดย อ.นพ.กานต์ จำรูญโรจน์ สาขาวิชาจิตเวชศาสตร์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (วันที่ 27 มิถุนายน 2562 เวลา 14.00 – 14.50 น.) และทำแบบสอบถามภาวะอารมณ์เศร้า (Patient Health Questionnaire; PHQ9) เพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าของคุณ พร้อมคำแนะนำการรับมือกับผู้ป่วยในครอบครัวโดยคุณหมอและบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ของโรงพยาบาลรามาธิบดี” รศ.ดร.พูลสุข กล่าว

เดินทางไปยังงาน Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019

       สำหรับการเดินทางมางาน Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019 ในวันที่ 27- 30 มิถุนายน ไปยังอิมแพ็ค เมืองทองธานี Hall 5 นอกจากการใช้รถส่วนตัวหรือบริการรถแท็กซี่แล้ว ยังมีวิธีการเดินทางขนส่งสาธารณะ ทั้งรถตู้ รถโดยสารประจำทาง

       และพิเศษไปกว่านั้นงานยังมีรถบริการรับส่งพิเศษ ฟรี! จากสถานี BTS หมอชิต (ทางออก 2 และ 4) ถึงเมืองทองธานี เวลา 08.00 น., 11.00 น. และ 13.00 น. พร้อมเที่ยวกลับจากเมืองทองธานี ถึงสถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต เวลา 13.00 น.,15.00 น. และ 17.00 น. ฟรีทั้ง 4 วัน

 

/////////////////////////////////////////////////////////////////////

 

วิ่งช่วยไล่เครียด

       นอกจากการวิ่งจะดีต่อ “ภายนอก” เช่น รูปร่าง น้ำหนักตัว การวิ่งยังดีต่อ “ภายใน” ให้ความสบายใจ ปลอดโปร่ง

       นักจิตวิทยาบอกว่า วิธีแก้เครียดที่ดีกว่าเหล้ากว่าบุหรี่ คือ วิ่ง

       ปัจจุบันแนวโน้มของการวิ่งเพื่อ “บริหารและบำบัดความรู้สึกภายในจิตใจ” หรือ DRT-Dynamic Running Therapy กำลังเป็นที่สนใจของนักวิ่งในตะวันตก เพราะผู้คนอยู่ในภาวะ “เครียดง่าย” “เครียดนาน” มีความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว

       ดร.วิคเตอร์ ทอมป์สัน นักจิตวิทยาด้านกีฬาชื่อดังในลอนดอน ให้คำแนะนำวิธีสลัดตัวเองจากความเครียด คลายความวิตกกังวลที่ได้ผล ด้วยการวิ่งต่อเนื่องครั้งละ 30-45 นาที ให้ได้สัปดาห์ละ 3 ถึง 4 วัน (จะวิ่งเร็ว วิ่งช้า วิ่งเหยาะๆ ก็ตามแต่ร่างกายของเรา แต่ขอให้วิ่งได้ต่อเนื่อง ก็ได้ผลไม่ต่างกัน)

       การวิ่งช่วยตัดวงจรความคิดในแง่ลบได้ดี เพราะขณะที่วิ่งจะบีบให้ความคิดจดจ่ออยู่กับลมหายใจ ความเหนื่อย กล้ามเนื้อที่ออกแรง ภาวะนี้ช่วยให้ลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้เคยโกรธ เครียด หรือขุ่นมัวเรื่องงานหรือเรื่องเครียด

       ผลของการวิ่งด้วยปริมาณและความถี่เท่านี้ เพียงพอที่ช่วยให้คุณพบความสงบ และรับมือกับความวิตกกังวลได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า อาการวิตกจริต และอีกหลายอาการที่มาพร้อมความกังวล

       โดยผลวิจัยใน Dynamic Running Therapy เสนอทางออกสำหรับผู้ที่รู้ตัวว่ากำลัง “วิตกกังวลเรื่องใดเรื่องหนึ่ง” ให้ลองหันมาดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายการวิ่งจ็อกกิ้ง  ครั้งละ 30-45 นาที จะช่วยให้คุณมีอารมณ์ที่มั่นคง ไม่แปรปรวนง่าย และรับมือกับเรื่องความวิตกกังวลในชีวิตได้ดีขึ้นอย่างรู้สึกได้

       ที่มาข้อมูล: www.read.thai.run

ในงาน “Healthcare เรียนรู้ สู้โรค 2019 มาเรียนวิ่งเพื่อบำบัดความเครียดกับ Health Activity : ฝึกวิ่งง่ายๆ สไตล์โค้ชนักวิ่งสายฮา ครูดิน-สถาวร จันทร์ผ่องศรี อดีตนักวิ่งมาราธอนทีมชาติไทย ผู้โด่งดังในโลกออนไลน์และออฟไลน์ เตรียมชุดออกกำลังกาย รองเท้าผ้าใบกับใจนิ่งๆ มาวิ่งไล่เครียด และหนีจากอาการซึมเซา ในวันที่ 27 มิ.ย. ตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป