ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง หลังธนาคารกลางอังกฤษปรับลดดอกเบี้ยฉุกเฉิน
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 11 มีนาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/3) ที่ระดับ 31.44/46 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (10/3) ที่ระดับ 31.46/47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นหลังจากสงครามราคาน้ำมันมีท่าทีผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังเมื่อคืน (10/3) นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รัฐมนตรีพลังงานรัสเซียกล่าวว่า รัสเซียยังไม่ได้ปิดประตูการเจรจากับโอเปกเพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดน้ำมัน อย่างไรก็ดี ซาอุดิอาระเบียยังคงเดินหน้าเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันต่อไป
นอกจากนี้ตลาดยังคงจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในสัปดาห์หน้า (17-18/3) โดยตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกอย่างน้อย 0.5% แม้ว่าจะเพิ่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินไป 0.5% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (3/3) ก็ตาม
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยตลาดยังคงมีความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งทางภาครัฐได้มีการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจในภาวะที่ไวรัสโคโรน่ายังระบาดอย่างรุนแรง เช่น ธปท.ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ หรือนโยบายนำเงินที่ซื้อกองทุน SSF ระหว่างเมษายน-มิถุนายน 2563 หักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท เป็นต้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.43-31.55 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.3/31.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (11/3) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1312/16 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (10/3) ที่ระดับ 1.1345/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าลงก่อนที่จะมีการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพรุ่งนี้ (12/3) โดยที่ตลาดคาดการณ์ว่า ECB จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ตามแนวโน้มของธนาครกลางหลายแห่งที่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ดี ในวันนี้ (11/3) ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ได้มีการประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินลงอีก 0.50% เหลือ 0.25% นับเป็นอีกประเทศที่ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐลดดอกเบี้ยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งยังคงมีการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง นอกจากนี้ การประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินของ BOE ในครั้งนี้ ทำให้ตลาดยิ่งจับตามองการประชุม ECB ในวันพรุ่งนี้ ว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามไปหรือไม่ ทำให้หลังจาก BOE ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยฉุกเฉินค่าเงินยูโรก็กลับมาอ่อนค่าลง แม้ว่าในช่วงเช้าจะปรับตัวแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1275-1.1366 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1326/29 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (11/3) เปิดตลาดที่ระดับ 104.95/97 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (10/3) ที่ระดับ 104.74/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนกลับมาอ่อนค่าลง หลังจากช่วงก่อนหน้านี้แข็งค่าขึ้นไปอย่างมากจากความกังวลต่อสงครามราคาน้ำมันและการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนยังคงมีแนวโน้มกลับไปแข็งค่าได้อีก เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น ทำให้ตลาดยังคงมีความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ โดยค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 104.09-105.67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 105.17/2 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในสหราชอาณาจักร (11/3), ดัชนีภาคการผลิตของสหราชอาณาจักรเดือนมกราคม (11/3), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐเดือนกุมภาพันธ์ (11/3), ดัชนีราคาผู้ผลิตของญี่ปุ่น เดือนกุมภาพันธ์ (11/3), ดัชนีภาคการผลิตของยูโรโซนเดือนมกราคม (12/3), ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ เดือนกุมภาพันธ์ (12/3) การกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (12/3), ดัชนีราคาผู้บริโภคของเยอรมนี เดือนกุมภาพันธ์ (13/3), ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในสหรัฐของมหาวิทยาลัยมิชิแกน (13/3)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.8/-0.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.5/-0.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ