เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
Politics นายกฯ สั่งคุมเข้ม Data Center ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจจีนยังน่าห่วง

14 ธ.ค. 2562 | 21:47น.

คอลัมน์ นอกรอบ

โดย ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

นอกจากปัญหาความขัดแย้งทางการค้าของสหรัฐกับจีนแล้ว อีกปัจจัยที่น่ากังวลสำหรับเศรษฐกิจโลกในปีหน้า คือ เศรษฐกิจจีน เพราะเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ และหากวัดอำนาจซื้อ-(GDP at purchasing power parity) จีนจะเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนส่งผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจประเทศต่าง ๆ

โดยเฉพาะยุโรป กลุ่มประเทศเอเชีย (ที่ส่งออกสินค้าทั้งสินค้าขั้นกลางและสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังประเทศจีน) นอกจากนี้ จีนยังมีบทบาทสำคัญ คือ

1.เป็นผู้บริโภครายใหญ่ของสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ ซีเมนต์ อะลูมิเนียม นิกเกิล ถ่านหิน เหล็ก ทองแดง

2.เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยมีมูลค่าการลงทุน 143,000 ล้านเหรียญ ในปี 2018 รองจากญี่ปุ่น

3.นักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวนสูงสุดในโลก 143 ล้านคน (2017) รองลงมา เยอรมนี 92 ล้านคน สหรัฐ 87.8 ล้านคน

ผลจากการชะลอตัวของปริมาณการค้าโลก และการขึ้นภาษีของสหรัฐ ทำให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงมากในปีนี้ โดยเศรษฐกิจจีนในไตรมาส 3 ขยายตัวลดลงเหลือ 6% เป็นการขยายตัวต่ำสุด ในรอบ 30 ปี (เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอตัวชัดเจนตั้งแต่ปี 2012 โดยขยายตัว 7.9% ลดลงจาก 9-10% ช่วง 10 ปีก่อนหน้า และขยายตัวเพียง 6.6% ในปี 2018) และทั้งปีน่าจะขยายตัว 6.1-6.2% (เป้าหมายของรัฐบาล 6-6.5%)

การชะลอตัวเห็นได้ชัดเจนจากภาคการผลิตที่หดตัว การลงทุนในประเทศขยายตัวลดลง ยอดขายรถยนต์หดตัว และกำไรของภาคธุรกิจติดลบต่อเนื่อง 8 เดือน แม้ดัชนีภาคการผลิตปรับตัวดีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน (ดัชนี PMI ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50.2 จากที่ต่ำกว่า 50 ต่อเนื่องถึง 7 เดือน ดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจหดตัว สูงกว่า 50 ขยายตัว) อาจจะเร็วเกินไปที่จะมองว่าเป็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

โดยคาดว่า เศรษฐกิจจีนน่าจะมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงต่อเนื่อง มาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 6% ในปี 2020 ปัญหาเศรษฐกิจที่มีในระยะข้างหน้า คือ

1.ปัญหาความขัดแย้งทางการค้ายังมีความไม่แน่นอน ประกอบกับผลกระทบของการขึ้นภาษีของสหรัฐยังจะมีต่อเนื่องในปี 2020 หากสหรัฐเก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่มเติมในส่วนที่เหลืออีก 1.56 แสนล้านเหรียญ ที่จะมีผลในกลางเดือนธันวาคมนี้ จะมีผลให้แรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากการส่งออกและภาคการผลิตยังคงอ่อนแรง

2. แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนมีการดำเนินมาตรการผ่อนคลายและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจำกัด ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเงิน (ปรับลดการตั้งสำรองของธนาคาร ลดดอกเบี้ย) นโยบายการคลัง (ลดภาษี ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน) เพราะต้องการปรับสมดุลเศรษฐกิจและแก้ปัญหาสะสมช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจ 2008 คือ การลงทุนเกินตัวและการก่อหนี้ของธุรกิจและรัฐบาลท้องถิ่น ฟองสบู่อสังหาฯเพราะปัญหาสะสมดังกล่าวก่อให้เกิดความเปราะบางในระบบการเงิน (ทำให้เศรษฐกิจจีนต้องเผชิญความเสี่ยง เงินทุนไหลออก และความผันผวนของค่าเงินในช่วงที่ผ่านมา) ดูเหมือนว่า รัฐบาลจีนระมัดระวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะหากกระตุ้นมากไปจะสร้างฟองสบู่และปัญหาเพิ่มเติมให้กับเศรษฐกิจในอนาคต ทำให้มีความเสี่ยงว่าจะกระตุ้นน้อยไปจนทำให้เศรษฐกิจชะลอมากเกินไปก็ได้

3.ความเปราะบางของภาคธนาคาร ผลจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความเข้มงวดของธนาคารกลาง จะทำให้สถาบันการเงินต้องระมัดระวังการปล่อยกู้ หมายความว่า การปล่อยสินเชื่อมีแนวโน้มชะลอตัว ซึ่งน่าจะส่งผลต่อสภาพคล่องของธุรกิจ การลงทุน และการขยายตัวของเศรษฐกิจในปี 2020

ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีนประเมินสถานะของภาคธนาคาร พบว่า -มีสถาบันการเงิน 586 แห่ง (จากทั้งหมด 4,379 แห่ง) หรือ 13.4% ที่มีความเสี่ยงสูง (เพิ่มขึ้นจาก 506 แห่ง ในไตรมาส 1 ปี 2018) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการเงินท้องถิ่นที่มีขนาดเล็ก โดยหากวัดในเชิงของสินทรัพย์ น่าจะมีประมาณ 3% ของทั้งระบบ

-การทดสอบ street test ธนาคารขนาดกลางและใหญ่ 30 แห่งพบว่า ในกรณีฐาน (จีดีพีโต 5.3%) มี 9 แห่งที่ทุนไม่พอ และในกรณีเลวร้าย (จีดีพีโต 4.15%) มี 17 แห่งที่ต้องเพิ่มทุน

-การทดสอบสภาพคล่องของธนาคาร 1,171 แห่ง กรณีฐานไม่ผ่านเกณฑ์ 90 แห่ง และกรณีเลวร้ายไม่ผ่านเกณฑ์ 159 แห่ง

-สถาบันการเงินบางแห่งถูกประเมินให้เพิ่มทุน ลดหนี้เสีย ถูกจำกัดการจ่ายเงินปันผล และเปลี่ยนผู้บริหาร

4.การผิดนัดชำระหนี้เพิ่มสูงขึ้น ในปี 2018 มีพันธบัตรที่ผิดนัดชำระหนี้ (bond default) 121,900 ล้านหยวน และในปี 2019 (ข้อมูลถึงต้นเดือนพฤศจิกายน) ผิดนัดชำระหนี้อีก 120,000 ล้านหยวน แม้ว่ามูลค่าพันธบัตรที่ผิดนัดชำระหนี้จะยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับมูลค่าพันธบัตรทั้งหมดที่ 4.1 ล้านล้านหยวน แต่ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 20,000 ล้านหยวน

ในปี 2016-2017ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปัญหาความอ่อนแอของภาคธุรกิจเอกชน (อาทิ อสังหาริมทรัพย์ เหล็ก พลังงาน และซอฟต์แวร์) และรัฐบาลท้องถิ่น ภาครัฐเองระยะหลังก็ไม่เข้ามา คุ้มครองผู้ปล่อยกู้เหมือนในอดีต ทำให้ผู้ปล่อยกู้ต้องรับผิดชอบความเสียหายด้วย

ดังนั้น ความกังวลเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ จึงทำให้ธุรกิจหาแหล่งเงินทุนได้ยากขึ้น จากระดับหนี้ที่อยู่ในระดับสูงกว่า 160% ของจีดีพี และภาวะเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว ทำให้กำไรของธุรกิจต่าง ๆ ลดลง จึงเป็นไปได้ว่าการผิดนัดชำระหนี้จะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ส่งออกจีน เศรษฐกิจจีน