เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ร่วง รอความชัดเจนเรื่องแผนปฏิรูปภาษี

10 พ.ย. 2560 | 18:32น.

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินระหว่างวันที่ 6-10 พฤศจิกายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ (6/11) ที่ 33.17/19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/11) ที่ระดับ 33.11/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3/11) กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงาน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเพิ่มขึ้นต่ำกว่าคาดในเดือน ต.ค. โดยปรับตัวขึ้นเพียง 261,000 ตำแหน่ง ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 310,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.1% ดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะทรงตัวที่ 4.2% ในขณะที่คณะกรรมาธิการพิจารณาวิธีการจัดหารายได้ของสนภาผู้แทนราษฎร (Committee on Ways and Means) เลื่อนการพิจารณามาตรการปฏิรูปภาษีฉบับใหม่ของคณะทำงานประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกไป ถึงแม้ว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้เปิดเผยรายละเอียดของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาครอบคลุมถึงการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 20% จากปัจจุบันที่ระดับ 35% ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น จะมีการปรับลดจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษี จาก 7 ขั้น เหลือเพียง 4 ขั้น คือ 12%, 25%, 35% และ 39.6% ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้ส่งผลให้นักลงทุนปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐลงด้วย ด้วยความไม่มั่นใจว่าพรรครีพับลิกันจะสามารถผ่านร่างกฎหมายภาษีได้ในเวลาที่เหมาะสม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีนักวิเคราะห์หลายท่านออกมาแสดงความเห็นว่า รัฐบาลสหรัฐอาจจะต้องกู้เงินจำนวนมาก เพื่อนำมาใช้รองรับมาตรการทางภาษีที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาอยู่ด้วย

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก คาดว่าการส่งออกของไทยปี 2560 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 8% ตามทิศทางการค้าโลก หลังจากในเดือน ก.ย. 2560 ขยายตัว 12.2% มีมูลค่า 21,812 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นการขยายตัวในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 และสูงสุดในรอบ 56 เดือน ขยายตัว 7.8% ส่งผลให้การส่งออก 9 เดือนแรก มีมูลค่า 175,435 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 9.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY) ขณะที่ในรูปเงินบาทการส่งออก 9 เดือนแรก มีมูลค่า  6,001,376 ล้านบาท เติบโต 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน (YoY) ทั้งนี้จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีขึ้นในวันพุธ (8/10) นั้น นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ เลขานุการ กนง. เปิดเผยว่าที่ประชุม กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ต่อปี ซึ่งเป็นไปตามตลาดคาด โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้เดิม ตามแรงส่งจากภาคต่างประเทศ ขณะที่อุปสงค์ในประเทศขยายตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีทิศทางปรับสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ประเมินไว้ ขณะที่ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ด้านเสถียรภาพ ระบบการเงินโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีความเสี่ยงในบางจุดที่อาจจะสะสมความเปราะบางในระบบการเงินในระยะต่อไป จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทั้งนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.08-33.19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (10/11) ที่ระดับ 33.09/33.11 บาท-ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวสกุลเงินยูโรในสัปดาห์นี้ เปิดตลาดที่ระดับ 1.1606/09 ดอลลาร์สหรัฐ-ยูโร อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/11) ที่ระดับ 1.1650/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สถาบันไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวลงสู่ระดับ 56.0 ในเดือนตุลาคม จากระดับ 56.7 ในเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม ดัชนีดังกล่าวยังคงยืนอยู่เหนือระดับ 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 52 ซึ่งบ่งชี้ว่า กิจกรรมในภาคธุรกิจของยูโรโซนยังคงมีการขยายตัว ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 1  ทศวรรษ ขณะที่ นายคริส วิลเลียมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายธุรกิจจากไอเอชเอส กล่าวว่า “เศรษฐกิจของยูโรโซนยังขยายตัวแข็งแกร่งในช่วงต้นไตรมาส 4 เนื่องจากธุุรกิจใหม่ขยายตัวมากขึ้น เดือนพฤศจิกายนก็น่าจะเป็นเดือนที่ดีสำหรับกิจกรรมทางธุรกิจ” ในขณะที่คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ประกาศปรับเพิ่มการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคยูโรขึ้นสู่ระดับ 2.2% จาก 1.7% ในปีนี้ และ 2.1% ในปีหน้า และปรับลดการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปีนี้ลงเหลือ 1.5% จาก 1.6% และ 1.4% ในปีหน้า อย่างไรก็ดีค่าเงินยูโรได้รับอานิสงส์จากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ เนื่องมาจากนักลงทุนมีความกังวลในเรื่องของการปฏิรูปนโยบายภาษีของทรัมป์ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีความล่าช้าออกไปอีกในอนาคต ทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1554-1.1655 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (10/11) ที่ระดับ 1.1637/1.1638 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนสัปดาห์นี้ ค่าเงินเยนเปิดตลาดระดับ 114.63/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (3/11) ที่ระดับ 114.09/11 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (6/11) นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า แม้อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับที่ “ค่อนข้างอ่อนแอ” แต่คาดว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นสู่เป้าหมายของ BOJ ที่ระดับ 2% โดยได้รับแรงหนุนจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า BOJ ยังคงคาดการณ์ว่า จะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ในปีงบประมาณ 2562 อย่างไรก็ดีค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์จากปัญหาทางการเมืองในประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึี่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลักของโลก  โดยเจ้าหน้าที่ซาอุดิอาระเบียคนหนึ่งกล่าวต่อรอยเตอร์ว่า มีการตั้งข้อหาติดสินบน ยักยอกเงิน ฟอกเงิน และใช้อำนาจในทางที่ผิดของเจ้าชายซาอุดิอาระเบีย เจ้าหน้าที่ และนักธุรกิจเป็นจำนวนรวมกันหลายสิบคน รวมถึงได้มีการควบคุมตัวบุคคลกลุ่มนี้เพื่อสอบสวนในคดีคอร์รัปชั่นอีกด้วย จากปัญหาทางการเมืองครั้งนี้ ส่งผลให้อุปสงค์ต่อเงินเยนซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น  ในขณะที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผย ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน เม.ย.-ก.ย. ขยายตัวแตะ 11.53 ล้านล้านเยน (1.01 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 โดยได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนของต่างประเทศ ทั้งนี้ ยอดเกินดุล พุ่งขึ้น 12.4% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ระดับ 10.38 ล้านล้านเยน ยอดส่งเพิ่มขึ้น 12.9% แตะที่ระดับ 37.56 ล้านล้านเยน ขณะที่ยอดนำเข้าปรับตัวขึ้น 15.1% แตะที่ระดับย 34.88 ล้านล้านเยน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในเดือน ก.ย.เพียงเดือนเดียว ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 2.27 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้น 21.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นยอดเกินดุลติดต่อกัน 39 เดือน โดยตลอดสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 113.09-114.73 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (10/11) ที่ระดับ 113.51/113.52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ