เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เซ็นทารา” ขยายพอร์ตในเวียดนามพร้อมเปิดตัว “เซ็นทาราและเรสซิเดนซ์ แวนดอน” ไตรมาส4 นี้
Business “เซ็นทารา” ขยายพอร์ตในเวียดนามพร้อมเปิดตัว “เซ็นทาราและเรสซิเดนซ์ แวนดอน” ไตรมาส4 นี้
“แอร์เอเชีย” ผนึก ททท. ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์หนุนไทยขึ้นปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค
Business “แอร์เอเชีย” ผนึก ททท. ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์หนุนไทยขึ้นปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค
ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
Tech ไม่หวั่นฟองสบู่ AI ยอดจองซื้อหุ้น SK Hynix ใน Nasdaq เกินยอดจัดสรรกว่า 700%
ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
Finance ก.ล.ต. ผนึกตำรวจเรียก “สุภาพร พิมพงษ์” พบพนักงานสอบสวนแล้ว ยันคนที่ถูกลือเป็น “คนละคน”
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 65,700 บาท
เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
EV เบนท์ลีย์ ใช้ชื่อ ‘Torcal’ สำหรับรถอีวี รุ่นแรก
นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
Politics นายกฯ มั่นใจซ่อมคันคลองระบายน้ำ ร.1 หาดใหญ่ เสร็จก่อนช่วงน้ำหลาก
มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
Economic มหากาพย์รถไฟ 3 สนามบิน เมื่อเมกะโปรเจกต์ไทย กลายเป็น ‘ลิงแก้แห’
ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
Tech ครีเอเตอร์เตรียมรับทรัพย์รัว ๆ ‘Facebook’ เปิดให้ปักตะกร้าสินค้า ‘Lazada’ ได้แล้ว
สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
Finance สภาพัฒน์ มอง พ.ร.ก.กู้เงิน ใช้ตรงจุดช่วยดันเศรษฐกิจ ชี้เน้นช่วยประชาชนดีกว่า ซื้อรถเก็บขยะ EV
ดูทั้งหมด

อว. ประกาศมาตรการเฝ้าระวังโควิด สั่งมหาลัยลดค่าเรียน ค่าธรรมเนียม 

29 มิ.ย. 2564 | 21:21น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ออกประกาศมาตรการเผ้าระวังโควิด สั่งมหาวิทยาลัย หน่วยงานในสังกัด งดจัดกิจกรรม-ใช้สถานที่ พร้อมช่วยเหลือนิสิต นักศึกษา ลดค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บพิเศษ

วันที่ 29 มิถุนายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ออกประกาศมาตรการเผ้าระวังโควิด ฉบับที่ 15 สำหรับสถาบันอุดมศึกษาในการจัดการเรียนการสอน และการดูแลความปลอดภัยของนิสิต นักศึกษา และหน่วยงานภายใน อว.รวมถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือ 

มีรายละเอียดดังนี้ 

1.มาตรการสำหรับสถาบันอุดมศึกษาในการจัดการเรียนการสอนและการดูแลความปลอดภัยของนิสิต นักศึกษา

1.1 พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามใช้อาคารหรือสถานที่ของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งการสอบ การฝึกอบรมหรือกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่โรค เว้นแต่เป็นการใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อจัดกิจกรรมตามแนวทางหรือลักษณะที่นายกรัฐมนตรี หรือศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ศบค.) ได้อนุญาตไว้แล้ว ให้สามารถดำเนินการได้ โดยเสนอต่อศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ศปก.ศบค .) พิจารณาก่อนดำเนินการ หรือเป็นกรณีที่เคยให้ได้รับยกเว้น ดังต่อไปนี้

1)เป็นการเรียนการสอนหรือกิจกรรมเพื่อการสื่อสารแบบทางไกลหรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

2)เป็นการใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ สงเคราะห์ อุปถัมภ์ หรือให้การอุปการะแก่บุคคล

3)เป็นการจัดกิจกรรมของทางราชการหรือกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด

1.2 พื้นที่ควบคุมสูงสุด สามารถใช้อาคารหรือสถานที่ของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งการสอบ การฝึกอบรมหรือกิจกรรมใดๆ ที่มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยให้พิจารณาตามความจำเป็น และดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ซึ่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จัดกิจกรรมและสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ

1.3พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวังสูง สามารถใช้อาคารหรือสถานที่ของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งการสอบ การฝึกอบรมหรือกิจกรรมใด ๆ ได้ตามความเหมาะสมและความพร้อม โดยรูปแบบของการดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางการจัดระเบียบและระบบต่าง ๆ คำแนะนำของทางราชการ และมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ภายใต้การกำกับดูแลของ อว. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข

1.4 พื้นที่เฝ้าระวัง สามารถใช้อาคารหรือสถานที่ของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งการสอบ การฝึกอบรมหรือกิจกรรมใดๆ ได้เมื่อมีความพร้อม โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค เงื่อนไขการจัดระเบียบและระบบต่าง ๆ คำแนะนำของทางราชการ รวมทั้งกฎหมาย กฎหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ขอให้สถาบันอุดมศึกษาให้ข้อมูลแก่นิสิต นักศึกษาและบุคลากรให้ตระหนักถึงสถานการณ์

การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19) และกำชับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวที่เป็นไปตามมาตรการควบคุมหลักในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) (ศบค.) และมาตรการแต่ละพื้นที่ด้วย

2.การจัดกิจกรรมของสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภายใน อว.

2.1 พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวน

รวมกันมากกว่า 20 คน เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานกักกันโรค

2.2 พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 100 คน

2.3 พื้นที่ควบคุม ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 150 คน

2.4 พื้นที่เฝ้าระวังสูง ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มี จำนวนรวมกันมากกว่า 200 คน

2.5 พื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกัน มากกว่า 300 คน

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมให้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด ซึ่งผู้ว่าราชการ

กรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัด โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด แล้วแต่กรณี กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จัดกิจกรรมและสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ

3.มาตรการสำหรับการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภายใน อว.

ให้พิจารณาขยายการดำเนินมาตรการการทำงานที่บ้าน ( Work from Home) หรือ ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง โดยให้พิจารณาดำเนินการขั้นสูงสุดในช่วงระยะเวลานี้ โดยเฉพาะหน่วยงานในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อลดการเดินทางและการติดต่อสัมผัสระหว่างบุคคล ซึ่งเป็นการป้องกันและลดโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ทั้งนี้ให้พิจารณาระดับความเสี่ยงและบริบทของพื้นที่ตามข้อกำหนด เพื่อกำหนดสัดส่วนการทำงานที่บ้าน (Work from Home) หรือปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง หรือการสลับวันหรือการเหลื่อมเวลาการเข้าปฏิบัติงานตามความเหมาะสมของพื้นที่

4.มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขอความร่วมมือให้สถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภายใน อว.พิจารณาดำเนินการ ดังนี้

4.1 ลดค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของสถาบันอุดมศึกษาที่เรียกเก็บจากนิสิต นักศึกษา เป็นกรณีพิเศษ

4.2ลดค่าเช่าพื้นที่แก่ผู้ประกอบการรายย่อย หรือลดค่าบริการต่าง ๆ ที่เรียกเก็บจากประชาชนตามความเหมาะสม

4.3 กำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว เพิ่มเติมตามความเหมาะสม

5.การเดินทางข้ามจังหวัดหรือพื้นที่สถานการณ์ตามข้อกำหนด ให้ดำเนินการเท่าที่จำเป็น ซึ่งต้องคำนึงถึงโอกาสเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่

6. การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้สถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานภายใน อว.ให้ข้อมูลที่ถูกต้องให้กับประชาชนในทุกกลุ่ม เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อสนับสนุนการบริหารสถานการณ์ของประเทศตามมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประชาชนได้รับการฉีดวัคนป้องกันโรคดังกล่าว โดยเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ตามนโยบาย

7. การดำเนินงานของโรงพยาบาลของสถาบันอุดมศึกษา และโรงพยาบาลสนามที่ อว. รับผิดชอบ ให้ความสำคัญในการประสานและเชื่อมโยงการทำงานกับกลไกในพื้นที่ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม ตลอดจนการจัดกิจกรรมจิตอาสาเข้าไปร่วมปฏิบัติงานตามภารกิจที่เหมาะสมให้ทุกหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการควบคุมหลักในการป้องกันการแพร่ระบาดของ

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามที่ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข และ อว. กำหนดอย่างเคร่งครัดกรณีมีเหตุการณ์ผิดปกติให้รายงานศูนย์ปฏิบัติการและบริหารสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของกระทรวง อว. (ศปก.อ.) ทราบโดยด่วน เพื่อร่วมกันควบคุมสถานการณ์ โดยขอให้รายงานข้อมูลในระบบกลุ่มไลน์ที่กำหนด หรือประสานแจ้งข้อมูลได้ที่ ศปก.อว. โทร 02 6105266 หรือ 026105280 โทรสาร 02 354 55246

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไวรัสโควิด-19