เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

เทคโนโลยีที่นำมาใช้เพื่อป้องกัน และดูแลในช่วงโควิด-19

20 มี.ค. 2563 | 10:05น.
คอลัมน์ บทความภาวุธ
โดย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

 

ต้องบอกว่าประเทศไทยสามารถนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ติดตามสถานการณ์นี้ ต่างชาติอย่างไต้หวัน ออเดรย์ ถัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล ก็นำเทคโนโลยีมาใช้ ที่ผ่านมาผมได้ทำแผนขึ้นมาตัวหนึ่งที่ว่า หากประเทศไทยจะใช้ออนไลน์ในการติดตามต้องใช้อะไรบ้าง ปรากฏว่าทางกระทรวงสาธารณสุขได้เห็น จึงมีโอกาสเข้าไปนั่งคุย

หลายคนวิตกกันมากว่า คนที่กลับมาจากต่างประเทศและต้องเฝ้าระวัง จะรู้ได้ว่าเขากักตัวเองอยู่บ้าน 14 วันจริงหรือไม่ แต่ละคนไปเที่ยวที่ไหน ฯลฯ

ผมจึงเสนอไปที่กระทรวงสาธารณสุขว่า มีวิธีการที่ติดตามได้ง่าย รวดเร็ว ทำได้ทันที ไม่จำเป็นต้องทำเป็นแอปพลิเคชั่น เพราะมีเครื่องมืออยู่แล้วบนโลกออนไลน์ เช่น

1.Google Map ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ น้อยคนที่จะรู้ว่า สามารถ add เป็นเพื่อนกันได้ และสามารถให้สิทธิ์มองเห็นเราได้ตลอดเวลา นั่นหมายถึงเราสามารถบอกให้คนที่กลับมาจากต่างประเทศมาลงทะเบียนชื่อในแอ็กเคานต์กลางแอ็กเคานต์หนึ่ง เมื่อเขาจะไปที่ไหนหรืออยู่บ้านก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็จะทราบ นี่เป็นวิธีที่ทำได้ทันที ไม่ยุ่งยาก และฟรีด้วย

2.แอปพลิเคชั่น วิธีนี้มีความท้าทายมากขึ้น ผมได้คุยกับ NSTDA หรือสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งกำลังจะทำแอปพลิเคชั่นเพื่อติดตามผู้ป่วย สามารถ track ได้เลยว่าคนคนนั้นไปไหนมาไหนบ้าง เข้าพื้นที่ใดบ้าง ผมคิดว่าจะช่วยได้เยอะทีเดียว

3.การร่วมมือกับบรรดาผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุด ไม่ต้องลงแอปใดเลย แต่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง วิธีการคือสมมติมีคนเข้ามาในประเทศเรา เช่น มาจากอิตาลี แทนที่จะต้องลงแอปพลิเคชั่น ก่อนที่เขาจะเข้ามาประเทศไทยหากมีการเปิดโรมมิ่งก็ให้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ก่อน หรือซื้อเบอร์โทรศัพท์ของโอเปอเรเตอร์ค่ายใดก็ตามก็ต้องใช้พาสปอร์ตในการลงทะเบียนซิม

ฉะนั้น ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะรู้ตำแหน่งของคนคนนั้น จากการใช้เสาสัญญาณโทรศัพท์ จะ track ได้หมด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ติดตามได้ทุกคน ไม่ต้องลงแอป แค่รู้เบอร์โทรศัพท์ของแต่ละคนเท่านั้นเอง

เรายังไม่ค่อยมีการพูดถึงตรงจุดนี้มากเท่าใดนัก ผมจึงนำเรื่องนี้ไปเสนอกับทางกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งก็เข้าใจว่าส่วนใหญ่จะเป็นคุณหมอจึงค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ ยิ่งเมื่อได้ไปร่วมนั่งในวอร์รูม จึงเห็นว่ามีอะไรมากมายเต็มไปหมด

หลายคนอาจจะมองว่าเรื่องแค่นี้ทำไมคิดไม่ได้ แต่เมื่อไปอยู่ตรงนั้นจริง ๆ บอกได้เลยว่า มันมีอะไรประเดประดังกันเข้ามา จนบางครั้งอาจทำให้คิดไม่ทันก็ได้ จริง ๆ ก็ต้องเห็นใจเขานะครับ

จริง ๆ ยังมีเทคโนโลยีอีกหลายตัว ที่กำหนดให้ติดตามได้ ที่จีนเริ่มใช้ คือ แอปพลิเคชั่น Alipay ที่ชื่อ Health Code ใช้ยืนยันตัวตนว่า ตอนนี้สุขภาพของคนคนนั้นเป็นอย่างไร ดีหรือไม่

คนจีนทุกคนใช้ Alipay ในการชำระเงินอยู่แล้ว หากบังเอิญเดินเข้าไปในพื้นที่ที่เขาน่าจะมีการแบ่งโซนไว้ ตามปกติจะเป็นสีเขียวคือปลอดภัย เมื่อมีการเข้าไปในโซนระบาด หรือมีโอกาสสุ่มเสี่ยง ในมือถือหรือแอปก็จะกลายเป็นสีเหลืองหรือแดง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าต้องไปกักตัวที่บ้าน

การจะใช้ในระดับนี้ได้ก็เมื่อมีการขยายหรือกระจายตัวในระดับ 3 แล้ว เมื่อถึงระดับนี้เราคงต้องใช้มาตรการหลาย ๆ อย่างที่อาจดูรุกล้ำข้อมูลส่วนบุคคล

แต่หากเราไม่ขอข้อมูลนี้ไว้แล้วปรากฏว่ามีคนที่เป็นโรคนี้และไปไหนมาไหนโดยที่ไม่มีใครรู้ ก็ถือเป็นเรื่องฉุกเฉิน ซึ่งเป็นความจำเป็นเหมือนกัน

อีกเทคโนโลยีที่ใช้ได้เหมือนกัน เช่น หากวันนี้ผมป่วย จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อวานผมไปไหนมาบ้าง เราสามารถใช้ข้อมูลจากโอเปอเรเตอร์ track ได้ว่าเมื่อวานผมไปที่ไหนมาบ้าง ทำอะไร และสามารถบอกได้ว่าในที่นั้นมีคนอยู่รอบตัวผมกี่คน เพราะโอเปอเรเตอร์จะรู้หมดเลยจากเบอร์โทรศัพท์ของผมและเบอร์รอบตัวผมมีใครอยู่บ้าง

หรือบางทีบนรถไฟฟ้าในขบวนเดียวกับผมมีเบอร์โทรศัพท์อยู่ราว 200 เบอร์ ที่เคลื่อนตัวไปพร้อม ๆ ตลอดการเดินทาง ก็จะรู้เลยว่าใครมีโอกาสสุ่มเสี่ยงโดยดูจากเบอร์โทรศัพท์ ภาครัฐสามารถร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์ให้ยิง SMS บอกคนเหล่านั้นได้ อาจจะเป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลบ้าง แต่นี่เป็นเรื่องน่ากังวลว่าอยู่บนรถไฟฟ้าคันเดียวกับคนที่เป็นโรค

ฉะนั้น เรามีเครื่องมือหลายอย่างในการติดตามคนทั้งแอปพลิเคชั่น โอเปอเรเตอร์ หรือใช้เครื่องมืออย่าง Google หรือ Facebook ที่ track เราอยู่แล้ว ก็ไปดึงข้อมูลเหล่านี้มาได้ด้วยเหมือนกัน

ผมทำแผนเสนอเอาไว้สำหรับใครที่สนใจสามารถไปดูในเฟซบุ๊กของผมได้ที่ facebook.com/pawoot มี 5 ข้อง่าย ๆ เช่น ทำ social monitoring ดูว่าคนไทยพูดถึงเรื่องอะไรบ้าง ทำระบบติดตามกลุ่มเสี่ยง ซึ่งทำได้ทันที ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังได้ตั้งกลุ่ม FB Group ชื่อ Thailand COVID-19 Digital Group (TCDG) สำหรับคนทำงานด้านดิจิทัลที่เกี่ยวกับโควิด-19 เอาไว้สำหรับใช้กระจายข่าวสาร เพื่อจะได้ทำงานไม่ซ้ำซ้อน

และไปในทิศทางเดียวกัน ใครที่มีเพื่อนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชวนมาช่วยกันได้เลยครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แอปพลิเคชั่น โควิด-19