เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

จี้รัฐฟื้นอุตสาหกรรมรถยนต์ ชงลด “ภาษีสรรพสามิต” 10%

10 พ.ค. 2563 | 14:30น.

สภาอุตฯจี้รัฐบาลอัดมาตรการระยะยาวฟื้นดีมานด์รถยนต์ต่อเนื่อง 3 ปี “ลดภาษีชิ้นส่วนนำเข้า-ภาษีสรรพสามิต” หลัง 630 โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ระส่ำพิษโควิด คาดทั้งปีตลาดติดลบ23% ห่วงภัยแล้งทุบกำลังซื้อฉุดยอดขายรถยนต์ซึมยาวครึ่งปีไม่ฟื้นทั้งตลาดภายใน-ตลาดส่งออกชี้กลุ่ม OEM หนักสุดทำอะไหล่ทดแทนพอไปได้

นายกรกฤช จุฬางกูร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และเลขาธิการสมาคมชิ้นส่วนยานยนต์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ภาพรวมของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนทั้งปีนี้ คาดว่าจะลดลง 23% จากข้อมูลคาดการณ์การผลิตยานยนต์ทั้งปี ไม่ถึงเป้าหมาย 1.9 ล้านคัน

โดยในยอดการผลิตยานยนต์เดือน พ.ค.ติดลบ 50-70% และโดยเฉพาะผู้ส่งออกอาจจะลดลงถึง 70-75% ซึ่งคาดว่าหลังจากไตรมาส 2 ประมาณเดือนกรกฎาคม น่าจะเห็นภาพชัดเจนว่าลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 1 ที่ปรับตัวลดลงไปแล้ว 19.2% ซึ่งเป็นการส่งออก ติดลบ 17.78% และการขายภายในประเทศลดลง 35.32%

“ผลจากการผลิตลดลง ทำให้แต่ละบริษัทต้องปรับตัววางแผนการผลิตและสต๊อกวัตถุดิบ ปัจจุบันกลุ่มชิ้นส่วนมีสมาชิกประมาณ 632 ราย จะมีทั้งผู้ที่รับจ้างผลิต (OEM) ให้กับผู้ผลิตยานยนต์และส่งออก ซึ่งจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าผู้ที่ทำ OEM อย่างเดียว เพราะช่วงเมษายนยังมียอดการส่งออกรถยนต์เข้ามาบ้าง

“ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับเป็นอะไหล่และอุปกรณ์แต่งรถ (REM) จะได้ผลกระทบน้อยกว่ากลุ่ม OEM เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้จะทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อรถยนต์ใหม่ และหันไปซื้อชิ้นส่วนมาซ่อมแซมรถยนต์คันเก่าแทน

“กลุ่มนี้จะมียอดขายเพิ่ม 10-20% ซึ่งแต่ละบริษัทจะต้องวางแผนการสต๊อกลอว์แมทีเรียลที่ต้องนำเข้าอย่างเหล็ก ที่ตอนนี้เราเห็นคำสั่งซื้อเดือน พ.ค.ก็เริ่มวางแผนสต๊อก 2-3 เดือนข้างหน้าไว้ ส่วนเม็ดพลาสติกเราสามารถหาในประเทศได้ โดยจะพยายามรักษาพนักงานประจำไว้ให้ได้มากที่สุด”

สำหรับทิศทางตลาดยานยนต์ในประเทศภายหลังจากการกลับมาเปิดธุรกิจใหม่ ระยะแรก เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ความมั่นใจเพิ่มขึ้น โดยหากมองส่วนของตลาดในประเทศ ยอดขายส่วนใหญ่จะเป็นรถปิกอัพ กลุ่มผู้ซื้อคือเกษตรกร ซึ่งในปีนี้ประสบปัญหาภัยแล้งอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจจะทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลง เพิ่มจากปัจจัยเรื่องโควิด-19

ขณะที่ตลาดส่งออกในบางประเทศเริ่มฟื้นตัวได้ดีขึ้น เช่น จีนดีขึ้น ญี่ปุ่นและเกาหลียังทรงตัว และตลาดหลักทั้งสหรัฐ และออสเตรเลียยังกระทบหนัก ไม่มีทีท่าชัดเจนว่าจะดีขึ้น เราจึงหวังว่าตลาดในประเทศจะมาช่วย แต่ก็ติดปัญหาแล้งอีก

Advertisement
กรกฤช จุฬางกูร

“หากมีการจัดโปรโมชั่นหรือมีมาตรการกระตุ้นการซื้อรถอย่างโครงการรถยนต์คันแรกออกมา มองว่าจะเป็นเพียงมาตรการกระตุ้นระยะสั้นเท่านั้น จังหวะตลาดตอนนี้กับตอนที่ใช้โครงการรถยนต์คันแรกแตกต่างกัน ตอนนั้นตลาดรถยนต์ดี การใช้มาตรการรถคันแรกก็มาช่วยเสริม แต่ตอนนี้ดีมานด์ไม่มี หากใช้มาตรการนี้เท่ากับเป็นการไปดึงดีมานด์ของปีหน้ามาใช้ ซึ่งจะไม่ยั่งยืน หากปีนี้ดี ปีหน้าก็แย่

“ดังนั้นมาตรการที่จะออกมาควรมุ่งส่งเสริมกระตุ้นตลาดระยะยาวอย่างน้อย 3 ปี เช่น การลดภาษีสรรพสามิตลงอีก 10% ทำให้ราคาขายปลีกรถยนต์ต่ำลงก็จูงใจการซื้อ หรือการลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อมาประกอบลง จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ 10% ก็จะเป็นการช่วยผู้ผลิตได้ ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ทางกลุ่มได้นำเสนอต่อ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไปแล้ว”

นอกจากนี้ ยังขอให้ภาครัฐให้ความชัดเจนเรื่องการจ่ายชดเชยค่าแรงงานให้ลูกจ้างประกันสังคม 62% สำหรับโรงงานที่อาจหยุดบางส่วน หรือหยุดเพียงแค่ไม่ถึงเดือน เพื่อให้เกิดความชัดเจน สำหรับมาตรการที่ได้เสนอผ่านทาง ส.อ.ท. ได้รวบรวมนำเสนอต่อภาครัฐไปแล้ว ประกอบด้วย

1) มาตรการด้านประกันสังคม/กองทุน/และแรงงาน อาทิ การลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% การนำค่าใช้จ่ายด้านค่าจ้างงานในช่วงโควิด มาหักลดภาษี 3 เท่า 3 เดือน คงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้ แม้ว่านายจ้างหรือลูกจ้างจะหยุดส่งอนุญาตให้จ้างงานเป็นรายชั่วโมง ผ่อนผันการต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างชาติ 6 เดือน การช่วยเหลือแรงงานที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท และการชดเชยกรณีเลิกจ้าง

2) มาตรการด้านภาษี อาทิ ปรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย เป็นอัตราเดียวตลอดปี ขยายการลดหย่อนภาษีการกุศลของนิติบุคคล ให้เอกชนผู้เช่าสถานที่นำส่วนลดค่าเช่าและค่าบริการมาลดหย่อนได้ 3 เท่า เป็นต้น

3) มาตรการด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน เช่น ลดค่าเอฟที เลื่อนการจ่ายค่าน้ำ-ไฟไปอีก 4 เดือน ลดค่าจดจำนองที่ดิน การยกเลิกค่า demand charge ไปถึงสิ้นปี เป็นต้น

4) มาตรการด้านการเงิน อาทิ สินเชื่อเสริมสภาพคล่องขอให้ บสย.ค้ำประกัน 80% ขอให้ธนาคารพาณิชย์ลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มจาก 0.4% เป็น 1% และพิจารณาประวัติการผิดนัดชำระจาก 3 ปี เหลือ 1 ปี เป็นต้น

5) มาตรการด้านอื่น ๆ อาทิ การจัดสรรงบประมาณจัดซื้อสินค้าเมดอินไทยแลนด์ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ การขยายสัญญาจัดจ้างออกไป 4 เดือน เลื่อนการใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังแม้ว่าตลาดยังไม่มีสัญญาณการฟื้น แต่ก็จะยังเห็นภาพการลงทุนโมเดลใหม่ ตามแผนการผลิตที่วางไว้ ซึ่งเท่าที่มีการคุยกันในวงการ เพราะแต่ละรายมองว่าสถานการณ์น่าจะเริ่มคลี่คลายปีนี้ และโดยปกติการผลิตนิวโมเดลจะต้องวางแผนการผลิตล่วงหน้า 9-12 เดือน กว่าจะมีการผลิตจริงแบบ mass production ได้จริง ดังนั้นจึงยังดำเนินการตามแผนเดิมส่วนใหญ่ ยกเว้นบางรายที่แผนทำ mass production ในปีนี้ก็อาจจะชะลอออกไป เพราะไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม

ส่วนปัจจัยจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนรอบใหม่น่าจะเป็นผลพลอยได้กับไทย อาจมีการย้ายฐานการผลิตจากจีนมาที่ไทย เพราะโรงงานที่จีนส่งออกไปสหรัฐ 80-90% หากสหรัฐขึ้นภาษีก็จะกระทบต่อการส่งออก ซึ่งผู้ผลิตที่ย้ายมา สเต็ปแรกจะเป็นการย้ายมาเฉพาะโรงงานผลิต ไม่มีการดึงซัพพลายเออร์พ่วงมาด้วย และไม่เข้ามาแข่งขันกับตลาดในประเทศแน่นอน จึงไม่กระทบต่อผู้ผลิตในไทย