เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
Politics สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
Finance โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
Biz Movement RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
สามัญสำนึก ‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ดูทั้งหมด

“สุชาติ จันทรานาคราช” ค่าจ้างถูกไม่สำคัญเท่าคุณภาพแรงงาน

16 ก.ค. 2563 | 20:03น.
สัมภาษณ์พิเศษ

แรงงานถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มีส่วนในการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนไทยและต่างชาติ ที่ผ่านมาไทยมีจำนวนแรงงาน 38.5 ล้านคนคิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรที่มีประมาณ 66-67 ล้านคน แต่ยังไม่เพียงพอและมีการใช้แรงงานต่างด้าวอยู่ถึง 2.5 ล้านคน โดยเฉพาะในประเภทงานที่แรงงานไทยไม่อยากทำส่งผลให้เกิดต้นทุนทางสังคมอย่างมากและทำให้หลายฝ่ายนิ่งนอนใจไม่แก้ปัญหาด้านแรงงานอย่างแท้จริง

“สุชาติ จันทรานาคราช” รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานคณะอนุกรรมการมาตรการแรงงาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสถานการณ์แรงงานไทยปัจจุบันว่าปัญหาแรงงานต่อการลงทุน

ตอนนี้ผู้ประกอบการสัญชาติญี่ปุ่นย้ายฐานไปเวียดนามไม่น้อย เป็นส่วนหนึ่งที่รัฐบาลต้องรู้เรื่องนี้ ต้องรู้ตัวว่าไทยไม่ใช่ประเทศเดียวที่น่าลงทุนแล้ว ยังมีเวียดนามเขาน่าลงทุนอย่างมาก เราจะปรับยุทธศาสตร์อย่างไรในเรื่องการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามา

ประเด็นเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เราได้คุยกับ JCC และเจโทร ผู้ประกอบการที่ลงทุนในประเทศไทย ซึ่งให้ข้อคิดเห็นว่าเรื่องคุณภาพแรงงานไทยกับเวียดนามเป็นส่วนหนึ่งที่เอกชนต่างชาติตัดสินใจไปลงทุนในเวียดนาม ปัจจัยแรกสุดก่อนตัดสินใจลงทุนคือ แรงงานมีจำนวนพอหรือไม่ และคุณภาพของแรงงานเป็นอย่างไร ซึ่งแรงงานเวียดนามมีจำนวนแรงงานถึง 90 ล้าน คนไทยมีเพียง 60-70 ล้านคน แรงงานเวียดนามมีความกระตือรือร้นในการทำงาน ใฝ่หาความรู้ สติปัญญาดี และไม่เกี่ยงงาน

ต้นทุนแรงงานถูกไม่ใช่ค่าแรงถูก

นักลงทุนชี้ว่าเรื่องค่าแรงไม่ใช่ประเด็นใหญ่แต่เรื่องประสิทธิภาพแรงงานต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญที่เวียดนามดีกว่าไทยมาก อาจเรียกว่าประสิทธิภาพแรงงานไทยต่ำสุดในภูมิภาค ไทยต้องดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง เราได้พยายามเสนอต่อภาครัฐตลอดว่าปัญหาประสิทธิภาพแรงงานไทยถูกละเลย เพราะอดีตการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) มีมาก แรงงานไทยมีเหลือเฟือ และราคาก็ถูก 300 กว่าบาท มาถึงจุดหนึ่งเมื่อแรงงานมันไม่พอ ก็อาศัยแรงงานต่างด้าวซึ่งเดิมเข้ามาทำงานถึง 3.5 ล้านคน ตอนนี้เหลือ 2.5 ล้านคน

มาทำงานที่คนไทยไม่อยากทำ ทำให้ปัญหาไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาแก้ จริงอยู่ที่แรงงานกลุ่มนี้มาช่วยเศรษฐกิจเราแต่ว่าผลที่ตามมาคือ ต้นทุนทางสังคมของเรา เพราะการเข้ามาอาศัยตั้งครอบครัวใช้ระบบสาธารณสุข ระบบต่าง ๆ ซึ่งคิดเป็นต้นทุนของประเทศไทย

ตกงานเพิ่มหลัง New Normal

ในยุคหลังโควิดจะเป็น new normal ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก จะมีการปรับปรุงใช้เทคโนโลยีมากขึ้น เราห่วงว่าแรงงานเหล่านี้จะไม่มีงานทำ ถ้าเราสามารถปรับปรุงแรงงานไทยให้มีประสิทธิภาพดี ช่วยทำให้ “ต้นทุนแรงงานถูก” ซึ่งนั่นไม่ใช่ “ค่าแรงถูก” แต่คือความคุ้มค่าของการลงทุนผลิต

“ประเด็นนี้จะทำให้การลงทุนจากต่างชาติและไทยมากขึ้น ช่วยให้เศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวดีขึ้น จำนวนงานและตำแหน่งงานก็จะมากขึ้น แต่ถ้าสมมุติว่ายังเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ประเทศไทยจะเหี่ยวเฉาลง ความน่าลงทุนลดลง ตำแหน่งงานจะน้อยลง ขณะที่ new normal เกิดโอกาสที่ประเทศไทยการว่างงานมากขึ้น”

งบฯน้อย-แรงงานไม่ตอบโจทย์

เราเคยเสนอว่ากระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นหน่วยงานหลักแต่ได้รับงบประมาณน้อยมากจนน่าแปลกใจปีละ 30 ล้านบาท ขณะที่เรามีแรงงานไทย 38.5 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 67 ล้านคน แยกเฉพาะภาคอุตสาหกรรม มีแรงงาน 6.5 ล้านคน จาก 38.5 ล้านคน ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนจีดีพีให้ประเทศสัดส่วนถึง 30% ถ้าสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพแรงงานของภาคอุตสาหกรรมได้จะทำให้เราใช้แรงงานต่างด้าวน้อยลง ลดต้นทุนทางสังคมที่เกิดขึ้น

แต่สถานการณ์ขณะนี้คือ ภาคอุตสาหกรรม เช่น ผู้ผลิตรายใหญ่อย่างโตโยต้าพัฒนาแรงงานของเขาเองเป็นการพัฒนาทักษะประสิทธิภาพแรงงานของสถานประกอบการเอง ซึ่งไม่ได้ครอบคลุมแรงงานทั้งหมด 38 ล้านคน

อีกอันหนึ่งที่เป็นเรื่องน่าเศร้า คือเรื่องดีมานด์และซัพพลายแรงงาน คือไม่มีการต่อท่อระหว่างสถาบันการศึกษากับเอกชน บัณฑิตที่จบมาไม่ตรงตามที่อุตสาหกรรมต้องการ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต่างก็รับรู้มา 10 กว่าปีที่แล้ว แต่เห็นว่ายังมีค่านิยมที่ให้ลูกหลานจบปริญญาตรี ทั้งที่ไม่ใช่คุณวุฒิที่ภาคเอกชนต้องการ เพราะเราขาดช่างเทคนิคที่มีคุณภาพ นี่จึงทำให้ภาคเอกชนบางรายเทรนนิ่งคนของเขาเอง

ยกเครื่องประสิทธิภาพแรงงาน

เราจะเสนอต่อภาครัฐว่าควรจะกำหนดให้เรื่องพัฒนาประสิทธิภาพแรงงานเป็นวาระแห่งชาติ เพราะจะทำให้มีการดูแลเรื่องนี้ ทั้งเรื่องงบประมาณ จากเดิมงบฯสำหรับพัฒนาฝีมือแรงงานที่กรมได้ปีละไม่เกิน 30 ล้านบาท แค่อบรมสัมมนาก็หมดแล้ว จำเป็นต้องมีเงินประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งเราจะต้องยกขึ้นมาหารือกับรัฐบาลยิ่งถ้ามีทีมเศรษฐกิจใหม่เราต้องคุย

ส่วนรูปแบบการบริหารจัดการจะมาเป็นกองทุนหรืองบประมาณของกระทรวงแรงงานก็ไม่มีปัญหาแบบใดก็ได้ แต่เน้นเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน ซึ่งประเด็นนี้กระทรวงทำเองไม่ได้ต้องมีภาคเอกชนเป็นลีด ทั้งเรื่องการรีสกิล-อัพสกิลแรงงานที่มีอยู่

ดูดลงทุน-หนุนเศรษฐกิจ

สิ่งที่จะได้มาหลังจากที่ปรับปรุงประสิทธิภาพแรงงานแล้วคือ ทำให้ไทยเป็นประเทศที่ต่างชาติต้องการที่จะลงทุน ถึงแม้ว่าเราให้สิทธิประโยชน์กับผู้ลงทุนต่างชาติ แต่อันหนึ่งที่จะเป็นการดึงดูดเขาเข้ามาคือ คุณภาพของแรงงานในประเทศไทย

“ตอนนี้ประสิทธิภาพแรงงานประเทศไทยอยู่ที่อันดับ 54 เราตกอันดับลงมานี่คือเรื่องสำคัญมาก ทางไอเอ็มดีคือผู้ทำแบบสำรวจนี้ หากจะเหมาะสมไทยควรอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันไทยห่างกับมาเลเซียถึง 10 อันดับ ฉะนั้น นี่คือสิ่งสำคัญที่หลังโควิดจะต้องมานั่งคิดและคุยกันว่าตั้งแต่นี้ไปเราจะทำอะไรบ้าง การบริหารจัดการ ปรับองค์กรให้เล็กลง รีสกิลอัพสกิลแรงงาน ปรับปรุงรูปแบบการจ้างให้มีความยืดหยุ่น ลดลูกจ้างประจำและใช้เอาต์ซอร์ซ แต่ก่อนอื่นเราต้องยอมรับปัญหานี้ก่อน เพื่อนำมาสู่การหาทางออกอย่างจริงจัง”

ประชาชาติธุรกิจ นำเสนอซีรีส์ “รวมพลังสู้ โควิด-19” ภายใต้เนื้อหาที่มาจากประชาชน นักคิด นักเขียน ผู้รู้ นักธุรกิจ สตาร์ตอัพ ผู้ประกอบการทุกระดับ ที่นำเสนอแนวคิด ความรู้ และทางออกจากปัญหาไปด้วยกัน