เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

โควิด-วัคซีน ใครเร็วกว่ากัน

16 ม.ค. 2564 | 17:30น.
สามัญสำนึก
ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

หลังจากที่หลายประเทศได้ทยอยประกาศขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 เป็นการฉุกเฉินเพื่อต่อสู้กับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่นับวันทวีความรุนแรงขึ้น โดยล่าสุดมีผู้ป่วยสะสมสูงถึง 93,533,849 คน กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค โดย 5 อันดับแรกของประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดยังคงเป็นสหรัฐ อินเดีย บราซิล รัสเซีย และอังกฤษ

ในขณะที่ประเทศไทยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 128 (11,456 ราย) จากกรณีการติดเชื้อในวงกว้างของกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่สมุทรสาครจากการระบาดครั้งใหม่ในวันที่ 17 ธ.ค.มาจนถึงปัจจุบันเพียง 29 วัน มีการติดเชื้อภายในประเทศสะสมรวมกันแล้วกว่า 7,000 ราย โดยในจำนวนนี้เป็นการติดเชื้อภายในหมู่แรงงานต่างด้าวกลุ่มก้อนใหญ่ที่สุดที่ “มหาชัย” ไม่ต่ำกว่า 3,300 คนทีเดียว และยังมีแนวโน้มว่า แรงงานกลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า 400,000-500,000 คน จะพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก (ตรวจเชิงรุกไป 30,000 คน)

การติดเชื้อรอบใหม่ของไทยในช่วงต้นปี 2564 ทำให้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้นจากที่เคยเชื่อว่า “เราควบคุมโควิดได้” กำลังจะกลายเป็น “ควบคุมไม่ได้” ถ้าสังเกตจะพบว่า ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา ไทยมีการติดเชื้อภายในประเทศ (หักตัวเลขการติดเชื้อในกลุ่มแรงงานต่างด้าวออกไปแล้ว) เฉลี่ยวันละไม่ต่ำกว่า 100 คน กระจายอยู่ใน 60 จังหวัดทั่วประเทศ และหากยังควบคุมการระบาดไม่ได้ โดยปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปอย่างนี้จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์มีความเป็นไปได้ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 รอบใหม่สะสมจะทะลุ 10,000 รายขึ้นไป

ดูเหมือนว่า รัฐบาลเริ่มที่จะ “ยอมรับ” ว่า เป็นการยากที่จะดึงตัวเลขการติดเชื้อให้เป็น 0 เหมือนกับก่อนหน้าวันที่ 17 ธันวาคม 2563 เนื่องจากการ “ปฏิเสธ” ที่จะใช้มาตรการ “ล็อกดาวน์” แบบเบ็ดเสร็จเข้มข้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ แต่เลือกที่จะใช้มาตรการเข้มข้นเป็นรายพื้นที่แทน

แน่นอนว่า การใช้มาตรการเป็นรายพื้นที่ไม่สามารถที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อหมดไป ประกอบกับยังมีกลุ่มก้อนแรงงานต่างด้าวนับแสนคนที่มหาชัย รอการตรวจเชิงรุกอยู่ ดังนั้นความหวังเดียวที่รัฐบาล “จำเป็น” ต้องเร่งดำเนินการรับมือกับตัวเลขผู้ติดเชื้อก็คือ “วัคซีน” โดยตั้งเป้าที่จะฉีดวัคซีนภายในปี 2564 ให้ได้ถึง 33 ล้านคน

คำถามก็คือวัคซีนเหล่านี้จะมาจากไหน ด้านหนึ่งตามข้อตกลงเดิมที่ทำไว้กับบริษัท AstraZeneca จะได้รับวัคซีนจำนวน 26 ล้านโดสหรือคิดเป็นร้อยละ 20 ภายในเดือนมิถุนายนนี้ และมีความพยายามที่จะเจรจาสั่งซื้อวัคซีนอีก 35 ล้านโดส รวมเป็นทั้งหมด 61 ล้านโดส

ทว่าวัคซีนของ AstraZeneca อย่างเร็วที่สุดจะมาถึงในเดือนมิถุนายนหรืออีกเกือบ 5 เดือน ในขณะที่ตัวเลขการระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศขยับขึ้นไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้รัฐบาลต้องมองหา “วัคซีน” ของบริษัทอื่นเข้ามาอุดช่องว่างหรืออย่างน้อยก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่จะต้องรับมือกับการระบาด

กลายมาเป็นเหตุผลสำคัญที่เปิดทางให้กระทรวงสาธารณสุข เจรจากับบริษัท Sinovac Biotech ผู้ผลิตวัคซีนของประเทศจีนเพื่อขอ “รัดคิว” จัดหาวัคซีนแบบเร่งด่วนจำนวน 2 ล้านโดสหรือร้อยละ 10 (ฉีดได้ 1 ล้านคน) เข้ามาให้ได้ภายในไตรมาส 1/2564 เพื่อระดมฉีดในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน รวมทั้งการจัดหาวัคซีนจากโครงการ COVAX Facility ของ WHO ร้อยละ 20 อีกด้วย

Advertisement

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของวัคซีนที่กำลังแย่งกันซื้ออยู่ในตอนนี้ “มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น” เมื่อเกิดมี “ข้อสงสัย” ถึงประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อของวัคซีนจากจีนโดยเฉพาะอย่างยิ่งวัคซีนของ Sinovac Biotech จากการทดลองระยะ 3 ในบราซิล ตุรกี อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ลูกค้ารายแรก ๆ ของบริษัทจีนรายนี้ ปรากฏเปอร์เซ็นต์การป้องกันการติดเชื้อแตกต่างกันไปตั้งแต่ 50% ไปจนกระทั่งถึง 91%

ส่งผลให้ลูกค้ารายใหม่ที่ต้องการวัคซีนเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์-มาเลเซีย ระงับการสั่งซื้อและขอข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงไทยเองที่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนแบบฉุกเฉินให้กับวัคซีนของ Sinovac กระทบแผนการต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19 ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ไปโดยปริยาย