เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยช่วยไทยพลัส  จุดติด-เฟสใหม่ต้องมี
Columns ไทยช่วยไทยพลัส  จุดติด-เฟสใหม่ต้องมี
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 450 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,700 บาท
GUNKUL ปักธงฟิลิปปินส์ 
Economic GUNKUL ปักธงฟิลิปปินส์ 
จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ปั้นธุรกิจอาหารให้ยืนเองได้
Business จักรกฤติ สายสมบูรณ์ ปั้นธุรกิจอาหารให้ยืนเองได้
วิจัยกสิกรฯ จับตาบอร์ด EV เคาะมาตรการเปลี่ยนผ่านอุตฯยานยนต์ไทย ลุ้นฟื้นยอดผลิตปีหน้า-ปีนี้คาดหด 1.8%
Finance วิจัยกสิกรฯ จับตาบอร์ด EV เคาะมาตรการเปลี่ยนผ่านอุตฯยานยนต์ไทย ลุ้นฟื้นยอดผลิตปีหน้า-ปีนี้คาดหด 1.8%
คปภ. ดันประกันเป็นเกราะ SMEs ชู ‘SME Package’ รับมือภัย-ฟื้นธุรกิจหลังเกิดเหตุ
Finance คปภ. ดันประกันเป็นเกราะ SMEs ชู ‘SME Package’ รับมือภัย-ฟื้นธุรกิจหลังเกิดเหตุ
เอกนิติ เร่งพิจารณาต่ออายุ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2 คาดได้ข้อสรุปสิ้น ก.ย. นี้
Finance เอกนิติ เร่งพิจารณาต่ออายุ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2 คาดได้ข้อสรุปสิ้น ก.ย. นี้
‘พิพัฒน์’ รับฟังข้อเสนอภาคขนส่ง เร่งจัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ
Economic ‘พิพัฒน์’ รับฟังข้อเสนอภาคขนส่ง เร่งจัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ
วาระกล่าวถ้อยแถลงจุดยืนไทย ข้อพิพาททางทะเลกับกัมพูชา ภายใต้ UNCLOS ครั้งแรกที่สิงคโปร์ สด 15 ก.ย.นี้
World วาระกล่าวถ้อยแถลงจุดยืนไทย ข้อพิพาททางทะเลกับกัมพูชา ภายใต้ UNCLOS ครั้งแรกที่สิงคโปร์ สด 15 ก.ย.นี้
เจ้าของหนังสือ Chip War ชี้ ‘ไทยเป็นกลาง’ ได้เปรียบในศึกชิปโลก
Tech เจ้าของหนังสือ Chip War ชี้ ‘ไทยเป็นกลาง’ ได้เปรียบในศึกชิปโลก
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าหลังเฟดใช้นโยบายผ่อนคลาย โควิดในปท. กดดันบาทอ่อน

09 เม.ย. 2564 | 19:14น.
ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าหลังเฟดยังใช้นโยบายผ่อนคลาย ขณะที่โควิดในประเทศกดดันบาทอ่อน สวนทางตลาด ขณะที่เงินบาททิศทางยังอ่อนค่า ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 31.42/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 5-9 มีนาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (5/3) ที่ 31.30/32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันศุกร์ (2/4) ที่ระดับ 30.26/28 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นหลังจากการเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ พุ่งขึ้น 916,000 ตำแหน่งในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563 จากที่คาดไว้ว่า จะเพิ่มขึ้น 647,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานสหรัฐลดลงสู่ระดับ 6.0% ในเดือนมีนาคม จาก 6.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ ท่ามกลางการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากตลาดเงินและตลาดหุ้นหลายประเทศได้ปิดทำการในวัน Good Friday

โดยในช่วงปลายสัปดาห์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้ปรับตัวอ่อนค่าเปรียบเทียบกับค่าเงินสกุลหลัก สอดคล้องกับการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำต่อไป

โดยในรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนมีนาคม ระบุว่าเฟดอาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งก่อนที่จะเริ่มปรับลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ ขณะเดียวกันเฟดได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการปรับลดวงเงินในโครงการซื้อสินทรัพย์

พร้อมกันนี้ ยังระบุด้วยว่า กรรมการเฟดมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมกับย้ำว่า เฟดจะเดินหน้าใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินต่อไปจนกว่าจะมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

ประกอบกับทางด้านนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันพฤหัสบดี (8/4) ที่ผ่านมาว่า ราคาสินค้าอุปโภค, บริโภคจะปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ ซึ่งมีสาเหตุจากการใช้จ่ายที่พุ่งขึ้นของสหรัฐ ขณะเปิดเศรษฐกิจครั้งใหม่หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่อุปทานจะคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งคาดว่าราคาที่ดีดตัวขึ้นนั้นจะไม่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง และได้คาดว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น

ทั้งนี้ นักลงทุนมองว่า การแสดงความเห็นของนายพาวเวลเป็นการส่งสัญญาณว่าเฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง อีกทั้งไอเอ็มเอฟปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจว่าจะขยายตัว 6% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากที่เคยคาดการณ์เอาไว้เมื่อเดือนมกราคมว่าจะขยายตัว 5.5% ส่งผลให้เกิดแรงเข้าซื้อในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยนั้น สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับ 63.7 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์, ด้านไอเอชเอส มาร์กิต เผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 60.4 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2557

สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7.4 ล้านตำแหน่งในเดือนกุมภาพันธ์ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 6.91 ล้านตำแหน่ง

และกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกพุ่งขึ้นสู่ระดับ 744,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 694,000 ราย นอกจากนี้กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ปรับเพิ่มตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ สู่ระดับ 728,000 ราย จากเดิมรายงานที่ระดับ 719,000 ราย

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทยังคงทิศทางอ่อนค่าต่อเนื่องตามการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย หลังจากที่มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 9 เมษายน 2564 พบจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมดเพิ่มขึ้น 559 ราย ติดเชื้อในประเทศ 549 ราย

แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 401 ราย การค้นหาเชิงรุกในชุมชน 148 ราย และติดเชื้อจากต่างประเทศ 10 ราย

ทั้งนี้ ยอดผู้ป่วยสะสม 26,632 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่ 8,381 ราย การค้นหาเชิงรุกในชุมชน 16,838 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,413 ราย ไม่พบผู้เสียชีวิต ยอดสะสม 36 ราย

อย่างไรก็ดี ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) มีมติให้คงระดับพื้นที่สถานการณ์ตามเดิม ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดง พร้อมมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้กำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19

ทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.26-31.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (9/3) ที่ระดับ 31.42/44 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (5/4) ที่ระดับ 1.1765/69 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/4) ที่ระดับ 1.1780/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินยูโรได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการของเยอรมนีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 51.5 ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 45.7 ในเดือนกุมภาพันธ์

นอกจากนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการของยูโรโซนซึ่งเป็นตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือนั้น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 53.2 ในเดือนมีนาคม จากระดับ 48.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ และสูงกว่าคาดการณ์เบื้องต้นที่ระดับ 52.5 และการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังเปิดเผยตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานที่ระดับ 744,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 694,000 ราย

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1,1753-1.1926 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (9/3) ที่ระดับ 1.1890/92 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (5/4) ที่ระดับ 110.56/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (2/4) ที่ระดับ 110.47/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนตัวอยู่ในกรอบบริเวณกรอบบนของ 110 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินสกุลเยนอ่อนค่าจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าที่คาด ในขณะที่ช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่าอย่างต่อเนื่องตามการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังนักลงทุนเพิ่มการถือครองสกุลเงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมขยายมาตรการฉุกเฉินและล็อกดาวน์กรุงโตเกียวหลังพบเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ในการระบาดรอบใหม่ ถึงแม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจของญี่ปุ่นจะปรับตัวดีกว่าที่ระดับคาดการณ์

โดยในวันพฤหัสบดี (8/4) รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของครัวเรือนญี่ปุ่นในเดือนมีนาคมมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น 36.1 จุด เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่รายงาน 33.9 จุด ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.00-110.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (9/3) ที่ระดับ 1099.52/54 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท