เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,700 บาท
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
ดูทั้งหมด

“จีน” แชมป์แหล่งยูนิคอร์นเผยโฉม Top 3 มูลค่าธุรกิจสูงสุด

26 ต.ค. 2562 | 19:47น.

“ฮูรุน” (Hurun) สถาบันวิจัยของจีน เปิดรายงาน “โกลบอลยูนิคอร์น 2019” เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า “จีน” แซงหน้าสหรัฐอเมริกา ในฐานะประเทศที่มีสตาร์ตอัพยูนิคอร์นมากที่สุดในโลก มีทั้งหมด 206 บริษัท ขณะที่สหรัฐมี 203 แห่ง เป็นอันดับ 2 ตามด้วย อินเดีย สหราชอาณาจักร (ยูเค) ส่วนอันดับ 5 มีสองประเทศ ได้แก่ เยอรมนี กับอิสราเอล

ในปี 2019 บริษัทยูนิคอร์นที่มีมูลค่าธุรกิจมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีทั้งหมด 494 แห่ง จาก 24 ประเทศ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2019 มูลค่าธุรกิจของสตาร์ตอัพยูนิคอร์นรวมกันอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจาก 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา

ที่น่าสนใจคือ 3 อันดับแรกของสตาร์ตอัพยูนิคอร์นที่มีมูลค่าธุรกิจสูงสุดในรายงานฉบับนี้ เป็นบริษัทสัญชาติจีนทั้งหมด ได้แก่ 1.Ant Financial บริษัทในเครือของอาลีบาบา กรุ๊ป มีมูลค่าธุรกิจสูงถึง 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ 2.Bytedance บริษัทแม่ของ TikTok แอปพลิเคชั่นบริการเครือข่ายสังคม มูลค่าอยู่ที่ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 3.ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มไรด์-แชริ่ง Didi มูลค่าธุรกิจอยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่สตาร์ตอัพยูนิคอร์นของสหรัฐที่มีมูลค่าสูงสุด ได้แก่ Infor บริษัทซอฟต์แวร์ในนครนิวยอร์ก ตามมาเป็นอันดับ 4 มีมูลค่ากิจการ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และอันดับ 5 บริษัท Juul Labs ผู้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้าสัญชาติอเมริกัน

นายรูเพิร์ต ฮิวจ์เวิร์ฟ ประธานฮูรุนรีพอร์ต กล่าวว่า จีนและสหรัฐเป็น 2 ประเทศที่มีสตาร์ตอัพยูนิคอร์นรวมกันมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 83% ของสตาร์ตอัพยูนิคอร์นทั้งโลก โดยรัฐบาลจีนได้ทุ่มงบประมาณสำหรับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการสร้างบริษัทยูนิคอร์นอย่างน่าสนใจ โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา งบฯพัฒนาชาติที่กำหนดไว้สำหรับธุรกิจสตาร์ตอัพมีมากขึ้น เกือบ 50% ของงบฯพัฒนาชาติทั้งหมด

รายงานระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาจีนพยายามขยายการสร้างสภาพแวดล้อม หรือ ecosystem ที่เอื้อต่อธุรกิจสตาร์ตอัพในหลาย ๆ เมือง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 8 เมืองไฮไลต์ที่ผลิตสตาร์ตอัพสัญชาติจีนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หางโจว เสิ่นเจิ้น หนานจิง กว่างโจว เฉิงตู และฮ่องกง เทียบกับอีกหลาย ประเทศ รัฐบาลจะสร้างสภาพแวดล้อมเพียง 1-2 เมืองสำหรับการผลิตสตาร์ตอัพ อย่างสหรัฐที่มี “ซิลิคอนวัลเลย์” ในซานฟรานซิสโก และแหล่งบ่มเพาะสตาร์ตอัพในนครนิวยอร์ก

รายงานยังกล่าวถึงบริษัทสตาร์ตอัพยูนิคอร์นในประเทศอื่นว่า มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน อย่างเช่น “อินเดีย” ซึ่งอยู่เป็นอันดับ 3 มีสตาร์ตอัพทั้งหมด 21 บริษัท โดยบริษัทที่น่าจับตามอง คือ One97 Communications แพลตฟอร์มการชำระเงินที่มีมูลค่าธุรกิจ 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมี Ola Cabs ผู้ให้บริการไรด์-แชริ่ง และ OYO Rooms ผู้ให้บริการบุ๊กกิ้งโรงแรมราคาประหยัด

ขณะเดียวกัน “GO-JEK” สตาร์ตอัพผู้ให้บริการเรียกรถแท็กซี่เบอร์หนึ่งของอินโดนีเซีย ก็ถูกจัดอันดับว่าเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตเร็ว โดยมีมูลค่าธุรกิจอยู่ที่ 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามด้วย “Tokopedia” อีคอมเมิร์ซรายใหญ่สุดในประเทศ มีมูลค่ากิจการที่ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ หากดูเฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) 15 อันดับแรก มี 3 ประเทศที่ติดอันดับ ได้แก่ อินโดนีเซีย ที่อยู่อันดับ 8, สิงคโปร์ อยู่อันดับ 12 และอันดับ 15 ได้แก่ ฟิลิปปินส์

นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า “อังกฤษ” มีสตาร์ตอัพยูนิคอร์นมากกว่า “เยอรมนีและฝรั่งเศส” ซึ่งเป็นประเทศตัวเต็งที่มองว่า จะขึ้นเป็น “ศูนย์กลางทางการเงินของโลก” แทนที่ลอนดอน หลังจากกำหนดการเบร็กซิต หรือการถอนสมาชิกจากสหภาพยุโรป (อียู) มีผลบังคับใช้

โดยประธานของฮูรุนกล่าวเพียงว่า ผลกระทบจากการเบร็กซิตที่จะตามมาต่อเศรษฐกิจของอังกฤษ มีส่วนทำให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อปั้นสตาร์ตอัพยูนิคอร์นให้มากขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับท็อป 5 อุตสาหกรรมที่เหล่าสตาร์ตอัพยูนิคอร์นให้ความสนใจและลงทุนมากที่สุด ได้แก่ อีคอมเมิร์ซ (68 บริษัท), ฟินเทค (56 บริษัท), ระบบคลาวด์ (44 บริษัท), ปัญญาประดิษฐ์ (40 บริษัท) และธุรกิจโลจิสติกส์ (34 บริษัท)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน ยูนิคอร์น