เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
Finance ผู้ว่าฯ ธปท. เร่งเครื่องกำกับ ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ หวั่นเด็กก่อหนี้เกินจำเป็น เล็งเริ่มสิ้นปีนี้
ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
Economic ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ บูมสงขลาฮับโลจิสติกส์
แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
Finance แบงก์ชาติ ยกระดับสกัดทุนเทา ดีเดย์ ต.ค.นี้ คุมเข้ม ‘ฝากเงินสดเกิน 5 ล้าน-แลกแบงก์ย่อย 10 ล้าน’
อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
World อิหร่าน-สหรัฐ ‘ระอุ’ รอบใหม่ บีบ ‘เฟด’ แข็งกร้าวเงินเฟ้อ
‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
Politics ‘ปลัด มท.’ หนุนสางปัญหาทุจริต ต้องไปให้สุด ขออย่าเหมา รวม ขรก.ทั้งกระทรวง
มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
Politics มหาดไทย สั่งปรับปรุงมาตรการรับรองบุตรต่างชาติ ป้องกัน “พ่อทิพย์”
อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
Real Estate อสังหาฯซบเซาเขย่า ‘แลนด์ลอร์ด’ ที่ดินขายไม่ออก ตัดใจหั่นราคา 50%
2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
Politics 2 ปี มงคล ประธานวุฒิสภา ฝ่าคดีฮั้ว สว. ‘ไม่มีอะไรง่าย แต่ผ่านได้ทุกที’
‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
News ‘ชัชชาติ’ วิ่งจากทองหล่อ ลุยตรวจถนนทรุดวงเวียนใหญ่ สั่งรื้อสะพานลอยลดแรงกดทับ อัดซีเมนต์อุ้มชั้นดิน สกัดเสี่ยง
เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
Tech เทียบฟอร์ม Thaimart เปิดเกมชิงเค้กอีคอมเมิร์ซ
ดูทั้งหมด

เงินบาททยอยอ่อนค่า หุ้นไทยปิดต่ำสุดในรอบ 11 เดือน

07 ธ.ค. 2562 | 10:30น.
เงินบาททยอยอ่อนค่าลง ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปิดสัปดาห์นี้ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 11 เดือน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทเผชิญแรงขายในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากข้อมูล PMI ของจีนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาดในเดือนพ.ย. กระตุ้นแรงขายสินทรัพย์และสกุลเงินปลอดภัย เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในกรอบที่อ่อนค่าในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบประมาณ 1 เดือนที่ 30.38 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังธปท. ส่งสัญญาณติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาท พร้อมกับระบุเตือนถึงแนวโน้มที่เงินบาทอาจผันผวนและไม่ได้แข็งค่าเพียงด้านเดียวเหมือนในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ สถานะขายสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติก็เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่กดดันเงินบาทให้อ่อนค่าลงด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ (6 ธ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 30.32 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 30.23 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 พ.ย.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (9-13 ธ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 30.20-30.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอติดตาม ประกอบด้วย ผลการประชุมนโยบายการเงิน และประมาณการแนวโน้มเศรษฐกิจ-อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (10-11 ธ.ค.) ตลอดจนความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก และเครื่องชี้สัญญาณเงินเฟ้อจากดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และดัชนีราคาสินค้านำเข้า-ส่งออก เดือนพ.ย. นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามผลการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษ สัญญาณนโยบายการเงินจากผลการประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 12 ธ.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนพ.ย. ของจีนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดปลายสัปดาห์ที่ 1,558.99 จุด (ต่ำสุดในรอบ 11 เดือน) ลดลง 1.99% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 46,251.64 ล้านบาท ลดลง 17.87% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ลดลง 1.56% จากสัปดาห์ก่อน มาปิดที่ 313.89 จุด

ตลาดหุ้นไทยร่วงลงตลอดสัปดาห์ท่ามกลางสัญญาณสะท้อนแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงแรงกดดันต่อหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังธปท. มีแนวคิดที่จะดูแลการเก็บค่าธรรมเนียมของธนาคาร นอกจากนี้สัญญาณตึงเครียดในประเด็นการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้ารายอื่นๆ ในระหว่างที่ข้อพิพาทการค้ากับจีนยังคงไม่คลี่คลาย รวมถึงความกังวลต่อผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ก็เป็นอีกปัจจัยลบที่กดดันตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (9-13 ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,550 และ 1,525 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,575 และ 1,585 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด (10-11 ธ.ค.) สถานการณ์การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน รวมถึงผลการเลือกตั้งของอังกฤษ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคและผู้ผลิต รวมถึงยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป ดัชนีราคาผู้บริโภคและผู้ผลิตเดือนพ.ย. ของจีน รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/62 ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ย. และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. ของญี่ปุ่น