Skip to content

อสังหาฯมะกันคึกคัก! ต่างชาติแห่ปักหมุด “จีน” ครองแชมป์ผู้ซื้อรายใหญ่

15 พ.ย. 2560 | 20:41น.
อสังหาฯมะกันคึกคัก!  ต่างชาติแห่ปักหมุด “จีน” ครองแชมป์ผู้ซื้อรายใหญ่

หลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจีนแห่ขนเงินออกไปลงทุนนอกประเทศ ด้วยการเสาะหาแหล่งลงทุนโดยเฉพาะด้านอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ทั้งที่อังกฤษ ออสเตรเลีย รวมถึงตลาดใหม่อย่าง ดูไบ แต่ตลาดอสังหาฯที่เป็นดาวเด่นยังคงเป็น “สหรัฐอเมริกา” และปีก่อน จีนกลายเป็นผู้ซื้ออสังหาฯรายใหญ่ที่สุด แซงหน้าแคนาดาในปัจจุบัน

ผลการศึกษาเรื่อง “Asia Society Special Report” ของโรเซน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป บริษัทให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในเบิร์กลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนียระบุว่า จีนกลายเป็นผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในอเมริกา ในปี 2016 แซงหน้านักลงทุนชาวแคนาดาที่เป็นแชมป์มายาวนาน โดยนักลงทุนจีนเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศในสหรัฐเป็นอันดับหนึ่ง นอกเหนือจากการซื้อสินทรัพย์ในประเทศจีน ขณะที่อินเดีย ซึ่งมีประชากรมากพอ ๆ กับประเทศจีน ก็เริ่มหันมาเลือกสหรัฐเป็นเป้าหมายในการลงทุนเช่นเดียวกัน

ขณะที่ ฟอร์บส ระบุความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดอสังหาฯของเศรษฐีจีนในสหรัฐ ช่วง 5 ปี (ระหว่างปี 2010-2015) พบว่า การลงทุนในอสังหาฯประเภทที่พักอาศัย มีมูลค่าสูงถึง 93,000 ล้านดอลลาร์ และลงทุนในอสังหาฯประเภทอาคารสำนักงาน หรือโรงแรม อยู่ที่ 17,100 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจีนพยายามคุมเข้มเรื่องการนำเงินออกไปลงทุนนอกประเทศ แต่การลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศของจีนยังคึกคักต่อเนื่อง

ปัจจุบันการลงทุนอสังหาฯของนักลงทุนจีนในสหรัฐ มีมูลค่าสูงขึ้น 200,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 40% ของการลงทุนจากต่างชาติทั้งหมด

นอกจากนี้ เศรษฐีจีนยังกว้านซื้ออสังหาฯในออสเตรเลีย จนขึ้นเป็นอันดับสองด้วยสัดส่วน 38% ของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด รวมถึงเป็นผู้ซื้ออสังหาฯรายใหญ่ในลอนดอน ด้วยสัดส่วน 25%

นักวิเคราะห์ระบุว่า “ในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะเห็นการลงทุนของเศรษฐีจีนในตลาดต่างประเทศดุเดือดมากขึ้น และเชื่อว่าจีนจะเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดอสังหาฯให้คึกคักมากขึ้น โดยการลงทุนของจีนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้อสังหาฯของเมืองลุงแซมที่ตกต่ำมาตั้งแต่ปี 2006 กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง เป็นต้น”

นอกจากนี้ รายงานจากเว็บไซต์ Global Property Guide ระบุว่า จากเมื่อก่อนที่นักลงทุนจีนมุ่งลงทุนในนครนิวยอร์กและแคลิฟอร์เนียมากที่สุด จนส่งผลให้ราคาอสังหาฯในหลายพื้นที่ของสองมลรัฐปรับตัวสูงขึ้น เป็นสาเหตุทำให้เกิดกระแสการกระจายการลงทุนของนักลงทุนข้ามชาติ รวมทั้งชาวจีนในมลรัฐอื่น ๆ มากขึ้นในปัจจุบัน

ข้อมูลของสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส (S&P) บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำระบุว่า ทำเลหลัก ๆ ที่นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนมากที่สุดในปี 2016 ประมาณ 20 เมืองสำคัญในสหรัฐ ถูกปั่นราคาให้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2015 ตัวอย่างเช่น “ซีแอตเทิล” เมืองท่าชายฝั่งในรัฐวอชิงตัน ราคาอสังหาฯเพิ่มขึ้น 10.75% ตามด้วย “พอร์ตแลนด์” ทางทิศเหนือของรัฐออริกอน (10.01%), “เดนเวอร์” เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐโคโลราโด (8.89%), “แทมปา” เมืองที่ขึ้นชื่อระดับความสวยและสะอาด ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันตกของรัฐฟลอริดา (8.33%), “ดัลลัส” เมืองใหญ่ในรัฐเทกซัส (8.06%), “ไมอามี” เมืองสำคัญทางเศรษฐกิจของรัฐฟลอริดา (6.79%), “บอสตัน” เมืองหลวงของรัฐแมสซาชูเซตส์ (6.31%), “ดีทรอยต์” เมืองใหญ่ที่สุดในรัฐมิชิแกน (6.27%) และ “แอตแลนตา” เมืองหลวงและเมืองขนาดใหญ่ในรัฐจอร์เจีย (6.21%) เป็นต้น

โดย 13 เมืองใน 20 เมืองสำคัญที่ราคาอสังหาฯปรับตัวสูงขึ้นนั้น เป็นเมืองที่อยู่ในสปอตไลต์ของคนจีนที่มาตั้งถิ่นฐานอยู่ในอเมริกา หรือที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า “The China Smile” โดยส่วนใหญ่จะเป็นเมืองเศรษฐกิจในรัฐนั้น ๆ อย่าง “ไมอามี” ที่เป็นฮับทางการเงินของรัฐฟลอริดา ทั้งติดท็อปเทนของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดของอเมริกา นอกจากนี้ จีนยังให้ความสำคัญกับเรื่องระบบการขนส่งและเหมาะต่อการทำธุรกิจ เช่นซีแอตเทิล เมืองท่าหลักของรัฐวอชิงตัน ทั้งยังถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางด้านเทคโนโลยีอีกแห่งของโลกด้วย

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จาก S&P ยังระบุว่า จากความผันผวนในตลาดการเงินโลก ยิ่งทำให้การลงทุนอสังหาฯในสหรัฐมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะทั่วโลกยังยกย่องให้สหรัฐเป็นเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลก และยังมีความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้นทำให้ราคาบ้านมีมูลค่าสูงขึ้นตามในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติ หมายความว่าคนที่มีทรัพย์สินที่เป็นอสังหาฯอยู่ในสหรัฐ จะมีมูลค่าสูงขึ้นไปด้วย

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ S&P ยังมองว่า อสังหาฯเมืองลุงแซมจะยังคงเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งในใจของนักเก็งกำไรข้ามชาติในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยที่ผู้ซื้อรายใหญ่สุดในตลาดอสังหาฯอเมริกา ยังคงเป็นเศรษฐีจีน และมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นจีนเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในตลาดอสังหาฯทั่วโลก