เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (13 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.09% อยู่ที่ 77,254 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (13 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
ดูทั้งหมด

ทีเอ็มบี เปิดตัว “TMB Advisory” บริการที่ปรึกษาด้านการลงทุน

18 ก.ย. 2560 | 17:13น.

ทีเอ็มบียกระดับบริการด้านการลงทุน ส่ง “TMB Advisory” หนุนให้คำปรึกษาลูกค้าผู้ลงทุนในยุคดิจิทัล ด้วยช่องทางที่สะดวก เข้าถึงง่าย ชี้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนรวม (AUM) เติบโต 17% แตะ 2.63 แสนล้านบาท สูงกว่าอุตฯ ที่ขยายตัว 6% พร้อมเผยจับมือ Amundi บริษัทจัดการลงทุนรายใหญ่ของโลกช่วยจัดพอร์ตรองรับความเสี่ยงต่ำ-สูง หนุนลูกค้าขยายตัวเพิ่มจากเดิมที่ 2.6 แสนคน

นายรูว์ ไฮซแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้ารายย่อย ธนาคารทหารไทย (TMB) เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีนับเป็นธนาคารพาณิชย์ไทยแห่งแรกที่เปิดกว้างเสรีภาพการลงทุนตามความต้องการและเป้าหมายของลูกค้าทุกคน ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยได้มีการเพิ่มทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายให้กับลูกค้าด้วยการทลายข้อจำกัดเรื่องการสังกัดค่ายของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เพิ่มอิสระและโอกาสเพื่อให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น

“ทั้งนี้ จากการเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2557 ถือว่าสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ทีเอ็มบีมีลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 30% โดยปัจจุบันลูกค้าที่นิยมลงทุนในรูปแบบกองทุนรวมมีจำนวนกว่า 262,000 ราย แยกเป็นสัดส่วนของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่อยู่ที่ 35% และอีก 65% เป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อย

โดย 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค-ส.ค 60) ทีเอ็มบีมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนรวม (AUM) อยู่ที่ 2.63 แสนล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปีก่อนหน้า (สิ้นปี 2559) และเมื่อเทียบกับทั้งระบบอุตสาหกรรมขยายตัวอยู่เพียง 6% และมีความมั่นใจว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”นายรูว์ไฮซแมนกล่าว
ด้านนางมารี แรมลี หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจรายย่อย ทีเอ็มบี กล่าวว่า ทีเอ็มบีมุ่งมั่นที่จะตอบโจยท์ลูกค้า โดย TMB Advisory บริการที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่เปิดเสรีแบบ Open Architecture ได้คัดสรรกองทุนคุณภาพจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำของประเทศ 8 แห่ง ที่มีความเชี่ยวชาญในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้กับลูกค้า ประกอบด้วย บลจ.อเบอร์ดีน บลจ.ซีไอเอ็มบี พรินซิเพิล บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) บลจ.ทหารไทย บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) บลจ.วรรณ บลจ.ทิสโก้ และบลจ.กสิกรไทย ที่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร และมีความเชี่ยวชาญการลงทุนที่แตกต่างกัน เรียกได้ว่า “รวบรวมกองทุนรวมดีๆ ผลตอบแทนติดอันดับทุกกอง มาไว้ที่ ทีเอ็มบี ที่เดียวก็ว่าได้”

ทั้งนี้ บริการ TMB Advisory จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการรับความเสี่ยงในการลงทุนของลูกค้า พร้อมๆ กับความต้องการของลูกค้า แล้วให้คำปรึกษาการลงทุน เพื่อให้ลูกค้าสามารถได้รับผลตอบแทนที่ต้องการในระยะยาวและไปถึงเป้าหมายการเงินที่วางไว้ ซึ่งการจะประสบความสำเร็จในการลงทุนจะประกอบด้วย 3 เรื่อง คือ การจัดสัดส่วนการลงทุน (Asset Allocation) การเลือกหลักทรัพย์ที่จะลงทุน (Security Selection) และการจับจังหวะการลงทุน (Market Timing) โดยลูกค้าที่ใช้บริการ TMB Advisory จะมี Amundi พันธมิตรใหม่จากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบริษัทจัดการลงทุนรายใหญ่ของโลก ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการเป็นอันดับ 1 ในยุโรป มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มาช่วยออกแบบโมเดลพอร์ตการลงทุน 5 รูปแบบ เพื่อแนะนำการลงทุนให้กับลูกค้าตามความเสี่ยงที่ลูกค้ารับได้” นางมารีกล่าว

อย่างไรก็ตาม พอร์ตการลงทุนทั้ง 5 รูปแบบ จัดไว้สำหรับลูกค้าที่รับความเสี่ยงได้ต่ำไปจนถึงรับความเสี่ยงได้สูง ดังต่อไปนี้ 1.พอร์ต Risk Averse ไม่มีการลงทุนในหุ้น เน้นคุ้มครองเงินต้น โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ไทย และตราสารหนี้ต่างประเทศ 100% 2.พอร์ต Conservative ลงทุนในหุ้น 20% ที่เหลือลงทุนตราสารหนี้ 80% 3.พอร์ต Balanced ลงทุนในหุ้น 50% และตราสารหนี้อีก 50% 4.พอร์ต Advanced ลงทุนในหุ้น 70% และตราสารหนี้อีก 30% 5.พอร์ต Aggressive ลงทุนในหุ้น 100% ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง
โดยทุกรูปแบบจะเน้นจัดสรรสัดส่วนการลงทุนระยะยาว กระจายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยแต่ละพอร์ตจะคัดเลือกกองทุนและแนะนำสัดส่วนรายกองทุน ว่าควรจะลงทุนในกองทุนใดสัดส่วนเท่าไหร่ นอกจากนี้ จะมีการแนะนำปรับพอร์ตการลงทุนทุกเดือน เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะตลาด และควบคุมความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนให้อยู่ในกรอบที่วางไว้ โดยบริการนี้จะไม่มีข้อผูกมัด และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกด้วย

นางมารีกล่าวต่อว่า สำหรับปีนี้ทีเอ็มบีมองภาพรวมยังเป็นทิศทางของตลาดหุ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยและยิวด์ยังอยู่ในระดับต่ำ และสามารถหนุนการลงทุนในตลาดหุ้นได้ โดยจะเห็นได้จากเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย (ฟันด์โฟลว์) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกองทุนที่แนะนำในช่วงนี้จะเป็นกลุ่มกองทุน Emerging โดยเฉพาะโซนเอเชีย เนื่องจากมองว่าในแง่ของ Valuation ยังมีความน่าสนใจ ประกอบกับบริษัทต่างๆ ในเอเชียที่เป็นประเทศกำลังพัฒนามีผลการดำเนินงานที่ดี และมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ปัจจุบันกลุ่มกองทุน Emerging โซนเอเชีย เติบโตเฉลี่ย 26% เมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน

รวมทั้ง P/E ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว นอกจากนี้ ช่วงไตรมาสที่ 4 ทีเอ็มบีมองกลุ่มกองทุนไทยที่จะเริ่มกลับมาแอคทีฟมากขึ้น เนื่องจากปีนี้ตลาดหุ้นไทยยังไม่ค่อยปรับตัวเพิ่มขึ้นมากนัก เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบัน ประเทศไทยเติบโตประมาณ 6% ในขณะที่ประเทศฟิลลิปแนส์ เติบโตที่ 17% และประเทศอินโดนีเซีย เติบโตที่ 10% ทำให้โอกาสของตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก

“ยกตัวอย่าง กองทุน บลจ.กสิกรไทย แนะนำกอง K-gemo เนื่องจากมองว่า Valuation ยังมีความน่าสนใจ และสูงขึ้นมาก และปีนี้ K-gemo ยังปรับขึ้นไม่แรงมากเมื่อเทียบกับหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งกองทุน K-gemo จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีมุลค่าตาราคาตลาด (market cap) อยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังเป็นขนาดที่น่าสนใจเพราะว่าในอนาคตหุ้นขนาดเล็กจะกลายเป็นหุ้นขนาดหญ่ได้ในอนาคต และบริษัทเหล่านี้ก็เป็นบริษัทที่มีการเติบโต โดยปัจจุบันกอง K-gemo มีผลการดำเนินงานเติบโตอยู่ที่ 10% เมื่อเทียบตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน” นางมารีกล่าว