เครื่องบิน-การบินไทย-ไทยสมายล์
“การบินไทย” รุกปั้นรายได้ nonflight income ทุกบิสซิเนสยูนิต ทั้งขายอาหาร ให้เช่า-ขายทรัพย์สินที่ไม่ใช้ประโยชน์ เปิดคอร์สดึงคนร่วมประสบการณ์ด้านการบิน ตุนกระแสเงินสดช่วงรอแผนฟื้นฟู เผยไทยสมายล์คือหัวหอกสร้างรายได้จากเส้นทางบินในประเทศ ขณะที่ “บินไทย” ยังมุ่งให้บริการชาร์เตอร์ไฟลต์รับคนไทยกลับบ้าน คาร์โก้เป็นหลัก คาดปี”67 ธุรกิจเริ่มกลับสู่ภาวะเกือบปกติ ยันกลับมาให้บริการได้ครบทุกธุรกิจเหมือนก่อนโควิด
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงระหว่างรอการจัดทำแผนฟื้นฟูตามกระบวนการของศาลล้มละลายกลาง ที่คาดว่าจะใช้เวลาทำแผนประมาณ 2-3 เดือนนี้ บริษัทมีความจำเป็นอย่างมากต้องหารายได้ใหม่ ๆ จากทุกกลุ่มธุรกิจ (business unit) ในเครือ เข้ามาเพื่อเพิ่มกระแสเงินสดที่มีอยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ได้ถึงเดือนธันวาคมปีนี้ ให้สามารถอยู่ได้ถึงเดือนเมษายน 2564 และทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทเกิดความมั่นคงที่สุด เนื่องจากสถานะปัจจุบันของการบินไทยนั้นต้องบริหารจัดการธุรกิจด้วยเงินสดเท่านั้น
ปั้นรายได้ธุรกิจ nonflight
โดยบริษัทได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากทีมผู้บริหารระดับรวมราว 100 คน เพื่อร่วมกันหาแนวทางเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย ปรับปรุงขบวนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งพบว่าได้รับความร่วมมืออย่างมาก และร่วมกันคิดค้นโปรเจ็กต์ต่าง ๆ ขึ้นได้จำนวนมาก โดยเฉพาะช่องทางการหารายได้จากธุรกิจ nonflight income หรือธุรกิจที่ไม่ใช่การบินของบริษัทในเครือ และบริษัทที่การบินไทยเข้าไปร่วมลงทุน
ยกตัวอย่าง เช่น ปรับครัวการบินที่สำนักงานใหญ่ให้เป็นร้านอาหาร จำหน่ายอาหาร รวมถึงร่วมมือกับร้านอเมซอน ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท., ร้านอินทนิล ในสถานีบริการน้ำมันบางจาก, ร้าน 94 คอฟฟี่ ฯลฯ จำหน่ายอาหารประเภทเบเกอรี่และเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ Puff & Pie และการบินไทย รวมถึงศึกษาแนวทางในการขายแฟรนไชส์ครัวการบิน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังจำหน่ายสินค้าที่ระลึก รวมถึงจัดคอร์สให้คนทั่วไปได้เข้ามาร่วมสร้างประสบการณ์ทางด้านธุรกิจการบิน เช่น โครงการ THAI Flying Experience & Beyond ให้เข้าชมและฝึกบินด้วยเครื่อง simulator, ร่วมกับไทยไฟลท์เทรนนิ่ง อะคาเดมี จัดโครงการ We miss you ชวนคนทั่วไปร่วมสัมผัสประสบการณ์พิเศษให้หายคิดถึงเวลาที่บินไปกับการบินไทย อาทิ ประสบการณ์ในการเป็นแอร์โฮสเตส, นักบิน, เชฟ
รวมถึงโครงการนำเครื่องบินที่ไม่ได้ใช้งานมาให้บริการบินชมวิว 2-3 ชั่วโมง พร้อมรับประทานอาหารบนเครื่องบินแล้วนำเครื่องลง เป็นต้น
“ไม่เพียงเท่านี้ เรายังทำการศึกษาเพื่อขออนุญาตศาลนำทรัพย์สิน อาคาร หรือหุ้นในบางบริษัทมาพัฒนาให้เกิดรายได้ เช่น นำอาคารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาสร้างธุรกิจใหม่ หรือให้เช่า/ขาย สำหรับบางอาคาร โดยเฉพาะสำนักงานในต่างประเทศซึ่งอนาคตอาจไม่มีความจำเป็นต้องมีอีกต่อไป” นายชาญศิลป์กล่าว
และว่า ขณะเดียวกันบริษัทยังพยายามลดค่าใช้จ่าย โดยพิจารณาว่ากิจการไหนที่ยังไม่มีความจำเป็นก็ให้หยุดการใช้งบประมาณไปก่อน หรือโปรเจ็กต์ไหนมีความจำเป็นก็ให้ทำเรื่องขอเข้ามาใหม่ อาทิ การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การขาย ฝึกอบรม ฯลฯ รวมถึงปรับลดเงินเดือน พนักงาน ฝ่ายบริหาร รวมถึงบอร์ดบริหารเฉลี่ย 40-70% ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ธันวาคมนี้ ขณะที่พนักงานบางส่วนยังอยู่ในช่วงให้หยุดพักชั่วคราว (ไม่มีงาน) โดยจ่ายค่าจ้างให้บางส่วน
“ไทยสมายล์” บุกหนักในประเทศ
สำหรับรายได้ในช่วงของการบิน (flight income) นั้น นายชาญศิลป์กล่าวว่า ปัจจุบันสายการบินไทยสมายล์ ซึ่งเป็นสายการบินลูกของการบินไทย 100% ถือเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างรายได้ เนื่องจากสามารถทำการบินเส้นทางภายในประเทศได้ และเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสายการบินที่มีมาตรฐานการให้บริการ ตรงเวลา ขณะที่ราคาไม่ได้สูงนักสำหรับการให้บริการแบบฟูลเซอร์วิส
“ตอนนี้ไทยสมายล์กลับมาทำการบินได้แล้วประมาณ 60-70% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด แต่ตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้นั้น ไทยสมายล์จะรุกหนักขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าถึงสิ้นปีนี้น่าจะกลับมาได้ประมาณ 70-80% ยังไม่กลับมาเต็ม 100% เพราะส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยดีนักด้วย” นายชาญศิลป์กล่าว
“บินไทย” ยังแค่เหมาลำ-คาร์โก้
และว่า สำหรับในส่วนของการบินไทยนั้นด้วยข้อจำกัดด้านการเปิดน่านฟ้า ทำให้ปัจจุบันยังคงโฟกัสอยู่กับการให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) เพื่อภารกิจรับคนไทยกลับบ้าน และเที่ยวบินขนส่งสินค้า หรือคาร์โก้ เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าในปีหน้า 2564 นี้ ธุรกิจจะสามารถกลับมาได้บ้างประมาณ 20-30% และเพิ่มเป็น 30-50% ในปี 2565 โดยคาดว่าธุรกิจน่าจะกลับมาได้สัก 80-90% ในปี 2567
ทั้งนี้ ประเด็นหลักที่ต้องประเมินอย่างต่อเนื่องคือ นโยบายเปิดประเทศ ว่าจะสามารถเปิดให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศได้แค่ไหน อย่างไร ซึ่งแนวโน้มทั้งหมดนี้ยังเป็นประเด็นที่คาดการณ์ยากมากในช่วงเวลานี้
อดใจรอแผนฟื้นฟู 2-3 เดือน
“ในช่วงที่เหลือของปีนี้ไปจนถึงปี 2566 ยังคงเป็นช่วงที่เหนื่อยสำหรับธุรกิจสายการบิน และอาจจะเริ่มปรับไปในทิศทางที่ดีขึ้นในปี 2567 แต่สำหรับการบินอาจมองว่าเป็นโชคดีที่เราอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างองค์กร ไดเวอร์ซิฟายธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเจ้าหนี้เข้าใจและอดทน เราก็จะมีโอกาสกลับมาได้ใน 3-5 ปี” นายชาญศิลป์กล่าว
นายชาญศิลป์กล่าวด้วยว่า สำหรับรายละเอียดโครงสร้างธุรกิจใหม่ แผนธุรกิจ แผนการกลับมาเปิดเส้นทางบินระหว่างประเทศ รวมถึงแผนการบริหารจัดการด้านบุคลากรทั้งหมดนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการเขียนแผนฟื้นฟู ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน หรือน่าจะเสร็จสมบูรณ์ประมาณปลายปีนี้ หรือช้าสุดคือต้นปีหน้า 2564
ยันพร้อมกลับมาครบทุกบียู
นายชาญศิลป์กล่าวต่อไปอีกว่า บริษัทมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่าจะสามารถกลับมาให้บริการได้ครบในทุกหน่วยธุรกิจ (unit business) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องการให้บริการในสนามบิน ประกอบด้วย อาทิ ธุรกิจซ่อมบำรุง หรือ MRO, ธุรกิจให้บริการภาคพื้น หรือ ground service ธุรกิจขนส่งสินค้าหรือคาร์โก้ และธุรกิจแคเทอริ่งอาหารส่งให้กับสายการบินในเครือสตาร์อัลไลแอนซ์
“เรามั่นใจจะกลับมาให้บริการได้ในทุกกลุ่มธุรกิจเหมือนก่อนโควิด ส่วนจะดำเนินการเองทั้งหมดหรือหาเอกชนเข้ามาร่วมทุนนั้นต้องรอแผนฟื้นฟู ดูโครงสร้างทุน โครงสร้างหนี้ ฯลฯ จริง ๆ วันนี้เราก็ให้บริการอยู่ แต่ที่ลดขนาดการให้บริการลงไปในช่วงที่ผ่านมานั้นเป็นผลจากดีมานด์ในตลาดที่ปรับตัวลดลงเท่านั้น” นายชาญศิลป์กล่าว
