เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อย หลังเฟดลดดอกเบี้ย

19 ก.ย. 2562 | 19:06น.

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งขึ้นเล็กน้อย หลังเฟดลดอัตราดอกเบี้ยตามคาด

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลืื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/9) ที่ระดับ 30.55/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (18/9) ที่ระดับ 30.53/54 บาท/ดอลลาร์ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเมื่อเทียบกับตะกร้าเงินเล็กน้อยหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงด้วยมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ 7-3 เสียงในการปรับลด 0.25% สู่ระดับ 1.75-2.00% ตามทีี่ตลาดคาดการณ์

อย่างไรก็ดีในแถลงการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ปรับเปลี่ยนตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจเล็กน้อย โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐ จะเติบโต 2.2% ในปี 2562 โดยปรับขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 2.1% และคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 2.0% ในปี 2563 นอกจากนี้ได้ประมาณการอัตราการว่างงานอยู่ที่ 3.7% ในปี 2562 โดยปรับขึ้นจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 3.6% และได้คงอัตราเงินเฟ้อไว้เท่าเดิมที่ 1.5% ในปีนี้ 1.9% ในปี 2563 และ 2.0% ในปี 2564

นอกจากนี้นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวถ้อยแถลงหลังการประชุมว่า การดำเนินนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไปเช่นนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับกล่าวว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง หากเศรษฐกิจในสหรัฐเริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย และจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อทำให้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวต่อไป

ทั้งนี้เขาไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ อย่างไรก็ตามตลาดได้มีการคาดการณ์ไว้ 57.7% ว่าทางธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ สำหรับความคืบหน้าของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนนั้น นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลจึงเริ่มเข้าถือสินทรัพย์เสี่ยงในระหว่างวัน หลังจากสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐแจ้งว่าสหรัฐและจีนจะมีการจัดเจรจาการค้ากันในระดับรัฐมนตรีผู้ช่วยในวันนี้ (19/9) ซึ่งถือเป็นการประชุมแบบพบปะกันครั้งแรกในรอบ 2 เดือน การเจรจาในวันนี้จะเป็นการพูดคุยในด้านปัญหาพื้นฐานก่อนที่จะมีการจัดการเจรจาระดับสูงขึ้นในเดือนหน้า

ในส่วนของตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในคืนที่ผ่านมา (18/9) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านใหม่เดือนสิงหาคมเพิ่มสูงขึ้น 12.3% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.364 ล้านยูนิต ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 2550 ตัวเลขนี้บ่งชี้ถึงยอดการเริ่มสร้างบ้านเดี่ยวและยอดการเริ่มสร้างอาคาร เริ่มมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยจำนองในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.52-30.58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.51/53 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/9) ที่ระดับ 1.1023/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (18/9) ที่ระดับ 1.1050/53 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินยูโรอ่อนค่าหลังจากรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในคืนที่ผ่านมา (18/9) สำนักงานสถิติสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนยังคงทรงตัวที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีในเดือนสิงหาคมที่ 1% เมื่อเทียบเป็นรายปีซึ่งเท่ากับช่วงเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตั้งไว้ที่ 2% ถึงแม้ว่าจะมีการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินแล้วก็ตาม เช่น การลดอัตราดอกเบี้ย และโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาล ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1021-1.1064 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1058/61 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (19/9) ที่ระดับ 108.29/31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (18/9) ที่ระดับ 108.20/23 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เงินเยนเริ่มแข็งค่าในระหว่างวันหลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันนี้ (19/9) ที่ -0.1และประกาศราคาผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีที่ 0% ได้แถลงการณ์เพิ่มเติมว่ายังคงติดตามสภาวะเศรษฐกิจอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อและดำเนินนโยบายทางการเงินได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 107.77-108.46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 107.96/99 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) (19/9), ยอดค้าปลีกเดืิอนสิงหาคมของอังกฤษ (19/9), การประชุมนโยบายการเงินธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) (19/9), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (19/9),ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนสิงหาคมจาก Conference Board สหรัฐ, ยอดขายบ้านมือสองเดือนกรกฎาคมของสหรัฐ (19/9), อัตราเงินเฟ้อเดือนสิงหาคมของญี่ปุ่น (20/9), ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนสิงหาคมของเยอรมนี (20/9) และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนกันยายนของยูโรโซน (20/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -2.00/-1.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.50/+1.20 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ