มูลนิธิคนตาบอดฯ ช่วยสังคม-ทำหน้ากากอนามัยแจกคนเก็บขยะป้องกันโควิด
ในห้วงเวลาที่ทั่วทั้งโลก รวมทั้งประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ โรคโควิด 19 อย่างรุนแรง โดยมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 2 ล้านคน มีผู้เสียชีวิตกว่า 100,000 คน และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นชาติมหาอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นชาติขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคใด ต่างได้รับผลกระทบไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
มากไปกว่านั้น ภายใต้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างไม่คาดคิด นำมาซึ่งความขาดแคลนในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านปัจจัยสี่สำหรับการดำเนินชีวิต หรือด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะหน้ากากอนามัยซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งกับทุกคน เพราะเป็นอุปกรณ์เบื้องต้นในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า
ด้วยสาเหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ที่ร่วมแรงร่วมใจทำงานด้วยจิตอาสา ระดมทุนรับบริจาคเพื่อจัดซื้อและผลิตหน้ากากอนามัยส่งมอบให้แก่บุคคลที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
ในการนี้เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงได้มีการดำเนินการโครงการ “สังคมช่วยเรา เราช่วยสังคม” เพื่อผลิตหน้ากากอนามัยมอบให้แก่ผู้มีรายได้น้อยรวมถึงการทำหน้ากากโครเชต์มอบให้กับผู้มีอุปการคุณ เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจที่ช่วยอุปการะมูลนิธิฯ ตลอดมา
“ตลอดระยะเวลา 81 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิของเราได้รับความช่วยเหลือด้วยเงินบริจาคของผู้มีอุปการคุณ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้พิการทางสายตา ได้เรียน ได้มีอาชีพ สามารถดูแลตัวเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่สังคมเดือดร้อน จึงอยากจะตอบแทนสังคมคืนเช่นกัน โดยเราเลือกมอบหน้ากากให้แก่คนเก็บขยะ เพราะเขาเป็นแนวหน้าที่ด่านแรกต้องสัมผัสขยะทางการแพทย์ จึงมีโอกาสได้รับเชื้อไวรัสสูง ถ้าเขามีหน้ากากนี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดโรค ซึ่งช่วยลดการแพร่ระบาดได้อีกทางหนึ่ง” คุณขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เล่าถึงที่มาของโครงการฯ

สำหรับการส่งมอบหน้ากากผ้า ขณะนี้มีการส่งมอบให้แก่เขตราชเทวี ซึ่งเป็นเขตที่สำนักงานมูลนิธิตั้งอยู่แล้ว จำนวน 600 ชิ้น ซึ่งทางเขตจะได้มีการจัดสรรให้แก่พนักงานเก็บขยะ และคนกวาดถนนต่อไป
“รู้สึกยินดีและดีใจมากที่มีโอกาสช่วยเหลือสังคม เรามีโอกาสได้รับสิ่งดีดีมามากแล้ว จึงอยากจะทำเพื่อสังคมบ้าง สำหรับโครงการนี้เราเริ่มทำกันมาตั้งแต่เดือนมีนาคม” พี่ยุ ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน พูดถึงความรู้สึกจากการได้มีโอกาสร่วมโครงการ “สังคมช่วยเรา เราช่วยสังคม”
สอดคล้องกับ ดวงสุดา หรือดวง ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน ที่กล่าวถึงความภูมิใจที่ได้ทำกิจกรรมอาสาครั้งนี้ว่า “เรามีความสุขมากที่สามารถช่วยทำสิ่งดีๆ ตอบแทนสังคมให้แก่สังคมได้ เพราะในมุมนึงเราก็เป็นคนที่ได้รับความช่วยเหลือในสังคมเกือบจะตลอดเวลา

ส่วนการผลิตหน้ากากนั้น ตอนแรกอาจจะยากนิดนึง แต่ครูฝึกจะช่วยให้คำปรึกษาและคอยสอนว่าควรจะทำออกมาแบบไหน พอชินแล้วก็จะง่ายขึ้น เราหวังว่าหน้ากากที่เราทำจะช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ไม่มากก็น้อย”
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของเรื่องราวดีๆ จากผู้รับ เป็น ผู้ให้ จากผู้ขาดโอกาส เป็น ผู้มอบโอกาส คืนสิ่งดีๆ ให้สังคมไทย สมดังคำกล่าวที่ว่าคนไทยไม่เคยทิ้งกัน แม้จะยากลำบากสักเพียงใด เช่นเดียวกับวิกฤตในครั้งนี้