โบรกฯ หวั่นราคาน้ำมันดิบร่วงฉุดตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง
‘บล.กรุงศรี’ ชี้สารพัดปัจจัยลบหลังจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งทะลุ 1 แสนราย ราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังทรงตัวต่ำจะเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยวันนี้ ชูลงทุนหุ้นเด่น ‘CPALL’ เก็งการประชุม ครม.เคาะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี เปิดเผยแนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 10 มี.ค.63 ว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลาง โดยคาดว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) จะแกว่งตัว 1,240 – 1,270 จุด แม้ว่าจะมีความกังวลจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (COVID-19) ที่ยังคงแพร่ระบาด โดยมีผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 1 แสนราย และล่าสุดอิตาลีประกาศปิดประเทศเพื่อสกัดการแพร่ระบาด ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจยูโรปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่มีแนวโน้มทรงตัวระดับต่ำ หลังจากที่ซาอุดีอาระเบียประกาศลดราคาขายน้ำมันลงรวมถึงวางแผนเพิ่มการผลิตน้ำมันกว่า 10 ล้านบาร์เรล/วันในเดือน เม.ย. จะเป็นแรงกดดันต่อกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีอีกด้วย อย่างไรก็ตาม คาดว่าดัชนีจะมีสลับรีบาวด์ขึ้นได้จากความคาดหวังการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (ECB) วันที่ 12 มี.ค. การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) วันที่ 17 – 18 มี.ค. และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 25 มี.ค. จะผ่อนคลายนโยบายการเงินและปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจถดถอย
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลงแรง ได้แก่ TASCO และ EPG ส่วนกลุ่มโรงแรม CENTEL และ ERW กลุ่มค้าปลีก HMPRO และ BJC ได้อานิสงส์จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1 แสนล้านบาท ขณะที่กลุ่มไฟแนนซ์ MTC, SAWAD และ KTC ตอบรับต้นทุนการเงินลดลงจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลง และสุดท้ายกลุ่มปลอดภัย (Defensive) และปันผลสูง แนะนำ ADVANC, INTUCH และ TTW
ส่วนหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ ADVANC (ราคาปิดล่าสุด 188.50 บาท แนะนำซื้อ/เป้า 247.00 บาท) โดยประเมินว่า ADVANC ได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 น้อยสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ และยังได้ผลบวกจากการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งจะส่งผลให้มีการย้ายเงินลงทุนเข้าหุ้นที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอและให้อัตราเงินปันผล (Dividend Yield) สูงเพิ่มมากขึ้น (ADVANC ปี 563 คาดจ่ายปันผล 7.9 บาท/หุ้น ให้ Dividend Yield ประมาณ 3.9%)
ถัดมา CPALL (ปิด 63.75 บาท ซื้อ/เป้า IAA Consensus 88.00 บาท) การเข้าสู่ขั้นตอนของการกระตุ้นการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยคาดว่าวันนี้ ครม.จะอนุมัติมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อให้กับภาคประชาชน ซึ่งจะเป็นผลบวกโดยตรงกับยอดขายของ CPALL ขณะที่ประเด็นการเข้าซื้อเทสโก้โลตัสในไทยและมาเลเซียคาดว่าตลาดน่าจะคลายกังวลไปแล้ว เนื่องจากไม่ต้องเพิ่มทุน และใช้การจัดตั้งบริษัทลูกทำให้ไม่กระทบเงื่อนไขการกู้ยืมเงิน (Debt Covenants) และฐานะการเงินของ CPALL