ตลท.ดึงกองทุนต่างชาติโรดโชว์ Thailand Focus 2019 ฟันด์เมเนเจอร์ 127 ราย ตบเท้าร่วมงานคึกคัก
กองทุนต่างชาติตบเท้าร่วมงาน “Thailand Focus 2019” คึกคัก แห่ร่วมงาน 127 ราย AUM รวมสูงแตะ 2.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สะท้อนตลาดทุนไทยมีความโดดเด่นด้วยปัจจัยพื้นฐานของประเทศและบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง “ภากร” ชี้ตลาดทุนหนุน “สตาร์ตอัพ-เอสเอ็มอี” เข้าระดมทุน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเติบโตขึ้น
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยในงาน “Thailand Focus 2019: Embracing Opportunities- The Next Chapter” ว่า ปีนี้ถือว่าได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลกร่วมงานกว่า 127 ราย มูลค่าสินทรัพย์รวม (AUM) สูงถึง 2.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของประเทศไทยค่อนข้างมากที่อยู่แค่ 5.50 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมีผู้ลงทุนสถาบันภายในประเทศจำนวน 203 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดทุนไทยมีความโดดเด่นด้วยปัจจัยพื้นฐานของประเทศและบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยหนุนให้ผู้ลงทุนเชื่อมั่นและสนใจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีเอกอัคราชฑูตประจำประเทศไทยจาก 13 ประเทศ เข้าร่วมรับฟังข้อมูล และมีบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ให้ข้อมูลกว่า 106 บริษัท โดยมีการประชุมทั้งรูปแบบ one-on-one และ group presentation รวมทั้งสิ้น 2,112 ครั้ง
“งาน Thailand Focus 2019 ได้ฉายภาพนโยบายของภาครัฐที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและความน่าสนใจของตลาดทุนจากความเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศ CLMV และ ASEAN EEC และการพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคต รวมทั้งโอกาสการค้าและการท่องเที่ยวที่เป็นจุดแข็งของไทย โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือน มิ.ย.62 มูลค่าการถือครองหุ้นของผู้ลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5.15 ล้านล้านบาท หรือ คิดเป็น 30% ของมูลค่าหลักทรัพย์รวมทั้งตลาด สะท้อนให้เห็นว่าผู้ลงทุนต่างชาติยังให้น้ำหนักต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยระยะยาว การจัดงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร. อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และทีมคณะรัฐมนตรี ให้ข้อมูลนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านการบริโภค การลงทุนของภาครัฐ การดึงผู้ลงทุนจากต่างประเทศ และส่งเสริมการส่งออก นอกจากนี้ ยังได้รับข้อมูลโดยตรงจากผู้บริหาร บจ. ถึงศักภาพการเติบโตของธุรกิจ ซึ่งเชื่อว่าความสามารถของ บจ. ไทย ประกอบกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจลงทุนให้แก่ประเทศไทยในสายตาผู้ลงทุนทั่วโลก” นายภากรกล่าว
ตลาดทุนไทยได้ช่วยพัฒนาการหาเงินทุนต่างๆ ให้กับบริษัทจดทะเบียนไทย โดยจุดเด่นของประเทศไทยคือ เศรษฐกิจด้านเกี่ยวกับ Welling Being ด้านเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ด้านเกี่ยวกับสุขภาพ ด้านเกี่ยวกับอาหาร ด้านเกี่ยวกับโรงแรมต่างๆ เรื่องเกี่ยวกับ Healthcare การเกษตร โลจิสติกส์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นจุดแข็งของประเทศทั้งหมด เพิ่มเติมไปจาก Manufacturing ซึ่งในอนาคตจะต้องเสริมจุดต่อ โดยเชื่อมจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศจะทำอย่างไรได้บ้าง ซึ่งขณะนี้การระดมทุนในประเทศไม่ใช่เฉพาะบริษัทจดทะเบียนไทยที่มาระดมทุนเพื่อใช้เงินในประเทศไทย แต่เป็นบริษัทจดทะเบียนไทยที่ระดมทุนเพื่อไปใช้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นลงทุนเพื่อตัวเองและลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
“ปัจจุบันตลาดทุนเป็นจุดที่บริษัทขนาดเล็กๆ เริ่มมาหาแหล่งทุน ไม่ว่าจะสตาร์ตอัพ หรือเอสเอ็มอี ตรงนี้คือสิ่งที่ตลาดทุนในอนาคตจะสามารถช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโตขึ้นจากเดิมได้ เพราะมีจุดเด่นใหม่ที่ตลาดทุนได้เข้ามามีส่วนร่วมมาก”
สำหรับภาวะของตลาดหุ้นทั่วโลก เชื่อว่าในอนาคตความผันผวนจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกๆ วัน เพราะโลกปัจจุบันเชื่อมต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข่าวสาร กฎระเบียบ เทคโนโลยี เพราะฉะนั้นความสามารถในการอยู่ได้จากการที่มีความเปลี่ยนแปลงมากๆ จะเป็นจุดแข็งของตลาดทุนแต่ละประเทศ ซึ่งข้อดีของตลาดทุนไทยคือ มีทั้งความลึกและความกว้าง โดยมีบริษัทจดทะเบียนกว่า 700 ราย และมีความหลากหลายในแต่ละอุตสาหกรรม ยิ่งไปกว่านั้นภาครัฐและฐานะทางการเงินก็แข็งแรง ขณะที่สภาพคล่องของตลาดหลักทรัพย์ฯก็ดีขึ้นมาโดยตลอด และมาจากกลุ่มนักลงทุนที่หลากหลายประเภท ซึ่งทำให้ตลาดทุนไทยมีความต้านทานสูงกับความเปลี่ยนของโลกมากขึ้น