เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
Finance บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
Finance เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
ดูทั้งหมด

ขุนคลังแจงนักลงทุนต่างชาติ วาง 3 แนวทางฟื้นเศรษฐกิจ ลุ้นปีหน้าโต 4-5%

26 ส.ค. 2563 | 11:47น.

ขุนคลังแจงนักลงทุนต่างชาติ เตรียม 3 แนวทางดูแลเศรษฐกิจระยะข้างหน้า มั่นใจเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว เชื่อปีหน้าจีดีพีโต 4-5% ย้ำฐานะการคลังแข็งแกร่ง

นายปรีดี ดาวฉาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเปิดงาน “Thailand Focus 2020: Resiliency to Move” Forward ว่า ในงาน Thailand Focus ปีนี้ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นการกล่าวปาฐกถาครั้งแรกในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยวันนี้อยากจะนำเสนอว่าในสถานการณ์ไม่ปกติ กระทรวงการคลังมีแนวทางการให้ความช่วยเหลือเศรษฐกิจและธุรกิจอย่างไร

จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ และในภาวะที่ยังไม่มีความแน่นอนว่าวัคซีนป้องกันโรคไวรัสจะมีความชัดเจนเมื่อไหร่นั้น นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้แนวทางการช่วยเหลือธุรกิจในภาวะเช่นนี้ ได้แก่

  1. การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อย (SME)
  2. การเตรียมพร้อมรับมือในกรณีที่เศรษฐกิจโลกกลับมาฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
  3. การกระตุ้นการจ้างงานในภาคเอกชน
  4. การสนับสนุนกลยุทธ์เพื่อสร้างงานให้แก่กลุ่มนักศึกษาจบใหม่
  5. ภาครัฐต้องเปิดรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคม

“ปีนี้เป็นปีที่เศรษฐกิจทั่วโลกกลับมาแย่ที่สุดในรอบ 10 ปี เพราะมีปัจจัยไม่ปกติที่เข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจอย่างโควิด-19 ซึ่งเศรษฐกิจของไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน” นายปรีดี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภาครัฐของไทยมีการรับมือโควิด-19 ค่อนข้างดี ผ่านการประกาศล็อกดาวน์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เข้มงวดในการเข้าออกประเทศมากขึ้น รวมถึงจัดตั้งศูนย์ควบคุมโรค ฯลฯ ขณะที่ภาคประชาชนมีการป้องการที่ดีผ่านการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และการสวมใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ประเทศไทยค่อนข้างประสบความสำเร็จในการควบคุมเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสได้

ในส่วนของเศรษฐกิจ ในภาวะที่ไม่ปกติเช่นนี้พบว่าพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยยังมีความแข็งแกร่ง ส่งผลให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจมากที่สุดในภูมิภาค โดยเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี โดยเชื่อว่าจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นไปแล้ว และจะสามารถกลับมาฟื้นตัวได้ในปี 2564 ที่ประมาณ 4-5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีนี้ (YoY)

ด้านการดำเนินนโยบายเพื่อรับมือการวิกฤตโควิด-19 กระทรวงการคลังได้ออกมาตรการทั้งหมด 3 ระยะเพื่อเยียวยาและช่วยเหลือเศรษฐกิจ มูลค่ารวมประมาณ 2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12% ต่อจีดีพี เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ครัวเรือน และธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

โดยแพ็กเกจการช่วยเหลือดังกล่าวประกอบด้วย 1. โครงการเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เพื่อระดมทุนช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสนับสนุนการฟื้นตัวของธุรกิจ 2. โครงการกระตุ้นการจ้างงานและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในระดับชุมชน ซึ่งแพ็กเกจดังกล่าวยังรวมถึงวงเงิน 9 แสนล้านบาท ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ใช้ดูแลเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อให้มั่นใจว่ามีสภาพคล่องเพียงพอในตลาดการเงินของไทย

“ในส่วนของแผนระยะข้างหน้า ผมหวังว่าการเสวนาในวันนี้จะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจถึงแผนการระยะข้างหน้าที่เราจะเดินต่อไปได้ รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นใจเศรษฐกิจไทยให้แก่นักลงทุนมากขึ้นเพื่อให้พิจารณาประเทศไทยเป็นหมุดหมายการลงทุนของท่านได้” นายปรีดี กล่าว

โดยทิศทางที่ประเทศไทยจะเดินต่อไปนั้น นายปรีดี กล่าวถึง 3 แนวทาง ได้แก่ 1. การดำเนินมาตรการที่เชื่อมโยงกัน และมีความรวดเร็วระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในการนี้นายกรัฐมนตรีฯ ได้จัดตั้ง ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ที่ประกอบด้วยภาคเอกชนและภาครัฐ ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะมีหน้าที่สนับสนุนการฟื้นตัวเศรษฐกิจของประเทศจากวิกฤตโควิด-19

นอกจากนี้ ศบศ.จะจับตาดูปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้แก่ภาครัฐ เพื่อให้ภาครัฐสามารถรับมือกับปัญหาเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินการระหว่างภาครัฐและเอกชนให้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้นำเทคโนโลยี อาทิ พร้อมเพย์ และบิ๊กดาต้า เข้ามาใช้เพื่อให้ภาครัฐสามารถให้ความช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจได้ตรงจุดมากขึ้น

2. การลงทุนเพื่อรับมือการเติบโตระยะยาว แม้ว่าในปัจจุบันภาครัฐและกระทรวงการคลังจะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและประครองเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ในส่วนของการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือการเติบโตระยะยาว อาทิ โครงการอีอีซี เป็นต้น ก็ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

และสุดท้าย 3. การดูแลความยั่งยืนทางการคลัง โดยปัจจุบันการเงินของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีระดับหนี้สินต่อจีดีพีต่ำกว่า 60% อย่างไรก็ดี ด้วยทรัพยากรที่มีอย่างจำกัด กระทรวงการคลังต้องมั่นใจว่าเม็ดเงินช่วยเหลือเศรษฐกิจดังกล่าวจะถูกใช้ให้ถูกจุดและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย แม้ปัจจุบันยังไม่มีความต้องการกู้เงินเพิ่มเติม แต่กระทรวงการคลังไม่ได้ปิดกั้นและพร้อมที่จะพิจารณากู้เงิน หากจำเป็นต้องใช้ดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Thailand Focus ปรีดี ดาวฉาย