เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
ดูทั้งหมด

“ดุสิตธานี” เบรกลงทุนใหม่ เก็บเงินสดประคองตัวถึงสิ้นปี”64

27 ก.ย. 2563 | 11:19น.

แม้ว่า “ดุสิตธานี” จะเป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีโรงแรม รีสอร์ตและวิลล่าหรูอยู่ในพอร์ตบริหารอยู่ถึง 14 ประเทศทั่วโลก ภายใต้ 6 แบรนด์ คือ ดุสิตธานี, ดุสิตเดวาราณา,ดุสิตดีทู, ดุสิตปริ๊นเซส, อาศัย และอีลิตเฮเวน แต่ด้วยธุรกิจหลักที่ยังคงพึ่งพาเซ็กเตอร์ท่องเที่ยวทำให้ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นกัน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ถึงสถานการณ์ธุรกิจโรงแรมหลังจากที่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งและทิศทางการลงทุน การบริหารจัดการของกลุ่มดุสิตธานี ไว้ดังนี้

“ศุภจี” อัพเดตสถานการณ์ให้ฟังว่านับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 กลุ่มดุสิตธานีได้เตรียมการสำหรับอนาคตที่ผันผวน โดยตัดสินใจชะลอการลงทุนทั้งหมด ยกเว้นโครงการดุสิต เซ็นทรัล ปาร์ค และโครงการอาศัย (ASAI) เพื่อสะสมกระแสเงินสด วางแผนให้สามารถอยู่ยาวไปจนถึงสิ้นปีหน้า และประเมินสินทรัพย์ที่พร้อมนำออกขายในกรณีฉุกเฉินหากสถานการณ์ไม่เป็นไปตามคาดการณ์

ชะลอลงทุนเพิ่มเติมทั้งหมด

โดยแรกเริ่ม “ดุสิตธานี” ตัดสินใจชะลอการลงทุนเพิ่มเติมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโครงการโรงแรมในสหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น รวมถึงการเข้าซื้อวิลลาสำหรับอีลิตเฮเวน (Elite Heaven) เพิ่มเติมในออสเตรเลีย เหลือเพียงโครงการในไปป์ไลน์ของดุสิต เซ็นทรัล ปาร์ค ที่เป็นแผนการลงทุนระยะยาว และโครงการภายใต้ชื่ออาศัย (ASAI) แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่เพิ่งเปิดให้บริการแห่งแรกที่เยาวราช ด้วยงบฯลงทุนกว่า 1,100 ล้านบาท และเตรียมก่อสร้างเพิ่มเติม พร้อมเข้าบริหารอีกกว่า 6 แห่ง

กระนั้นก็ตาม กลุ่มดุสิตก็ยังเดินหน้าเปิดโรงแรมได้ 5 โรงแรมจากที่วางแผนไว้กว่า 12 โรงแรมในปี 2563 ในจีน,กาตาร์, กวม และไทย รวมถึงเตรียมเปิดให้บริการอีก 1 แห่งในประเทศสิงคโปร์

นอกจากนั้นยังมีโรงแรมที่ดุสิตธานีเข้าบริหารภายใต้ชื่อแบรนด์ของลูกค้า (White label) อีก 3 แห่งที่เปิดไปแล้ว และกำลังจะเปิดให้บริการอีก 1 แห่ง รวม 4 แห่ง ซึ่งทำให้ดุสิตธานีสามารถหาตำแหน่งงานให้กับพนักงานจากโรงแรมดุสิตธานีที่ยังเหลืออยู่ระหว่างรอการก่อสร้างดุสิต เซ็นทรัล ปาร์ค

“ตอนนี้ดุสิตธานีมีที่พักเปิดให้บริการในเครือทั้งหมด 40 โรงแรม 300 วิลล่า รวม 340 แห่ง ใน 15 ประเทศทั่วโลก โดยขณะนี้เราได้กลับมาเปิดให้บริการครบทุกแห่งทั้งในไทยและทั่วโลกแล้ว โดยเรายังยืนยันเดินหน้าเปิดโรงแรมตามไปป์ไลน์เดิม เพียงแต่ขยับช่วงเวลาการเปิดให้บริการโรงแรมไปตามสถานการณ์ ที่สำคัญ ดุสิตธานีจะลงทุนแบบคอนเซอร์เวทีฟเหมือนที่เคยเป็นมา”

เก็บเงินสดประคองธุรกิจ

“ศุภจี” บอกว่า “ดุสิตธานี” ได้สะสมกระแสเงินสดไว้ราว 1,260 ล้านบาท พร้อมวงเงินที่ยังไม่ได้ใช้งานอีกราว 1,250 ล้านบาท ไม่รวมวงเงินที่วางไว้สำหรับการลงทุนในไปป์ไลน์ของอาศัย (ASAI) ทำให้เชื่อว่ากระแสเงินสดที่มีอยู่จะเพียงพอต่อการประกอบกิจการตามปกติไปจนถึงสิ้นปี 2564

ขณะเดียวกันยังเตรียมแผนสำรองในการขายสินทรัพย์บางอย่างบางชิ้น ที่ไม่มีนัยสำคัญต่อกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอีกราว 8,000 ล้านบาทด้วย

ปรับโมเดลรับ New Normal

“ศุภจี” อธิบายเสริมว่า ดุสิตธานียังได้วางแผนในการบริหารงานตามสถานการณ์ไว้ 3 แผน จาก 3 ช่วงเวลาที่ไทยจะสามารถเปิดประเทศได้ โดยคาดว่าการเปิดประเทศในช่วงกลางปี 2564 น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับการเปิดประเทศในช่วงสิ้นปี 2563 นี้ หรือสิ้นปี 2564

ขณะเดียวกันยังจัดทัพบุคลากรในองค์กรใหม่ โดยจัดแบ่งเป็นคลัสเตอร์และเข้าสู่ส่วนกลางมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร หันนำเอาเทคโนโลยีและฐานข้อมูลมาช่วยดำเนินการแทน

นอกจากนั้น ยังได้ปรับโมเดลธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับความสะอาด ปลอดภัย และถูกสุขอนามัยมากกว่าเดิมพร้อมตอบโจทย์นิวนอร์มอล (new normal)มอบการพักผ่อนที่ให้ความสุขสบาย ประสบการณ์ที่ตรงใจ และประสบการณ์คุ้มค่าให้กับลูกค้า รวมถึงปรับองค์กรให้ยืดหยุ่นเข้ากับสถานการณ์ ไม่ว่าจะยืดหยุ่นเวลาเช็กอินและเช็กเอาต์ เวลารับประทานอาหารเช้า และอื่น ๆ

แนะเร่งกระตุ้นวันธรรมดา

“ศุภจี” ยังพูดถึงโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ด้วยว่า จากการประเมินเหมือนจะยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก เนื่องจากมีผู้ใช้บริการเพียง9 แสนกว่าคืน (room night) จากเป้าหมาย 5 ล้านคืน (room night) ซึ่งเห็นว่าจริง ๆ แล้วคนไทยนิยมท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยเฉพาะพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ราว200-300 กิโลเมตร ที่ช่วงนี้แน่นขนัดในวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดตามเทศกาล พร้อมยกตัวอย่างว่า สำหรับเครือดุสิตธานีในพื้นที่พัทยาและหัวหินมีอัตราการเข้าพักมากกว่า 40-50% ในขณะที่ในพื้นที่เขาใหญ่มีนักท่องเที่ยวจองเต็มแล้ว

ดังนั้นจึงอยากให้รัฐพิจารณากระตุ้นการท่องเที่ยวในวันธรรมดามากกว่า เพราะแม้แต่ในพื้นที่ที่โดดเด่นด้านการท่องเที่ยวหลังโควิด-19 เช่น กาญจนบุรี ก็มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยแค่ 30-40% เท่านั้น เพราะโดนวันธรรมดาฉุดตัวเลขลง ขณะที่นักท่องเที่ยวแออัดมากในวันเสาร์-อาทิตย์ จึงอยากให้รัฐบาลและเอกชนร่วมกันเสนอให้พนักงานสลับวันหยุดเป็นวันธรรมดาบางส่วน เพื่อให้การท่องเที่ยวกระจายตัวมากขึ้น

แนะใช้มัลดีฟส์โมเดลเปิด ปท.

สำหรับประเด็นการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น “ศุภจี” บอกว่าเสนอให้รัฐบาลใช้แนวทางเดียวกับที่ดุสิตธานีใช้ในมัลดีฟส์ โดยการเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักได้ตามปกติ พร้อมกักตัว 14 วัน แต่ให้จัดสรรเวลาสำหรับออกมานอกห้องพักให้กับนักท่องเที่ยว โดยจำกัดพื้นที่และเวลาที่แขกสามารถออกจากห้องได้ พร้อมสับเปลี่ยนพนักงานเป็นชุดสำหรับดูแลแขกช่วงกักตัว และทำความสะอาดเชิงลึกหลังแขกกลับเข้าพื้นที่รวมถึงเสนอให้เลือกรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าวผ่านการเดินทางโดยเที่ยวบินเช่าเหมาลำเท่านั้น โดยต้องผ่านมาตรการตรวจสอบจากประเทศต้นทางมาก่อน พร้อมกำหนดให้นักท่องเที่ยวลงในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง อาทิ ส่วนหนึ่งของเกาะภูเก็ต หรือเกาะสมุย

ทั้งนี้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกผ่อนคลายและไม่อึดอัด รวมถึงเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเดินทางมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งนับตั้งแต่ดุสิตธานีเปิดให้บริการด้วยมาตรการลักษณะนี้ในเดือนสิงหาคมมาจนถึงปัจจุบันรับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปหลายประเภทจนถึงตอนนี้ยังไม่พบการแพร่ระบาดแม้แต่เคสเดียว

พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ซึ่งที่พูดแบบนี้ไม่ใช่เพราะว่าดุสิตธานีอยู่ในเซ็กเตอร์โรงแรม แต่เพราะว่าธุรกิจท่องเที่ยวเป็นจุดเริ่มต้นของหลาย ๆ อย่างที่แม้จะมีการท่องเที่ยวภายในประเทศ แต่คนไทยก็ไม่จับจ่ายใช้สอยสินค้าประเภทเดียวกันกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดุสิตธานี ธุรกิจโรงแรม