เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

โควิดระลอก 3 ทุบบารมี “ประยุทธ์” พรรคร่วมรัฐบาลแยกวง-ชิงหาเสียง

29 เม.ย. 2564 | 07:14น.
รายงานพิเศษ

สัญญาณยุบสภา-เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง หลังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ “เพลี่ยงพล้ำ” การ์ดตก

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 กำลังจะกลายเป็น “จุดตาย” ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตผู้นำ คสช. ที่เคยเป็นรัฏฐาธิปัตย์มีอำนาจเต็มมือ

การจัดการกับโควิด-19 และการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล “ล้มเหลว” ไม่เป็นท่า จากที่เคยได้รับการยกย่องจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่จัดการโควิด-19 ได้ “อยู่หมัด”

โควิดระลอก 3 จุดตายประยุทธ์

การระบาดของโควิด-19 สองระลอกล่าสุด ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากการ “บริหารจัดการผิดพลาด” ของรัฐบาล ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งพรวดกลายเป็นประเทศใกล้แตะอันดับท็อป 100 ส่วนการจัดหา-ฉีดวัคซีน “รั้งท้าย”

“ระลอกสอง” รัฐบาล “ปล่อยปละละเลย” จนกลายเป็น “ต้นตอ” การแพร่ระบาดมาจาก “แรงงานเถื่อน” ในจังหวัดสมุทรสาคร และ “บ่อนการพนัน” ในจังหวัดระยอง-กรุงเทพฯ

ขณะที่ระลอกสาม “จุดเกิดเหตุ” มาจากVVIP ระดับรัฐบาลที่กลายเป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์” รัฐมนตรีในรัฐบาล-ข้าราชการระดับสูง ถูกวิจารณ์เรื่อง “ติดโควิด” และ “ปกปิดไทม์ไลน์”

เสมือน “ผีซ้ำด้ำพลอย” การระบาดของโควิด “ระลอกสาม” มีผู้ติดเชื้อหลัก 2 พันคน ทำให้สายด่วน-เบอร์ฉุกเฉินล่ม เตียงขาด-รถพยาบาลที่จะไปรับผู้ป่วยติดโควิดไม่เพียงพอ ปานกับ “ระบบสาธารณสุขล่ม”

ประกอบกับการบริหารจัดการด้านวัคซีน “ไม่มีประสิทธิภาพ” จากการฉีด-จัดหาวัคซีน “ล่าช้า” ส่งผลให้ “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” เดียวที่เหลืออยู่ต้อง “ดับวูบ” คนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงวัคซีน-อภิสิทธิ์ชนซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำ

พรรคร่วมหนีตาย-ลอยแพบิ๊กตู่

ขณะที่ความไม่ลงรอย-กินแหนงแคลงใจระหว่างพรรคแกนนำรัฐบาล-พลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล อย่างภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ “ตอกลิ่ม” ความขัดแย้ง “ร้าวลึก” อยู่ในรัฐบาลไม่สามารถสมานแผลได้-อยู่เพื่อแชร์ผลประโยชน์เท่านั้น

โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกทิ่ม-แทงข้างหลังจากพรรคพลังประชารัฐ ทั้งเรื่องการฉีกมารยาททางการเมือง-ลงสมัครแข่งเลือกตั้งซ่อม การเขียนด้วยมือ-ลบด้วยเท้าในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ล่าสุดการตีท้ายครัวภาคใต้-เจาะไข่แดงฐานที่มั่น

พรรคประชาธิปัตย์จึงทั้งเจ็บแล้วจำ-เจ็บแล้วทน รอจังหวะการเมือง “ถอนตัว” ออกจากพรรคร่วมรัฐบาลโดยใช้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นเงื่อนไข

ขณะที่ภูมิใจไทย-พรรคอันดับสองที่มี “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ “สะดุดขาตัวเอง” และแต่วันนี้กลายเป็น “ตำบลกระสุนตก”

รวมถึงกรณี “เสี่ยโอ๋” “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม-เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ติดโควิด -19

นอกจากนี้ หน่วยงานในกำกับของกระทรวงสาธารณสุขยังถูก “พล.อ.ประยุทธ์” ถามกลางที่ประชุมระหว่างลงพื้นที่ตรวจโรงพยาบาลสนาม เรื่องโทร.ไปสายด่วน 1668-1669 ไม่มีเสียงปลายสายรับเหตุฉุกเฉิน

ทว่าเรื่องที่คอขาด-บาดตายมากที่สุดคือ ระบบสาธารณสุขล้มเหลว ไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากได้ ทำให้อนุทินถูก “ล่าลายชื่อ” ถอดถอนออกจากตำแหน่ง

พร้อม ๆ กับเสียงวิจารณ์ของบุคลากรทางการแพทย์ หมอ-พยาบาลที่ไม่พอใจคำพูดของ “คนในรัฐบาล” ที่คอยจะโยนความผิด-ปัดความรับผิดชอบ

ความไม่เป็นเอกภาพในการบริหารจัดการโควิด-19 ที่ไม่ได้อยู่ “ใต้ร่มเงา” ของ ศบค.เบ็ดเสร็จอีกต่อไป หลังจากพรรคการเมือง อาทิ ประชาธิปัตย์-พลังประชารัฐ ออกมาตั้งศูนย์ประสานงานโควิด-19 “นอกทำเนียบ”

กระทบ “บารมี” ของ “พล.อ.ประยุทธ์” และ “ศูนย์รวมอำนาจเบ็ดเสร็จ” อย่าง ศบค.ยังใช้เป็นกลไกการแก้ปัญหาโควิดได้อยู่หรือไม่

สัญญาณยุบสภา

เมื่อวัคซีนที่ดูเหมือนจะเป็น “แสงนำทาง” และ “ร่มชูชีพ” ในการอยู่-การไป
ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

แต่กลายเป็นว่า แผนการกระจายวัคซีน – ยาสำคัญที่ใช้ในการรักษา และระบบโรงพยาบาลล่ม

เพราะ “มีแต่แผน แต่ไม่มีการจัดการ” ระบบสาธารณสุขที่เคยเป็นจุดแข็งและติดอันดับโลกของรัฐบาลก็กำลังถูกท้าทายจากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงเป็นหลักพัน-ตัวเลขผู้เสียชีวิต-โคม่าจำนวนมาก

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มองไป 6 เดือนข้างหน้าจึงมองไม่เห็น “จุดเปลี่ยน” ที่จะกลับมา “พลิกเกม” และ “กุมความได้เปรียบ” เพื่อประคองรัฐบาลให้อยู่รอดปลอดภัย จนครบเทอมวาระ 4 ปี

เสียงลือ-เสียงเล่าอ้างใต้ถุนตึกสัปปายะสถานถึงการ “ยุบสภา” หลังผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 จึงต้องเพิ่มน้ำหนัก

กู้เพิ่มฟื้นเศรษฐกิจ-คะแนนนิยม

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แก้ปัญหาโควิด-บริหารวัคซีนแบบไม่มีทิศทาง จนภาคเอกชน-40 บิ๊กธุรกิจ ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์”

วิสัยทัศน์ของภาคเอกชน-ภาคธุรกิจ “จมูกไว” กับทุกวิกฤต-มองเห็นความเสียหายที่จะเกิดขึ้นมหาศาล

หากปล่อยให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์เผชิญ “สงครามโรค” แต่เพียงลำพัง-หัวเดียว

อาวุธทางการเงิน-ทางการเมืองที่เหลืออยู่ขณะนี้ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จึงเหลือเพียงเครื่องมือเดียว คือ “เงินกู้” 3.8 แสนล้านบาทที่ยังเหลืออยู่ ที่จะใช้กอบกู้เศรษฐกิจ-ความศรัทธาของรัฐบาลและความเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์

ทว่า 3.8 แสนล้านในมือ พล.อ.ประยุทธ์คง “ถมไม่ลง” ต้อง “กู้เพิ่ม” อีกอย่างน้อย 1 ล้านล้าน

เพื่อเยียวยาโควิด-กระตุ้นเศรษฐกิจ และต่อลมหายใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

ที่กำลังอยู่ในช่วงวิกฤต “ความเป็นความตายเท่ากัน”

ยึดอำนาจฉีดวัคซีน “อนุทิน”

ไม้ตายสุดท้ายของ “พล.อ.ประยุทธ์” คือ การตั้ง “คณะกรรมการบริหารจัดการวัคซีนแบบเบ็ดเสร็จ” หรือ single command

“นั่งหัวโต๊ะ” บัญชาการเอง โดยจับมือภาคเอกชน ระดมฉีดวัคซีนให้ได้วันละ 3 แสนคน เป้า 30 ล้านคนภายใน 3 เดือน

“ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า

พล.อ.ประยุทธ์จะนั่งเป็นประธานศูนย์บริหารจัดการวัคซีนแบบเบ็ดเสร็จ (single command) เอง

“เนื่องจาก Line of command ยังไม่เป็น single command มากนัก ดังนั้น เพื่อให้เกิดการสั่งการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ”เสนาธิการเศรษฐกิจระบุ

ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ แก้ปัญหาด้วยรูปแบบ single command

ทว่าการแก้ปัญหาโรคระบาดระลอกที่หนักที่สุด และความแตกร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล เปราะบาง – อ่อนไหว ต่อเรื่อง “ยุบสภา” อย่างยิ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประยุทธ์