เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
Real Estate AP กวาดยอดขายมหกรรมบ้าน 3,040 ล้าน ดันยอด 10 เดือนทะลุ 41,500 ล้าน
อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Politics อนุทิน โต้ปมล็อกสเป็ก ‘โซลาร์ประชาชน’ มั่นใจยุคนี้ไม่มีใครกล้า
Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
News Nespresso x Swarovski นับถอยหลังคริสต์มาส กาแฟลิมิเต็ด-แอ็กเซสซอรี
TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
Tech TRUE โชว์ผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.2 เท่า
เนเน่ รอยัล x OZONE โชว์เต็มวงครั้งแรกที่ Happitat
Biz Movement เนเน่ รอยัล x OZONE โชว์เต็มวงครั้งแรกที่ Happitat
ร้านค้าออนไลน์ เตรียมลงทะเบียน พาณิชย์ลด GP 3 แพลตฟอร์ม เริ่มใช้ 1 ธ.ค.
Economic ร้านค้าออนไลน์ เตรียมลงทะเบียน พาณิชย์ลด GP 3 แพลตฟอร์ม เริ่มใช้ 1 ธ.ค.
บอนด์ออมพลัส ปีงบ’70 ลอตแรก 4 พันล้าน เต็มวงเงิน เตรียมจำหน่ายรอบถัดไป 20 พ.ย.นี้
Finance บอนด์ออมพลัส ปีงบ’70 ลอตแรก 4 พันล้าน เต็มวงเงิน เตรียมจำหน่ายรอบถัดไป 20 พ.ย.นี้
PEA เปิดยอดสมัครโซลาร์ภาคประชาชน 42,666 ราย แจงปมเอกสารเชียงใหม่ยังไม่ผ่านอนุมัติ สั่งยกเลิก-ตั้งกรรมการสอบ
Economic PEA เปิดยอดสมัครโซลาร์ภาคประชาชน 42,666 ราย แจงปมเอกสารเชียงใหม่ยังไม่ผ่านอนุมัติ สั่งยกเลิก-ตั้งกรรมการสอบ
รัฐบาลไทย แจ้ง เมียนมา ระวังเหตุสู้รบชายแดน ไม่ให้ทำลายชีวิตประชาชน
Politics รัฐบาลไทย แจ้ง เมียนมา ระวังเหตุสู้รบชายแดน ไม่ให้ทำลายชีวิตประชาชน
เยอรมนีเสี่ยงวิกฤตพลังงาน ก๊าซสำรองเหลือต่ำกว่าเป้า
World เยอรมนีเสี่ยงวิกฤตพลังงาน ก๊าซสำรองเหลือต่ำกว่าเป้า
ดูทั้งหมด

เขาหลอก-หลอกเขา

28 ก.ย. 2560 | 22:35น.

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า กระแสความตื่นตัวต่อการปรับองค์กรเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก เริ่มถูกพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น จึงทำให้หลาย ๆ ธุรกิจเริ่มปรับโครงสร้างองค์กร

บางแห่งปรับโมดูลธุรกิจ

บางแห่งเริ่มเปิดรับตำแหน่งทางด้านดิจิทัลในแผนกต่าง ๆ

ที่สำคัญ บางแห่งถึงกับรีครูตพนักงานใหม่เข้ามาเพื่อรองรับกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอย่างมีการเตรียมการ จึงทำให้คิดต่อว่า หากโลกแห่งอนาคตอยู่ภายใต้การ “enter” อย่างเดียวจะทำอย่างไร

จะมีผลกระทบกับใครบ้าง ?

ยิ่งหลัง ๆ เห็นภาครัฐพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรองรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ผมยิ่งเริ่มงงกับทิศทางของภาครัฐว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึง 4.0 ทั้งสิ้น

ไม่เว้นแม้แต่เกษตรกร คนขับแท็กซี่พ่อค้าแม่ขาย

ต่างปรับตัวเพื่อรับกับไทยแลนด์ 4.0 ทั้งสิ้น

ทุกคนต่างมุ่งไปข้างหน้า

ไปถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ

คิดก่อน ทำก่อน ประสบความสำเร็จก่อน ทั้ง ๆ ที่ไม่นานผ่านมา เรายังสโลว์ไลฟ์กันอยู่เลย แต่ตอนนี้ไม่แล้ว ทุกคนต่างฟาสต์ฟอร์เวิร์ดกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนทำให้ผมคิดว่า เราต้องเร็วขนาดนั้นจริง ๆ หรือเปล่า

เร็วบ้าง ช้าบ้างได้ไหม

เพราะพื้นฐานแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะกับการวางโครงสร้างเพื่อรองรับกับระบบต่าง ๆ เพื่อก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ยังไปไม่ถึงไหน ถ้าจะให้มองตั้งแต่เรื่องการศึกษา ทั้งในระดับประถม มัธยม และอุดมศึกษา เรามีหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลน้อยมาก

ดังนั้น การผลิตบุคลากรออกมาเพื่อรองรับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง ซึ่งส่งผลต่อแรงงานไร้ทักษะ หรือมีทักษะในอนาคต ที่ไม่สามารถก้าวทันต่อบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงได้

เช่นเดียวกับหลายองค์กรที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วยการลดขนาดขององค์กรให้เล็กลง และหันมาให้ความสำคัญกับเครื่องมือทางดิจิทัลมากขึ้น บางแห่งอาจใช้หุ่นยนต์แทนแรงงานคน

หรือบางแห่งหันมาโฟกัสธุรกิจของตัวเองให้ชัดขึ้น

แต่กระนั้น ถ้ามองลงไปในแนวดิ่ง จะพบว่ามีเพียงไม่กี่องค์กรเท่านั้นที่ทำได้ แต่หลายองค์กรมุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว โดยลืมมองไปว่า คนที่อยู่ข้างหลังเข้าใจหรือไม่

ตรงนี้จึงทำให้เกิดปัญหา

และเกิดช่องว่างที่ทำให้บริษัทที่ปรึกษาหลายแห่งหันมาจับธุรกิจที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแพลตฟอร์มในการทำงาน และไม่เฉพาะแต่ประเทศไทยเท่านั้น หากหลายประเทศทั่วโลก บริษัทที่ปรึกษาเหล่านี้กำลังมีงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

เพราะเขาต้องออกแบบองค์กรใหม่ ทั้งยังมีการจัดวางแคเรียร์พาทกันใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับพนักงานรุ่นใหม่ที่จะเข้ามา เช่นเดียวกันโครงสร้างเงินเดือน สวัสดิการ โบนัส ก็จะถูกออกแบบใหม่เช่นกัน

จะใช้แบบเดิมต่อไปไม่ได้แล้ว

เพราะพนักงานต้องการเติบโตเร็ว เงินเดือนสูง และที่สำคัญ ถ้าพวกเขาทำงานผ่านโมบายออฟฟิศจะยิ่งดี เพราะถูกจริตของพวกเขาที่ต้องการทำงานในลักษณะเช่นนี้

ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ต่อไปคำว่า “ความผูกพัน” จะถูก “delete” ทิ้งไปด้วยหรือเปล่า เพราะคนเราทุกวันนี้ สื่อสารกันในอากาศหมดแล้ว แทบจะไม่มีแล้วกระมังที่จะเขียนจดหมาย แล้วบอกข้อความสำคัญตอนท้ายจดหมายว่า…ฉันคิดถึงเธอ

ฉันรักเธอ

ฉันห่วงใยเธอ

เพราะไลน์สติ๊กเกอร์คิดคำพร้อมภาพประกอบมาแทนความหมายเหล่านั้นหมดแล้ว แถมยังรวดเร็วกว่าด้วย แล้วใครจะเขียนจดหมาย แล้วใครจะโทรศัพท์บอก เพราะการสื่อสารในอากาศแทนใจเราได้ทุกอย่าง

โดยไม่เคอะเขินด้วย

แต่จริงหรือเท็จไม่รู้

โกหกหรือเปล่าไม่ทราบได้

เพราะเราไม่เห็นหน้า ไม่เห็นแววตา และสีหน้าที่พวกเขาเหล่านั้นที่พูดออกมา ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ดี แต่เราต้องตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมีสติด้วย

ถ้าเป็นเรื่องครอบครัวก็ต้องใช้การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่ทำให้เรา และคนภายในครอบครัวสะดวกขึ้น เพราะถึงอย่างไร การพูดคุยสื่อสาร การอบรมเลี้ยงดู การสอนสั่งที่ออกมาจากใจ ยังเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ๆ

เช่นเดียวกับพนักงานในองค์กร เราต้องใช้เครื่องมือให้เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน ทั้งในเรื่องของความรวดเร็ว การอำนวยความสะดวกต่ออุปสรรคต่าง ๆ แต่ในเรื่องของการโค้ชเพื่อสอนงาน การสร้างความผูกพันในองค์กร การพัฒนาพนักงานให้มีความสามารถ จะต้องใช้การสื่อสารจากใจในการบริหารคน

ที่การสื่อสารในอากาศไม่สามารถสัมผัสได้

ฉะนั้น ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงของโลกจะพัฒนาไปอย่างไร องค์กรจะต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ได้ และจะต้องอยู่กับความเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทัน ไม่เช่นนั้น ตัวเรา และองค์กรเอง ก็จะถูกกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงหลอกเอาได้