เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พิพัฒน์ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ 2.2 แสนล้าน ดัน ‘โมเดลใหม่’ แก้เกมไฮสปีดล้ม
Real Estate พิพัฒน์ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ 2.2 แสนล้าน ดัน ‘โมเดลใหม่’ แก้เกมไฮสปีดล้ม
YAMAHA YZF-R7 DNA จากสนามแข่ง ฟีเจอร์ล้นคัน
Automotive YAMAHA YZF-R7 DNA จากสนามแข่ง ฟีเจอร์ล้นคัน
คุมดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง กังวลไม่ต้องขอ EIA-หวั่นแย่งน้ำไฟ
Business คุมดาต้าเซ็นเตอร์กลางกรุง กังวลไม่ต้องขอ EIA-หวั่นแย่งน้ำไฟ
สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
Economic สถานประกอบการชู Safety First ถอดบทเรียนโรงเบียร์ลาดพร้าว
กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
Automotive กลุ่มยานยนต์ สะท้อนภาครัฐ มาตรการ EV ต้องไม่ใช้การจูงใจทางการเงิน แนะปกป้องรถผลิตในประเทศอย่างยั่งยืน
ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
News ทนายคดีซานติก้าผับ กางคู่มือเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แนะ 3 ขั้นตอน ฟ้องแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญา
เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
News เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับลดค่าโดยสารลงอีก 1 บาท เริ่ม 17 ก.ค. นี้เป็นต้นไป
ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
World ดัชนี CPI สหรัฐลดครั้งแรกรอบ 6 ปี ลดกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
Real Estate ดึงทุนไทย-เทศ ลงทุน 1.1 ล้านล้าน จุดพลุห้วยใหญ่ 14,619 ไร่ “เมืองใหม่ EEC“
ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
Politics ครม.ไฟเขียวร่างระเบียบเนรเทศ คุมเข้มต่างด้าวทำผิดกฎหมาย ขอให้ส่งกลับทันที
ดูทั้งหมด

Young Blood “ชูรัชฏ์ ชาครกุล” ภารกิจปั้น National Property Company 35 ขวบปี ลลิล พร็อพเพอร์ตี้

19 ต.ค. 2564 | 16:00น.
สัมภาษณ์พิเศษ
ปนัดดา ฤทธิมัต

เรื่องดี ๆ ในสถานการณ์โควิดเกิดขึ้นกับ “ลลิล พร็อพเพอร์ตี้” ในวาระครบรอบ 35 ปีแห่งการก่อตั้งบริษัท

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “เสี่ยตั้ม-ชูรัชฏ์ ชาครกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เจ้าของสถิติพัฒนาโครงการสะสม 300-400 โครงการ มูลค่าสะสม 7-8 หมื่นล้านบาท

ก้าวย่างสู่ทศวรรษที่ 4เขาจะต่อยอดความสำเร็จจากบิสซิเนสโมเดลเป็นหนึ่งในเจ้าตลาดแนวราบ โดยมีเข็มทิศการลงทุนยกระดับเป็น national property company

Q : บริษัทโตจากบิสซิเนสโมเดลอะไร

พอร์ตปัจจุบันมี 30-40 โครงการ มูลค่าที่เป็นสต๊อกบ้านพร้อมอยู่ 800-1,000 ล้านบาท บิสซิเนสโมเดลก่อนหน้านี้ เราเน้นที่อยู่อาศัย กระทั่งถึงวันนี้เราก็ยังเน้นที่อยู่อาศัยเป็นหลัก มีรายได้ residential ทั้ง 100% แต่เราก็มีการวางมิสชั่นไว้ว่า เราจะเป็น national property company

ดังนั้นมีคำที่เพิ่มเข้ามาคือ “national” แปลว่า เราจะ go beyond กรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดย 4-5 ปีที่ผ่านมา เรามีโครงการในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น ตอนนี้ยังเน้นจังหวัด EEC เป็นหลัก ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ในอนาคตต้องขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น พอเราเพิ่มคำว่า national เข้ามา เราก็คงจะไปลงทุนทั่วทั้งประเทศไทย

อีกคำคือ “property” ในอดีตเน้นเฮาซิ่งเพียงอย่างเดียว อนาคตข้างหน้าเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยังมีโอกาสให้บริษัทสามารถเข้าไปต่อยอดหรือขยายกิจการได้

เพราะฉะนั้น เมื่อนำ 2 คำนี้เข้ามาบวกอยู่ในมอตโตแล้ว เราก็จะทำให้แผนธุรกิจมีความ flexible มากขึ้น ในการต่อยอดการทำงานในอนาคต ไม่ได้ยึดติดกับ residential เพียงอย่างเดียว คงมีอย่างอื่นเพิ่มเข้ามาด้วย

ส่วนกระแสเงินสดไม่ต้องห่วงเลย เรามีวงเงินกับธนาคาร 2,600 ล้านบาท ยังไม่ได้เบิก มีวงเงินหุ้นกู้ 5,000 ล้านบาท ตอนนี้ใช้ไป 3,000 ล้านบาท เหลืออยู่ 2,000 ล้านบาท เพราะฉะนั้น ผมมีอีก 4,600 ล้านบาทที่ยังไม่ได้เบิก

Q : สนใจลงทุนคอนโดมิเนียม ?

คิดว่าในอนาคตคงต้องกลับมาทำ เพียงแต่ต้องดูไทมิ่งด้วย สถานการณ์โควิดคิดว่าตลาดต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการ absorb ซัพพลายที่ยังมีอยู่ เรามอนิเตอร์สถานการณ์ตลาดอาคารชุดอยู่ไม่ได้ทิ้งตลาดนี้

เพียงแต่ดูอยู่ห่าง ๆ ถ้าเห็นโอกาส เราก็พร้อมที่จะพัฒนาอนาคตโควิดมาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก จากตลาดที่ทรง ๆ ไปเรื่อย ๆ กลายเป็นวูบไปเลย

โควิดรอบนี้กระทบประเทศไทยนาน วิกฤตเศรษฐกิจอื่นกระทบไม่นานและเป็นภายนอก โควิดทำให้ซึมทั้งโลก เป็น pandemic ตลาดใน-ต่างประเทศซึมไปหมดเศรษฐกิจดาวน์ทั้งโลก

ฉะนั้นจะอาศัยการฟื้นตัวที่ช้าและยากกว่า ผมมองโจทย์ธุรกิจปี 2565 จะยากกว่าที่ผ่านมา หลายคนชอบพูดว่าฟื้นแบบ K shape ก็คือเซ็กเตอร์ที่ผ่านก็ผ่านเลย เซ็กเตอร์ที่ไม่ผ่านปักหัวลงก็ยังมีอีกเยอะ เพราะฉะนั้น เราจะทำบิสซิเนสโมเดลขยายไปทางไหน ต้องคิดรอบคอบ

Q : ผลตอบรับตลาด EEC

ก่อนหน้านี้ผลตอบรับค่อนข้างดี แต่มีโควิดตลาดเริ่มซึมเล็กน้อย เราดูตัวเลขของ BOI (ส่งเสริมการลงทุน) ด้วย จะเห็นว่าเม็ดเงินลงทุนต่างประเทศที่เข้ามาตั้งโรงงานใหม่ใน EEC ลดลงช่วง 2-3 ปีหลัง ตลาดก็จะไม่โต

ก่อนหน้านี้ พื้นที่ EEC เฉลี่ยมีเม็ดเงินลงทุนใหม่ปีละ 5 แสนล้านบาท หลัง ๆ ลดเหลือแค่1-2 แสนล้านบาท หายไปเกินครึ่ง หลายธุรกิจย้ายโรงงานไปเวียดนาม อินโดนีเซีย จุดนี้แหละทำให้ตลาด EEC อ่อนตัวลงไปพอสมควร เพราะแหล่งงานเกิดใหม่ไม่ได้เยอะเหมือนในอดีต

ซึ่งนอกจาก EEC แล้ว ลลิลฯมอนิเตอร์พื้นที่ไว้เยอะเลย ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดท่องเที่ยว จังหวัดหัวเมืองค้าขายชายแดนต่าง ๆ เส้นทางยุทธศาสตร์ ถนนใหม่ ๆ East-West Corridor หรือ North-South Corridor เราก็ดูหลายจังหวัดที่เป็นทำเลศักยภาพ ต้องบอกว่าโควิดทำให้ลูกค้าต่างจังหวัดกระทบเยอะกว่ากรุงเทพฯ โรงงานเคยทำงาน 3 กะ ลดเหลือ 2 กะ หรือลดโอทีบ้าง มีหลายแผล

Q : วิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมากับยุคโควิด

อยู่ที่มุมมอง วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เป็นเรื่องค่าเงินบาท จะหนักกับบริษัทที่กู้นอก ชนชั้นกลางหรือคนทำงานทั่วไปไม่ได้เอฟเฟ็กต์ ทุกคนยังมีงานทำ การค้าขายยังปกติ เพียงแต่มีบางบริษัทประสบปัญหาการเงินทำให้ต้องปิดกิจการ หนี้ท่วม ขณะที่รอบนี้กลายเป็นกลาง ๆ ลูกค้าเอฟเฟ็กต์หนักกว่าทุกรอบ

ถ้าเราดูไทม์ไลน์ย้อนหลังวิกฤตเศรษฐกิจจะมีไซเคิลทุก ๆ 10-12 ปี เริ่มตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ต่อมาวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐปี 2551 ไทยเอฟเฟ็กต์ไม่เยอะ ตามหลักจริง ๆ ต้องเป็นปี 2561-2562 จะเข้าไซเคิล

แต่เนื่องจากโลกของเรามีคำว่า quantitative easing หรือ QE วิธีการของสหรัฐทำ QE ด้วยการพรินต์เงินดอลลาร์เข้าระบบตั้งแต่ปี 2556 ก็เลยทำให้ อ๋อ…พรินต์เงินได้ ถ้าอย่างนั้นใช้เงินแก้ปัญหา ทำให้เศรษฐกิจที่ดูเหมือนดาวน์ลงตั้งแต่ปี 2561-2562 ก็ยาวมาจนถึงวันนี้

ปรากฏว่าปัจจัยที่กระทบเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องการเงิน กลายเป็นโรคระบาดที่เราไม่คาดคิด ถ้าประเมินจากไซเคิลวิกฤตมีมาตลอดทุก 10-12 ปี ถ้าเราอยู่ในโลกธุรกิจจะรู้ว่าต้องวางแผนเตรียมรับมือกับเรื่องพวกนี้

การปรับกลยุทธ์รองรับ เราต้องมองให้ออกก่อน ระดับมหภาคจะมีวิกฤตจากสาเหตุใดที่จะมา impact ได้บ้าง เราก็ต้องทำธุรกิจไปเผื่อสิ่งที่คาดไม่ถึง ต้องทำงานแบบเผื่อ uncertainty เป็นที่มาว่าทำไมเราคุม DE (สัดส่วนหนี้ต่อทุน)

ไม่เคยเกินค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมมาโดยตลอด ปัจจุบันอยู่ที่ 0.64 เท่า เพราะอสังหาฯเป็นธุรกิจที่ใช้เงินค่อนข้างเยอะ เรื่องการเงินก็ต้องมีความระมัดระวังในการขยายธุรกิจ

ที่ผ่านมาเราคุม DE ได้ค่อนข้างดี เวลาเกิดวิกฤตขึ้นมายังมีทางถอยในแง่ของการเงิน โควิดก็ต้องกลับมาดูตัวเราแผนการเงิน แผนการใช้จ่ายการขยายธุรกิจ ต้องกลับมาดูว่าในองค์กรเรา leanใช้จ่ายต้องใช้แบบหวังผลและมีประสิทธิภาพกลับมา ตั้งแต่มีโควิด ลลิลฯไม่ได้มีนโยบายลดคน เพราะเราก็พยายามใช้คนอย่างเต็มประสิทธิภาพในทุก ๆ ผลงาน เราก็ดีไซน์องค์กรให้มีค่อนข้างลีนมาโดยตลอดอยู่แล้ว

Q : แผนอนาคตวางทิศทางการเติบโตยังไง

ตอนนี้เราก็อยู่ top 10 ในตลาดทาวน์โฮม 2-3 ล้าน นั่นคือเราเลือกตลาดที่จะเข้า positioning ผมคิดว่าอยู่ ะop 4 ตลาดบ้าน ในความหมายของผมคือ บ้านระดับกลาง ราคา 3-6 ล้านบาทเราก็ต้องขยับขึ้น เซ็กเมนต์ 6-10 ล้านบาท

อาจไม่ได้ทำมาสักพักหนึ่ง ก็ต้องดูว่าตลาดมีดีมานด์เท่าไหร่ เราจะเข้าไปแชร์มาร์เก็ตได้แค่ไหน

ในแง่แต่ละเซ็กเมนต์ที่เราลงไปแข่งขัน อย่างน้อยเราต้องอยู่ใน top 10 ตลาดทาวน์โฮมเราอยู่ top 4 บ้านเดี่ยวอยู่ top 10 แล้ว เราต้องพัฒนาให้เติบโตยิ่งขึ้นในเซ็กเมนต์ 3-6 ล้านบาท

กับเซ็กเมนต์ 6-10 ล้านบาท ต้องดูความพร้อมแล้วขยายไปให้ตอบโจทย์ในแต่ละเซ็กเมนต์นั้น ผมไม่ได้มองตัวเลขรับรู้รายได้เพียงอย่างเดียว แต่บริษัทเลือกแล้วว่าเซ็กเมนต์นี้เราจะเข้าไปแข่งขัน เราต้องสู้ได้

Q : การบริหารจัดการสินเชื่อลูกค้า

ยุคโควิดกำลังซื้อไม่ได้กระทบแค่ first jobber แต่หนี้ครัวเรือน 90% เป็นตัวเลขที่เรากังวลพอสมควรเพราะกระทบกับกำลังซื้อลูกค้ามาก อัตราการปฏิเสธสินเชื่อของแบงก์เมื่อก่อน 18-20%

ตอนนี้ขึ้นมา 30% แล้ว โควิดเอฟเฟ็กต์หลายธุรกิจคงไม่ใช่บ้านราคา 2-3 ล้านบาท ตอนนี้ทุกคนไม่อยากเป็นหนี้ในการซื้อบ้าน ขอดูความมั่นคง ความแน่นอนสักระยะหนึ่ง

พอรัฐบาลเริ่มคลายล็อกดาวน์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มดูดีขึ้น ถือเป็น good sign ให้ลูกค้ากลับมาใช้ชีวิตตามปกติ หรือซื้ออสังหาฯตามปกติเพิ่มขึ้น

สำหรับการขอสินเชื่อ สเต็ปแรก เรามีการเทรนนิ่งเจ้าหน้าที่ขายสามารถเตรียม financial consultant ได้ เป็น one stop service ให้ลูกค้า เซลส์สามารถให้คำแนะนำและสกรีนให้ได้

เพราะบางทีลูกค้าไม่เคยทำสินเชื่อหรือยื่นกู้มาก่อน นอกจากนี้ มีการดีลกับแบงก์พันธมิตร บางธนาคารร่วมมือกันทำอัตราดอกเบี้ยพิเศษ บางธนาคารเป็นแพ็กเกจพิเศษ เช่น ดอกเบี้ยต่ำ 6-12 เดือน

Q : มีข้อกังวลกับโควิดระลอก 5 หรือไม่

เหรียญ 2 ด้าน มีทั้งฝั่งเศรษฐกิจความเป็นอยู่ประชาชนกับฝั่งสาธารณสุข แล้วแต่ว่าเรามองฝั่งไหน รัฐบาลต้อง balancing ถ้ามองฝั่งสาธารณสุขเพียงอย่างเดียว คนในประเทศก็อดตายหมดเหมือนกันรัฐจะเอาเงินที่ไหนมากู้เลี้ยงคน 60 ล้านคนได้ตลอด

เป็นไปไม่ได้ มองฝั่งธุรกิจอย่างเดียวถ้าเกิดมีเวฟ 5 เวฟ 6 ก็เอาไม่อยู่ เพราะฉะนั้นก็ต้อง balancing ค่อย ๆ คลายล็อกดาวน์ และหามาตรการควบคุม รณรงค์ให้คนไทยต้องรับผิดชอบตัวเอง

คีย์หลักก็คือเราต้องรับผิดชอบตัวเอง เพราะไม่ใช่แค่การรับผิดชอบต่อตัวเอง แต่เป็นการรับผิดชอบต่อคนรอบข้างและสังคม

Q : ภาพจำของผู้บริโภคเวลานึกถึงลลิลฯ

ถ้าเป็น 10 ปีก่อน ผู้บริโภคคงคิดว่าเราเป็นบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ เน้นลูกค้ากลุ่ม 35 ปีขึ้นไปเป็นหลัก แบรนด์รุ่นที่แล้วก็ยังมี “บ้านลลิล”, “ลลิล กรีนวิลล์” เป็นหลัก ตลาดทาวน์โฮมไม่ได้ทำเยอะ

ก่อนผมเข้ามา บริษัทแทบจะไม่มีทาวน์โฮมเลย ยังไม่มีแบรนด์ Lio ในทุกวันนี้ ทาวน์โฮม Lio เพิ่งมาทำตอนที่ผมเข้ามาบริหาร 1-2 ปีก็ขยายแบรนด์ จากเมื่อก่อนเน้นบ้านแฝดกับบ้านเดี่ยวเป็นหลัก

เพราะฉะนั้น ผู้บริโภคเวลานึกถึงบ้านก็เริ่มจะเป็นคนวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้น เริ่มมีลูกค้าอายุ 20-30 ปีต้น ๆ มาเติมเต็ม มามองสินค้าลลิลฯเพิ่มขึ้น ขยับอายุจากเดิมวัย 30-40 ปี พอเรามีแบรนด์ Lio กับ Lanceo เพิ่มขึ้น

ลูกค้าก็เด็กขึ้น กลุ่ม first jobber เริ่มมองหาที่อยู่อาศัย perception เมื่อลูกค้ามองหาบ้านหรือทาวน์โฮม ลลิลฯอยู่ใน 5 อันดับแรกที่ลูกค้าจะนึกถึง ในแง่สินค้าเราปรับ positioning ปรับหน้าตา ปรับดีไซน์ทุกอย่างให้ตอบรับกับความต้องการของลูกค้าตลอดเวลา

กลยุทธ์การแข่งขัน เราเน้นคุณภาพ เน้นบริการหลังการขาย เราไม่ได้ขายแค่สินค้าอย่างเดียว เราขายชีวิตความเป็นอยู่ให้ลูกค้า เราขาย quality of living เพราะฉะนั้น ต้องมีบริการหลังการขายที่ดีให้ลูกค้าด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สัมภาษณ์พิเศษ