เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
SD 10 ปี SOS Thailand ดันกฎหมายหนุนบริจาคอาหาร-เตรียมขอคาร์บอนเครดิต
JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
Business JARTON ต่อยอด IMF-World Bank รุกตลาดความปลอดภัยอาเซียน
‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
Finance ‘บ้านคนละหลัง PLUS’ 5 หมื่นล้านปลุกหุ้นอสังหาฯ-ธอส.คาดปีหน้า ‘เต็มวงเงิน’
ชัยชนะของชาวกล้วย
คุยกับเอกราช ชัยชนะของชาวกล้วย
ดูทั้งหมด

กรุงไทย หั่นจีดีพีปีนี้เหลือ 0.5-1.3% รับโควิดรุนแรง-ลากยาวกว่าคาด

14 ก.ค. 2564 | 13:32น.
กรุงไทย

ธนาคารกรุงไทยปรับประมาณการจีดีพีปี’64 เหลือ 0.5-1.3% จากเดิมอยู่ที่ 0.8-1.6% รับสถานการณ์โควิด-19 รุนแรงและลากยาวกว่าคาดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ-เดินทางหยุดชะงัก กระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจเลื่อนไปในเดือน ต.ค. แนะมาตรการภาครัฐกระตุ้นใช้จ่ายประชาชนควรทำไตรมาส 4 เป็นจังหวะที่ดี ลั่นหนี้สาธารณะแตะกรอบเพดาน 60% ไม่น่ากังวล แต่ต้องสื่อสารให้นักลงทุนชัดเจน

วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ที่มีความรุนแรงและจำนวนผู้ติดเชื้อสูงกว่าประมาณการเดิม ส่งผลให้ธนาคารได้ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) จากที่ประเมินไว้ในเดือน พ.ค. ที่มองขยายตัว 0.8-1.6% มาอยู่ที่ 0.5-1.3%

เนื่องจากมองว่าผลกระทบน่าจะลากยาวและมีผลต่อเศรษฐกิจถึงเดือน ก.ย. และเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นในเดือน ต.ค. จากเดิมที่มองว่าจะฟื้นตัวในเดือน ส.ค. ขณะที่อัตราการขยายตัวในปี’65 ธนาคารยังคงประมาณการเติบโตอยู่ที่ 3.6%

ทั้งนี้ ปัจจัยผลกระทบต่อการปรับประมาณการจีดีพีปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการเดินทางที่ไม่สามารถทำได้เลย ซึ่งกระทบต่ออัตราการจองห้องพักที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะออกมาในช่วงหลังจากนี้ผ่านมาตรการคนละครึ่งที่คาดว่าจะเพิ่มวงเงินการใช้จาก 3,000 บาท เป็น 6,000 บาท ได้นำมาคำนวณในการปรับประมาณการครั้งนี้แล้ว

อย่างไรก็ดี ตอนนี้ธนาคารยังไม่สามารถประมาณการเม็ดเงินที่ภาครัฐจะใส่เพิ่มเติมได้ หากมีการใส่เม็ดเงินกระตุ้นมากขึ้นก็อาจทำให้จีดีพีขยับเพิ่มขึ้นได้อีกจากกกรอบประมาณการ ซึ่งธนาคารมองว่ามาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจจะยังไม่เพียงพอ เนื่องจากสถานการณ์มีความรุนแรงกว่าคาด ดังนั้น มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะที่ดี โดยมองว่าช่วงไตรมาส 4 น่าจะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจสามารถทำได้ และภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน เช่น คนละครึ่ง เราชนะ และเที่ยวด้วยกัน เป็นต้น จะช่วยให้กิจกรรมเดินได้ รวมถึงมาตรการเร่งด่วนที่ช่วยชดเชยในช่วงที่มีมาตรการกึ่งล็อกดาวน์

“โอกาสที่จีดีพีอยู่ในโซนติดลบได้ แต่ก็ขึ้นกับสถานการณ์ว่าจะรุนแรงแค่ไหน เนื่องจากรอบที่ประมาณการในเดือน พ.ค.ยังไม่รุนแรง แต่ผ่านมา 2 เดือนสถานการณ์ระบาดรุนแรงขึ้น จึงปรับมาอยู่ที่ 0.5-1.3% โดยแบ่งจีดีพีเป็น 2 ส่วน คือ จีดีพีที่ขึ้นอยู่กับในประเทศ ซึ่งติดลบแน่นอน แต่ภาพรวมที่จีดีพีภาพรวมยังเป็นบวกได้กว่า 1% มาจากการส่งออกที่เติบโตแข็งแกร่งจากคู่ค้าที่เศรษฐกิจฟื้นตัว โดยเรามองปีนี้การส่งออกน่าจะโตมากกว่า 10% จากตัวเลขของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้โต 17% และปีหน้าเราให้โต 7-8% และเราคาดหวังว่าจะมีจำนวนวัคซีนที่มากเพียงพอและกระจายได้ทั่วประเทศ เพื่อควบคุมการระบาดได้จะทำให้เศรษฐกิจเดินได้”

สำหรับประเด็นเรื่องฐานะทางการคลังมองว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีที่ใกล้ระดับ 60% ของจีดีพี ยังไม่ได้น่ากังวล เนื่องจากอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศใกล้เคียง โดยในมุมนักเศรษฐศาสตร์ในสหรัฐ และกลุ่มยุโรปได้ให้ความสำคัญกับหนี้สาธารณะน้อยลง สะท้อนจากสหรัฐ ที่มีการกู้เงินจำนวนมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือยุโรปที่มองว่าการรัดเข็มขัดในช่วงภาวะวิกฤตไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก

ดังนั้น ในแง่ของประเทศไทย สัดส่วนหนี้สาธารณะเป็นเพียงข้อกำหนดให้ความมั่นใจกับนักลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งในภาวะวิกฤตครั้งนี้มีความจำเป็นต้องใช้ภาครัฐในการพยุงเศรษฐกิจ จึงสามารถทำได้ โดยจะต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่าแผนการบริหารหนี้สาธารณะในอีก 3-5 ปีข้างหน้าจะกลับมาอยู่ในสัดส่วนเท่าไร เพื่อให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) ธนาคารกรุงไทย (KTB)