เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
Finance SET วันนี้ (8 ก.ค.) ร่วงแรง 27.88 จุด ปิดตลาดดัชนีหลุดต่ำกว่า 1,600 จุด ปมอิหร่านโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ
แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
Real Estate แอสเซทไวส์-ออริจิ้น ตุนยอดขายบ้าน-คอนโดฯ ครึ่งปีแรกคึก ลุยต่อครึ่งปีหลัง
“ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
Finance “ศุภชัย” ปัดตอบปมสุภาพรถือหุ้นทรู 7% โยน ก.ล.ต.สอบ 
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดผลงาน SET ครึ่งปีแรกหุ้นขึ้น 26.3% เดือน มิ.ย. พุ่ง 1.5%
เปิดตัว ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’ เริ่มใช้จริง 1 ต.ค. 2569
Tech เปิดตัว ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’ เริ่มใช้จริง 1 ต.ค. 2569
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ร่วงลง 850 บาท รูปพรรณขายออก 65,100 บาท
เครือข่ายกัญชา บุก สธ. ยื่นค้านคุมเข้มเอื้อมาเฟียใต้ดิน ชี้กฎใหม่แค่ “เพิ่มราคาคอร์รัปชัน”
Politics เครือข่ายกัญชา บุก สธ. ยื่นค้านคุมเข้มเอื้อมาเฟียใต้ดิน ชี้กฎใหม่แค่ “เพิ่มราคาคอร์รัปชัน”
“Go Healthy with Taiwan 2026” เปิดตัว Top 20 Mentorship Program
Biz Movement “Go Healthy with Taiwan 2026” เปิดตัว Top 20 Mentorship Program
IMF หั่นแรง เลขคาดการณ์ GDP กัมพูชาปีนี้ เหลือ 3%
World IMF หั่นแรง เลขคาดการณ์ GDP กัมพูชาปีนี้ เหลือ 3%
บีโอไอไฟเขียว 9 โครงการใหญ่ 6.6 หมื่นล้าน ตั้งอนุฯกลั่นกรอง Data Center รับลงทุนดิจิทัล-AI
Economic บีโอไอไฟเขียว 9 โครงการใหญ่ 6.6 หมื่นล้าน ตั้งอนุฯกลั่นกรอง Data Center รับลงทุนดิจิทัล-AI
ดูทั้งหมด

นักกฎหมายชี้ 3 มาตรา ร่างพ.ร.บ.ปรองดอง ไม่กำหนดเกณฑ์ใช้อำนาจทางคดีให้ชัด เสี่ยงถูกมองเลือกปฏิบัติ

19 ก.ย. 2560 | 14:50น.

เมื่อวันที่ 19 กันยายน เเหล่งข่าวในกระบวนการยุติธรรมได้ให้ความเห็นถึงร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความยุติธรรมทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง พ.ศ. …. หรือร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่คณะกรรมาธิการการเมือง สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาของกฎหมายในสาระสำคัญ จากเดิม โดยให้อัยการสูงสุดเป็นผู้มีบทบาทในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญาและเยียวยาความเสียหาย แทนคณะกรรมการอำนวยความยุติธรรมทางอาญาเกี่ยวเนื่องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ว่ามีประเด็นที่น่าสนใจในร่าง พ.ร.บ.นี้ มาตรา 12 ที่กำหนดให้อัยการสูงสุดมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 21 ซึ่งตามมาตรา 21 นี้ได้บัญญัติให้อัยการสูงสุดมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องได้หากเห็นว่าการฟ้องคดีอาญาจะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน หรือจะมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติ หรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ พ.ศ.2554

มีประเด็นที่น่าพิจารณาในเรื่องนี้คือ ร่าง พ.ร.บ. มาตรา 12 บัญญัติให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามมาตรา 21 ของพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 ในการสั่งไม่ฟ้อง โดยไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการใช้อำนาจดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องของอัยการสูงสุดให้ชัดเจน ว่าควรต้องมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร ถึงแม้จะมีการอิงหลักเกณฑ์การใช้อำนาจตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนดังที่กล่าวไป แต่ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดฉบับนี้เป็นระเบียบที่ใช้กับกรณีทั่วๆ ไป ไม่ได้เจาะจงใช้กับคดีที่เป็นการกระทำผิดอาญา เนื่องจากมูลเหตุจูงใจทางการเมือง จึงทำให้การใช้อำนาจสั่งไม่ฟ้องโดยจะมาอ้างอิงตามระเบียบนี้ ขาดความชัดเจน และขาดหลักเกณฑ์การใช้อำนาจที่ครอบคลุมและเหมาะสมต่อคดีทางการเมือง

นอกจากนี้ ตามร่าง พ.ร.บ. มาตรา 13 ที่กำหนดว่า เมื่อศาลเห็นสมควรให้ศาลมีอำนาจรอการกำหนดโทษหรือรอการลงโทษได้ หรือจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้ ก็ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์การใช้อำนาจดุลพินิจของศาลให้ชัดเจนว่าอย่างไรจึงจะเป็นการสมควรให้ศาลใช้อำนาจในเรื่องนี้ได้

โดยปัจจุบันนี้กฎหมายใหม่ที่ตราขึ้นบังคับใช้จะกำหนดหลักเกณฑ์การใช้อำนาจดุลพินิจของหน่วยงานผู้ใช้อำนาจให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความไม่ชัดเจนในการใช้อำนาจดุลพินิจ เช่น การสั่งรับฎีกาของศาลฎีกาในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ให้อำนาจศาลฎีกาสั่งรับฎีกาได้เมื่อเห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 46 จะกำหนดหลักเกณฑ์ไว้เลยว่าอย่างไรเป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการใช้อำนาจของศาลฎีกาว่าจะสั่งรับฎีกาหรือไม่

ในเรื่องการเยียวยาความเสียหาย ตามร่าง พ.ร.บ. มาตรา 14 ที่ให้อัยการสูงสุดมีหน้าที่เสนอข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้การเยียวยาต่อไป ก็ไม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเยียวยาผู้เสียหายของคณะรัฐมนตรีให้ชัดเจนว่าจะมีหลักเกณฑ์ในการเยียวยาอย่างไร

“ที่สำคัญที่สุดคือร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ได้เป็นการนิรโทษกรรมให้ผู้กระทำความผิดทุกคนไม่ต้องมีความผิดและไม่ต้องรับโทษ แต่เป็นการพิจารณาผู้กระทำความผิดแต่ละราย เป็นคนคนไป จึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ในร่างกฎหมายให้ชัดเจน และมีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับให้ได้ว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น นปช. พันธมิตร เสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อหลากสี ทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่ามี 2 มาตรฐานเลือกปฏิบัติเป็นคุณกับฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นโทษกับอีกฝ่าย ดังนั้น จึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อรองรับและควบคุมการใช้อำนาจที่ต้องมีความเป็นธรรม เสมอภาค และเท่าเทียมกัน” เเหล่งข่าวในกระบวนการยุติธรรมกล่าว

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเมือง