เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

จีนเผชิญเงินทุนไหลออก อีกโจทย์สำคัญปี 2020

28 ธ.ค. 2562 | 12:00น.

ปี 2019 เป็นปีที่จีนเผชิญกับความท้าทายหลายประการ โดยความขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐอเมริกาส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจจีนมีอัตราการเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 30 ปี ซึ่งทำให้ปัญหาต่าง ๆ ในประเทศเริ่มส่งสัญญาณออกมา เช่น การผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทจีน และวิกฤตภาคอสังหาฯ เป็นต้น

ปัญหาเงินทุนไหลออกนอกประเทศ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทางการจีนแสดงความกังวล โดย “ซีเอ็นเอ็น” รายงานอ้างอิงถึงแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. ของ “สำนักบริหารเงินตราต่างประเทศ” ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลจีนที่ทำหน้าที่กำกับและดูแลการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศระบุว่า “ภารกิจสำคัญในปี 2020 คือ การควบคุมความเสี่ยงภาคการเงิน โดยเฉพาะการป้องกันเงินทุนไหลออกนอกประเทศในระดับที่ “ผิดปกติ” รวมถึงการปราบปรามการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย”

ทั้งนี้ หน่วยงานกำกับดูแลตลาดค่าเงินของจีนเริ่มปราบปรามการ “ลักลอบ” นำเงินทุนออกนอกประเทศผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา หน่วยงานดังกล่าวสั่งปรับเงิน “ไชน่าแบงก์” 4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในข้อหานำเงินออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการสั่งปรับเงินสูงที่สุดเท่าที่เคยสั่งปรับ นอกจากนี้ จีนยังควบคุมเงินทุนที่นำออกนอกประเทศมากขึ้น โดย “เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์” รายงานบทสัมภาษณ์ “หยู่ หยงติง” อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารจีนระบุว่า มาตรการควบคุมเงินทุนของจีนมีความ “สุดโต่ง” เกินไป

ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวจากความขัดแย้งทางการค้าในปี 2019 สร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจภายในของจีน ซึ่งส่งผลให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศ นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากกรณีธนาคารกลางจีนที่ปล่อยให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงประมาณ 12% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ปี 2018 รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกหลายตัว จะยิ่งส่งผลให้นักลงทุนนำเงินออกนอกประเทศมากยิ่งขึ้น โดยถึงแม้จีนจะมีมาตรการควบคุมเงินทุนที่เข้มงวด แต่ยังมีเงินทุนไหลออกนอกประเทศผ่านช่องทางแบบผิดกฎหมาย

ขณะที่รายงานจาก สถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือไอไอเอฟ เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2019 เงินทุนไหลออกนอกประเทศจีนผ่านช่องทางถูกต้องตามกฎหมาย 74,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยที่สุดในรอบ 10 ปี แต่ “ไอไอเอฟ” ประเมินว่า เงินที่ไหลออกนอกประเทศอย่างผิดกฎหมายมีจำนวนถึง 131,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขสถิติใหม่ เทียบกับช่วงเวลาที่จีนเผชิญกับปัญหาในลักษณะเดียวกัน เมื่อปี 2015 และ 2016 ที่มีตัวเลขเฉลี่ยแค่ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ขณะที่ “บลูมเบิร์ก” ประเมินว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2019 เงินทุนไหลออกประเทศจีนอยู่ที่ 226,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 19%

นอกจากนี้ รายงานฉบับเดียวกันของทาง “ซีเอ็นเอ็น” ระบุว่า จีนเคยประสบกับปัญหาการไหลออกของเงินทุนในช่วงปี 2015-2016 ซึ่งธนาคารกลางจีนสูญเสียเงินทุนสำรองกว่า 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้จีนจำเป็นต้องประกาศลดค่าเงินหยวนถึง 1.9% ภายในวันเดียว และเพิ่มมาตรการควบคุมเงินทุนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบันมีความแตกต่างกับในอดีต โดยจีนมีหนี้สินในรูปสกุลเงินต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2019 จีนมีหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 14% ต่อจีดีพี นอกจากนี้ “บลูมเบิร์ก” ยังประมาณการว่า บริษัทย่อยของจีนในต่างประเทศยังมีหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศอีกราว 650,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหนี้สินเหล่านี้ 70% ได้รับการการันตีโดยบริษัทแม่ที่ประเทศจีน

ดังนั้น การอ่อนค่าลงของเงินหยวนย่อมส่งผลกระทบต่อความสามารถของการชำระหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศของบริษัทจีน ประกอบกับตัวเลขหนี้สินของบริษัทจีนจำนวนมากและการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ ดังนั้นการแก้ปัญหาเงินทุนไหลออก ร่วมกับการดำเนินมาตรการเพื่อพยุงเศรษฐกิจของจีนในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากกว่าในอดีต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เงินทุนไหลออก เศรษฐกิจจีน