เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ศึกการค้า”สหรัฐ-อียู”ทุบเศรษฐกิจโลกทรุดไทยไร้อานิสงส์

25 ต.ค. 2562 | 12:33น.

หรัฐเปิดศึกขึ้นภาษีนำเข้า 25% อียู 18 พ.ย. “สภาผู้ส่งออก” ชี้อานิสงส์ส่งออกทดแทนน้อย เหตุ 4 ประเทศผู้ผลิตอียูผลิตสินค้าแต่ละชนิดกับไทย หวั่นสินค้าไหลเข้า ห่วงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กระทบตลาดอาหารปี”62 ขยายตัว 0%

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และรองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเมินผลจากกรณีที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป 25% มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา คาดว่าจะมีประเทศสหภาพยุโรป 4 ประเทศที่ได้รับผลกระทบ คือ เยอรมนี อังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน ด้วยสาเหตุจากการฟ้ององค์การการค้าโลก (WTO) เรื่องเครื่องบินแอร์บัส อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมองว่าสินค้าที่ทั้ง 4 ประเทศนี้ผลิตไม่ใช่กลุ่มเดียวกับที่ไทยผลิต เช่น สินค้ากลุ่มไวน์ น้ำมันมะกอก ดังนั้น ไทยจะไม่ได้ประโยชน์ในแง่การส่งออกสินค้าเข้าไปทดแทนในตลาดดังกล่าว และในทางตรงข้ามสินค้าจาก 4 ประเทศนี้ที่ส่งออกไปยังสหรัฐไม่ได้ก็อาจจะมีบางส่วนที่ไหลเข้ามาขายในอาเซียนและไทย แต่ไม่ได้รุนแรงเท่ากับกรณีสงครามการค้าสหรัฐและจีน

“ประเด็นที่ห่วงคือภาพรวมเศรษฐกิจโลกอาจจะชะลอตัวมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดยุโรป ซึ่งชะลอมาระยะหนึ่งแล้ว จากปัจจัยเรื่องความไม่แน่นอน กรณีที่อังกฤษจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ไม่ชัดเจน หากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวเพิ่มขึ้น กระทบต่อผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย แต่เราก็ยังหวังว่าถึงอย่างไรอาหารก็เป็นสินค้าจำเป็นที่ทุกคนต้องบริโภค จึงมีโอกาสที่ปีหน้าจะเติบโต 2% ได้ แต่ก็ยังต้องระวังปัจจัยเสี่ยงเรื่องบาทแข็งว่าจะกระทบต่อการแข่งขัน เหมือนปีนี้หรือไม่”

สำหรับแนวโน้มการส่งออกอาหารในช่วงไตรมาส 4 ยังมองว่าโอกาสที่จะฟื้นตัวยังเป็นไปได้ยาก โดยการส่งออกอาหารในช่วง 8 เดือนแรกลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้คาดว่าการส่งออกอาหารปีนี้จะได้ 0% หรือ 1-2% ต่ำกว่าเป้าที่เคยมองไว้ช่วงต้นปีว่าจะขยายตัว 7-8% จากปีก่อนซึ่งมีมูลค่าส่งออก 41,476 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.26 ล้านบาท

“ไทยทำได้แค่นี้ถือว่าแฮปปี้แล้ว เพราะภาวะการค้าโลกชะลอตัวนับจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และล่าสุดสหรัฐประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรปอีก ซึ่งครั้งนี้เป็นภาพลบมากกว่าภาพบวก เพราะเดิมเราเคยมองว่าผลจากสงครามการค้าจะทำให้สินค้าไทยขายเข้าไปทดแทนในตลาดจีนและสหรัฐได้แต่ก็ได้เพียงเล็กน้อยหากเทียบกับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวแล้วไม่คุ้มค่าเลย”

อย่างไรก็ตาม การฟื้นเจรจาเอฟทีเอไทย-อียูยังจำเป็น แม้ว่าจะไม่ใช่เครื่องมือจะเข้ามาช่วยทันที เพราะขณะนี้เศรษฐกิจอียูก็ชะลอตัว แต่ต้องเจรจาเพื่อเตรียมตัวเอาไว้หากเศรษฐกิจฟื้นแล้วไทยไม่มีเอฟทีเอ แต่ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามมีเอฟทีเอ จะทำให้สินค้าจากไทยต้องเสียภาษีแพงกว่าเวียดนาม 10-20% ไม่สามารถแข่งขันได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไทยถูกกดดันทางอ้อม

ส่วนปี 2563 ประเมินว่าจะกลับมาขยายตัว 2% โดยหากวิเคราะห์รายกลุ่ม พบว่า น้ำตาลยังคงมีการแข่งขันสูงในตลาดโลก ขณะที่กุ้งไทยติดปัญหาเรื่องผลพวงจากโรคตายด่วน (EMS) ซึ่งภาครัฐต้องส่งเสริมเกษตรกรให้เพิ่มปริมาณการเลี้ยง เพราะตลาดโลกยังมีความต้องการแต่ไทยผลิตลดลง ขณะที่เวียดนามนำเข้าลูกกุ้งจากอินเดียไปผลิตแย่งตลาดไทย เหลือแค่ 2 แสนตัน

“ปัจจัยเรื่องโรคในปศุสัตว์ก็สำคัญ เราสามารถแก้ไขวิกฤตไข้หวัดนกได้ดี การส่งออกไก่ไปได้ เช่นเดียวกับโรคอหิวาต์สุกรเรายังคุมได้ ปลอดภัย ทำให้การส่งออกหมู ไปยังประเทศจีนเติบโต”

ส่วนกลุ่มผักผลไม้ยังเติบโตดี เพราะผักผลไม้ไทยได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากขึ้น แต่ไทยจำเป็นต้องพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้เกิดความแตกต่างให้สามารถแข่งขันได้ เพราะเมื่อขายดีคู่แข่งผลิตตาม เช่น เวียดนามเริ่มปลูกทุเรียน มาเลเซียตั้งเป้าพัฒนาทุเรียนมูซังคิงให้ส่งออกมากขึ้น ไทยต้องจดคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อดูแลสายพันธุ์ท้องถิ่น ใช้การตลาดนำการผลิต บูรณาการข้อมูล big data ระหว่างหน่วยงาน และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ เพื่อช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรด้วย