เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

โยชิฮิเดะ ซูงะ : ย้อนรอยเหตุคะแนนนิยมลด ซาโยนาระเก้าอี้นายกฯญี่ปุ่น

03 ก.ย. 2564 | 22:01น.
ย้อนรอยซูงะคะแนนนิยมลด

นายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศไม่ลงสมัครตำแหน่งผู้นำพรรคแอลดีพี เปิดทางให้คนอื่นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น หลังคะแนนนิยมลดเป็นประวัติการณ์จากหลายเหตุการณ์ 

วันที่ 3 กันยายน 2564 เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เผยว่าเขาจะไม่ลงสมัครเลือกตั้งผู้นำพรรคที่จะกำลังจะจัดขึ้น โดยจะยอมยกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเปิดทางให้กับผู้สมัครคนอื่น ๆ หลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นท่ามกลางความวุ่นวายเป็นเวลาไม่ถึง 1 ปี

หลังจากนายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้าคือ นายชินโซ อาเบะ ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ นายซูงะ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งแทนเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เผชิญมรสุมคะแนนนิยมตกต่ำขณะพยายามควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศ

“การทำงานเพื่อรับมือโควิดและการทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเลือกตั้งต้องใช้พลังงานมหาศาล ผมจึงตัดสินใจที่จะไม่ทำงานทั้งสองอย่าง และจะเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง” นายซูงะกล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงโตเกียววันนี้ พร้อมระบุว่า “ภารกิจของผมในฐานะนายกรัฐมนตรีคือการปกป้องชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ผมจึงอยากให้ความสำคัญกับเรื่องนี้”

เขาเสริมด้วยว่า เขาจะจัดงานแถลงข่าวในสัปดาห์หน้า

การตัดสินใจของนายซูงะที่จะไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29 กันยายนนี้ เกิดขึ้นภายหลัง 11 เดือนแห่งความยากลำบากในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อันเป็นผลจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และความล่าช้าในการฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ เป็นที่คาดหวังว่าผู้ชนะการเลือกตั้งผู้นำพรรคแอลดีพีจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเสียงข้างมากจากพรรคในสภาล่าง โดยการเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่นจะมีขึ้นในช่วงปลายปีนี้

นายซูงะ อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นลูกชาวไร่ และอดีตคนงานในโรงงานผลิตกล่องกระดาษ ถือเป็นนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง

เขาได้รับเลือกเป็นผู้นำพรรคแอลดีพีเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ด้วยคะแนนเสียงประมาณ 70% การแต่งตั้งเขาเป็นนายกรัฐมนตรีถูกมองว่าเป็นความพยายามภายในพรรครัฐบาล ที่ต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ความมั่นคงและความต่อเนื่อง ระหว่างนายซูงะและนายอาเบะ

สุภาพบุรุษทั้งสองคนนี้ทำงานใกล้ชิดกันในช่วงเกือบ 8 ปีที่นายอาเบะดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ โดยมีนายซูงะทำหน้าที่เป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายอาเบะ

อย่างไรก็ตาม นายซูงะไม่สามารถโผล่พ้นออกมาจากเงาของนายอาเบะได้ เห็นได้ชัดจากการรับมือกับโรคระบาดใหญ่ ซึ่งทำให้เขาถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามยังโจมตีว่ารัฐบาลของเขาเชื่องช้าและไม่เด็ดขาด

“ที่สำคัญคือเขาไม่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคของตัวเอง ทำให้ท้ายที่สุดเขาต้องหลุดจากตำแหน่ง” นายโคอิชิ นากาโนะ อาจารย์สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยโซเฟียในกรุงโตเกียว แสดงความเห็น

“นายซูงะได้พยายามกดดันให้แอลดีพียอมจำนน ด้วยการส่งสัญญาณว่าเขาอาจจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด เพื่อยึดเก้าอี้ผู้นำพรรครัฐบาล” นายนากาโนะกล่าว

“จากนั้นเขาจะได้ปรับคณะรัฐมนตรีและแต่งตั้งบุคคลสำคัญในพรรครัฐบาลอีกครั้ง เพื่อแสดงความเป็นผู้นำ ซี่งจากทั้งสองกรณีนี้ทำให้เขาถูกมองว่าไม่สนใจใครและวางอำนาจบาตรใหญ่”

เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว นายซูงะปฏิเสธความจำเป็นที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากการระบาดของโควิด เพียงแต่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงโตเกียวและบางจังหวัดในเดือนถัดไป ขณะที่ก่อนหน้านั้นฝ่ายบริหารของเขาสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศด้วยแคมเปญ Go To ที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก

ทั้งนี้ แคมเปญดังกล่าวเป็นการมอบส่วนลดการเดินทางให้กับชาวญี่ปุ่น แต่สุดท้ายยกเลิกไปเมื่อเดือนธันวาคม หลังผู้เชี่ยวชาญวิจารณ์ว่าจะทำให้ไวรัสกระจายไปทั่วประเทศ

การตัดสินใจของนายซูงะในการผลักดันการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 แม้จะได้รับคำเตือนจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งรวมถึงที่ปรึกษาด้านไวรัสโคโรนาระดับต้น ๆ ของประเทศ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้คะแนนนิยมของเขาตกต่ำ โดยจากการสำรวจความเห็นของหลายสำนักพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการจัดมหกรรมกีฬาในช่วงของการระบาดใหญ่ ซึ่งเรื่องนี้ นายนากาโนะมองว่าเป็นผลพวงจากนายอาเบะ

“ความยากลำบากสำหรับนายซูงะคือเขาพยายามสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง และแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักการเมืองที่ไม่ขึ้นกับใคร แต่เขากลับถูกจำกัดด้วยนโยบายที่เป็นมรดกจากนายอาเบะ” นายนากาโนะกล่าว

แม้ โตเกียว โอลิมปิกส์ จะจบลงโดยไม่มีเหตุร้ายใด ๆ แต่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดที่กลับมาเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์ในช่วงฤดูร้อนนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมากล่าวว่าการจัดการแข่งขันกีฬาขณะที่โตเกียวอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ถือเป็นการส่งข้อความที่ขัดแย้งกันไปยังสาธารณะ

แม้โพลจากหลายสำนักจะชี้ให้เห็นว่ากระแสต่อต้านการแข่งขันกีฬาของประชาชนได้อ่อนลงแล้วเมื่อการแข่งขันเปิดฉากขึ้น แต่ก็ไม่ทำให้นายซูงะได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น

ต่อมาในเดือนสิงหาคม คะแนนนิยมของเขาลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 31.8% ขณะที่มากกว่า 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่า พวกเขาไม่ต้องการให้นายซูงะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป ตามการสำรวจของเกียวโดนิวส์

ขณะเดียวกันการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในหลายพื้นที่ ซึ่งรวมถึงโตเกียว ได้สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจต่าง ๆ ท่ามกลางความคับข้องใจที่เพิ่มขึ้นจากการขาดแนวทางที่ชัดเจนในการสกัดโรคระบาด นอกจากนี้ การรณรงค์ฉีดวัคซีนของญี่ปุ่นยังตามหลังประเทศพัฒนาอื่น ๆ ซึ่งดูเหมือนจะติดขัดตรงระบบราชการและระบบลอจิสติกส์