เมืองไอที-วิถีล้านนา มิกซ์แอนด์แมตช์ “ออน วัลเลย์” เชียงใหม่
“เมืองไอที วิถีล้านนา” ยังคงเป็นคอนเซ็ปต์หลักของ “วิโรจน์ เย็นสวัสดิ์” เจ้าของ “ออน วัลเลย์” โครงการขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท บนพื้นที่ 100 ไร่ ในตำบลออนใต้ อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ที่มิกซ์แอนด์แมตช์ความเป็นเมืองไอทีและวิถีล้านนาได้อย่างลงตัว หลังจากเริ่มเปิดโครงการมาตั้งแต่ปี 2560 ทุกอย่างมีความคืบหน้าและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง 2 คอนเซ็ปต์สำคัญยังคงขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กัน “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสถึงความก้าวหน้าต่าง ๆ
วิโรจน์เล่าว่า ในอีกบทบาทฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท โปรซอฟท์ คอมเทค จำกัด ผู้ผลิตซอฟต์แวร์บัญชีรายใหญ่ของประเทศ ได้มุ่งพัฒนาขีดความสามารถทางด้านไอทีให้กับ SMEs startup และ tech startup พร้อมวาดวางให้เป็นพื้นที่ coworking space โดยมีอาคาร creative park ขนาด 3 ชั้น พื้นที่ราว 2,000 ตารางเมตร รองรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือ SMEs startup และ tech startup ซึ่งปัจจุบันอาคารแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ทำงาน ศูนย์ฝึกอบรมสัมมนา ศูนย์ training ที่มีหลายบริษัทหลายองค์กรแวะเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่านอกจาก SMEs startup และ tech startup ที่เป็นลูกค้ากลุ่มหลักแล้ว ในส่วนของ “โปรซอฟท์ คอมเทค” ที่มีฐานลูกค้ามากกว่า 5,000 รายทั่วประเทศ เป็นอีกกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่จะเข้ามาใช้บริการ creative park ภายใน “ออน วัลเลย์” ทั้งในลักษณะการประชุมสัมมนา การฝึกอบรม และการพัฒนาเอสเอ็มอีเกี่ยวกับซอฟต์แวร์และไอที รวมถึงยังเปิดพื้นที่ coworking space ที่สตาร์ตอัพหรือคนทั่วไปสามารถมานั่งทำงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ด้าน “วิถีล้านนา” ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์คู่เมืองไอทีของอาณาจักร “ออน วัลเลย์” วิโรจน์ยังมุ่งสร้างพื้นที่ 100 ไร่แห่งนี้ให้เป็นสังคมที่มีวิถีอยู่ดี กินดี มีสุข เกษตรปลอดสารเคมี วิโรจน์บอกว่าขณะนี้กำลังเร่งงานในส่วน “smart farm” โดยลงทุนสร้างโรงเรือน “green house” จำนวน 10 โรงเพื่อปลูกผักที่มีมูลค่าเพิ่ม เป็นเกษตรอินทรีย์ 100% นอกจากนี้ มีพื้นที่นาข้าวอินทรีย์ราว 4 ไร่แล้ว “green house” ทั้ง 10 โรงเรือนจะเป็นต้นแบบการผลิตพืชผักอินทรีย์ให้เกษตรกรและยกระดับรายได้ให้เกษตรกรได้เพิ่มมากขึ้น ล่าสุดมีเครือข่ายเกษตรกรทั้งในพื้นที่ตำบลออนใต้และอีกหลายอำเภอในเชียงใหม่จำนวนราว 50-60 คน เข้ามาเรียนรู้เกษตรสมัยใหม่ที่ “smart farm” ภายใน “ออน วัลเลย์”
“ตอนนี้เราเริ่มปลูกมะเขือเทศ 7 สายพันธุ์ คือ เมลอน แตงกวา พริกหวาน ซึ่งแบ่งเป็นการปลูกเพื่อจำหน่ายและเป็นวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารของเราภายในโครงการ ขณะเดียวกัน เป็นต้นแบบให้เกษตรกรที่จะเรียนรู้วิธีการปลูกแบบสมัยใหม่ แต่เป็นอินทรีย์ 100% โดยเราจะทำแพลตฟอร์ม e-Market place ที่เกษตรกรสามารถขายสินค้าให้กับผู้ซื้อได้โดยตรง”
วิโรจน์บอกต่อว่า แพลตฟอร์ม e-Market place จะเป็นการตัดพ่อค้าคนกลางออกไป โดยออน วัลเลย์จะทำหน้าที่โลจิสติกส์ให้เกษตรกรเมื่อเกิดการซื้อขาย โดยส่งตรงถึงผู้บริโภค เป็นโมเดลที่จะทำให้เกษตรกรเติบโตได้ ทำเกษตรแบบไม่มีหนี้สิน และเป็นการเกษตรที่เพิ่มมูลค่าสูง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเกษตรในรูปแบบ smart farm จะใช้ไอทีเข้ามาทำการตลาดในลักษณะเป็นแหล่งสร้างงานให้คนในพื้นที่ได้มีงานทำ และคนในชุมชนสามารถมาเรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอดในกิจการของตัวเอง ซึ่งโปรซอฟท์ คอมเทคมีความเชี่ยวชาญด้านไอทีและจะสนับสนุนเกษตรแบบ smart farm ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ออน วัลเลย์” มีความเป็นรูปธรรมตามลำดับที่ปักธงไว้แต่แรกเริ่มเมื่อปี 2558 ที่นี่มิใช่แค่เมืองไอที วิถีล้านนา เกษตรอินทรีย์ ตามที่วิโรจน์ปักคอนเซ็ปต์ไว้เท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาเรียนรู้ในเชิงวิถีเกษตรและกีฬา มีร้านกาแฟกลางทุ่งร้านอาหารที่เสิร์ฟด้วยเมนูที่ปรุงจากผลผลิตอินทรีย์ ดัตช์ฟาร์มที่มีทั้งม้าแคระ ม้าใหญ่ แพะและแกะ ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด หรือจะปั่นจักรยานท่องเที่ยวสำรวจพื้นที่ 100 ไร่ก็มีจักรยานไว้บริการ นอกจากนี้ ยังมี Oon Field สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน และ Oon Valley Farm Stay โรงแรมที่โอบล้อมด้วยวิวนาข้าว
ทำให้วันนี้ “ออน วัลเลย์” ถูกปักหมุดเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮอตของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวมาแวะเยือนกว่า 100,000 คนต่อปี เป็นเมืองไอที วิถีล้านนาที่มีแรงดึงดูดให้น่าเข้ามาท่องเที่ยวและศึกษาเรียนรู้สักครั้งเมื่อมาเยือนเชียงใหม่