เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โก่งราคาหน้ากากติดคุก 5 ปี “ผีน้อย” ถึงไทยแล้วเกือบ 5 พันคน

06 มี.ค. 2563 | 17:05น.

ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ได้แถลงข่าวเป็นครั้งแรก โดยมีนายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ด้านนายจักษ์ พันธ์ชูเพ็ชร ที่ปรึกษา รมว.แรงงาน นายสมคิด จันทรมฤต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมแถลงถึงความคืบหน้าไวรัสโควิด – 19 และมาตรการรับมือแรงงานไทยกลับจากเกาหลีใต้

ผีน้อยกลับไทยแล้ว 4,727 คน

นายเชิดเกียรติกล่าวว่า สถานการณ์แรงงานไทยที่ทำงานในประเทศเกาหลีใต้มีทั้งหมด 209,909 คน แบ่งเป็น พำนักอย่างถูกกฎหมาย 57,470 คน พำนักอย่างผิดกฎหมาย 152,439 คน ทั้งนี้ ทางเกาหลีใต้มีมาตรการจูงใจให้แรงงานที่ผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศ โดยไม่เสียค่าปรับ และไม่มีความผิด ซึ่งเป็นมาตรการก่อนที่จะระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยมีระยะเวลาตั้งแต่ 11 ธ.ค.2562-30 มิ.ย.2563 มีสถิติการรายงานตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เกาหลีใต้ ตั้งแต่ 11 ธ.ค.- 1 มี.ค. จำนวน 5,386 คน มีคนเดินทางกลับมาแล้ว 4,727 คน

กระบวนการเดินทางกลับแรงงานจะต้องรายงานตัวที่ ตม. เกาหลีใต้ ซึ่งระยะเวลาการรายงานตัวใช้เวลา 3-15 วันในการพิจารณา และตรวจประวัติ ก่อนการเดินทางจะต้องมีขั้นตอนคัดกรองก่อนขึ้นเครื่อง หากมีอาการป่วยจะไม่สามารถขึ้นเครื่องกลับได้ และยังมีการคัดกรอง 3 จุด ทั้งก่อนเข้าอาคารผู้โดยสารขาออก จุดตรวจหนังสือเดินทาง และก่อนขึ้นเครื่อง มั่นใจได้ว่าหากคนใดอุณหภูมิสูงกว่า 37.5 จะไม่ได้ขึ้นเครื่อง

“นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ได้โทรศัพท์คุยกับ รมว.ต่างประเทศของเกาหลีใต้ กำชับเรื่องนำแรงงานผิดกฎหมายกลับประเทศไทย 1.ให้แรงงานไทยพำนักอย่างน้อย 14 วัน เพื่อมั่นใจได้ว่าไม่ติดเชื้อ 2.ขอให้เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการคัดกรองที่สนามบินของทุกสายการบิน และทุกสนามบินที่จะมาประเทศไทย 3.ขอให้จัดส่งข้อมูลแรงงานไทยที่ลงทะเบียนกับ ตม.เกาหลีใต้ให้กลับมา ว่าภูมิลำเนาอยู่ตรงไหน จะได้ส่งให้หน่วยงานในประเทศดูแลต่อไป” นายเชิดเกียรติกล่าว

@ สธ.คัดกรองตั้งแต่หลุมจอดเครื่องบิน

ด้าน นพ.รุ่งเรือง กล่าวว่า ในส่วนของการคัดกรองเราร่วมมือกับ กต. และกระทรวงแรงงาน สกัดตั้งแต่ก่อนเข้ามา มีการประสานกับสายการบินต่างๆ ให้จัดการที่นั่งให้เหมาะสม รวมถึงมีการสวมหน้ากาก เมื่อถึงสนามบินจะมีหลุมจอดเฉพาะเพื่อคัดกรองประชาชนกลุ่มนี้ โดยคัดกรอง 3 ขั้นตอน 1.ดูว่ามีอาการไข้หรือไม่ ถ้ามีจะส่งตัวไปยังเครือข่ายโรงพยาบาลของ สธ.ทันที 2.มาจากพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ รัฐบาลได้จัดหาสถานที่ดูแลไว้ 3.กลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อย เจ้าพนักงานของ สธ.มีอำนาจตามประกาศเขตติดโรคและโรคติดต่ออันตราย จะมีเจ้าหน้าที่ สธ.ติดต่อทุกวัน ถ้าไม่สบายพาไปรักษาทันทีโดยไม่แพร่เชื้อ และมาตรการอื่นๆ ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะต้องใช้มาตรการพิเศษ นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด สธ.ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท้องที่ร่วมดำเนินการ

@ จ่อใช้แอปฯ ติดตามตัว

“ผู้ที่ถูกกักตัวที่บ้าน จะกลไกคุมโรคติดต่อจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มี สธ.จังหวัดเป็นเลขาธิการ มีข้อมูลส่งต่อให้เกิดการติดตาม นอกจากนี้ ยังมีทีมโรงพยาบาลช่วยดู แต่บุคคลเหล่านี้ไม่ใช่เชื้อโรค หากประชาชนเห็นอกเห็นใจคนเหล่านี้จะได้รับความร่วมมือดีมาก ส่วนไทยมีผู้ติดเชื้อ 47 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง ส่วนแรงงานที่มาจากเกาหลีมากกว่า 98 เปอร์เซ็นต์ควบคุมได้ นอกจากนี้ จะนำแอปพลิเคชั่นติดตามตัวเหมือนในต่างประเทศ เพื่อเตรียมการไปสู่ระยะถัดไป” นพ.รุ่งเรือง กล่าว

@ เตรียมงาน 9 หมื่นตำแหน่งรองรับ

ด้านนายจักษ์กล่าวว่า ตัวเลขของแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้ ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2562 มีสัปดาห์ละ 200-400 คน เดือน ม.ค.2563 มีคนเดินทางกลับสัปดาห์ละ 200-300 คน และ ก.พ.2563 จำนวน 300 คน ซึ่งทั้งหมดเกินระยะเวลากักตัว 14 วันแล้ว ยืนยันว่าเราไม่ได้ละเลย ส่งอาสาสมัครเข้าไปดูแล ไม่ได้หมายความว่าเข้ามาแล้วละเลยมองข้าม นอกจากนี้ ยังมีตำแหน่งงานว่างกว่า 9 หมื่นตำแหน่งรองรับ แรงงานที่ไม่ประสงค์เดินทางกลับ

@ มท.ส่งเจ้าหน้าที่ตามติดผีน้อย

ขณะที่นายสมคิด จันทรมฤต รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า มหาดไทยได้จัดสถานที่รองรับผู้ที่เดินทางกลับของแรงงานที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้ทุกๆ จังหวัด นอกจากนี้ ยังใช้กลไกในพื้นที่ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน ซึ่งทราบอยู่แล้วว่าใครเดินทางกลับบ้างให้ไปตรวจสอบ ซึ่ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กำชับห้ามไม่ให้มีปัญหา และดำเนินการอย่างเข้มงวดในแต่ละราย

“ที่เป็นข่าวในโซเชียลมีเดียว่าออกไปทานอาหารที่ร้านอาหารต่างๆ นั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่ สธ.ไปดำเนินการขอความร่วมมือให้กักตัวอยู่ที่บ้านแล้ว ซึ่งได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดี” นายสมคิดกล่าว

@ พาณิชย์จัดหน้ากาก 7 แสนชิ้นให้ รพ.

ด้านนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัย 11 โรงงาน ในช่วงแรกผลิตต่อวันได้ 1.3 ล้านชิ้น แต่ขณะนี้ลดลงเหลือ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน เนื่องจากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบหลักจากประเทศจีน ส่วนหน้ากากนำเข้าซึ่งผลิตจากจีนก็จะหายไปโดยปริยาย เดือนละ 30 กว่าล้านชิ้น

“ขณะนี้หน้ากากอานามัย 1.2 ล้านชิ้น กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุขร่วมกันบริหารอย่างเบ็ดเสร็จ คนที่จำเป็นลำดับแรกโรงพยาบาล 7 แสนชิ้น ผ่านกลไกทางกรมการค้าภายใน และกองบัญชาการกองทัพไทย ถ้าไม่เพียงพอจะนำส่วน 5 แสน มาบริหารจัดการเพิ่มเติม โดยมีการประเมินเป็นรายวัน กลุ่มที่สองจำเป็นต้องสัมผัสกับคนกลุ่มเสี่ยง เช่น ตม.สายการบิน ส่วนชาวบ้านอาจไม่สะดวกเหมือนเดิม เราจำเป็นให้คนที่จำเป็นใช้ก่อน อย่างไรก็ตาม เตรียมให้ร้านขายปลีก 7-11 บิ๊กซี เทสโกโลตัส และร้านธงฟ้า” นายวิชัยกล่าว

@ โก่งราคาจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสน

นายวิชัยกล่าวว่า ส่วนการขายหน้ากากอนามัยเกินราคา ขณะนี้โอกาสเล็ดลอดยากมาก เพราะกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้จ่ายของ โดยตั้งแต่จันทร์ที่ 9 มี.ค.2563 ต้องขายไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท ถ้าขายเกินราคามีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หน้ากากอนามัย โควิด-19