เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์เช็กบิลนอมินีธุรกิจทัวร์ 33 ราย เพิกถอนใบอนุญาตแล้ว 4 ราย ลุยใช้ AI ไล่จับเครือข่าย
Economic พาณิชย์เช็กบิลนอมินีธุรกิจทัวร์ 33 ราย เพิกถอนใบอนุญาตแล้ว 4 ราย ลุยใช้ AI ไล่จับเครือข่าย
อินทรีหลับ
คุยกับเอกราช อินทรีหลับ
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ค. 69) คงที่ รูปพรรณขายออก 66,350 บาท
Toyota Land Cruiser FJ ยอดขายทะลุเป้า
Automotive Toyota Land Cruiser FJ ยอดขายทะลุเป้า
เนวิน-ผู้นำ อนุทิน-แม่ทัพ รัฐมนตรี ‘สุขสมรวย’ ทหารกล้าภูมิใจไทย
Politics เนวิน-ผู้นำ อนุทิน-แม่ทัพ รัฐมนตรี ‘สุขสมรวย’ ทหารกล้าภูมิใจไทย
เครื่องสำอาง 2 แสนล้านเดือด แบรนด์จีนบุกตลาดออนไลน์ปะทะ T-Beauty
Business เครื่องสำอาง 2 แสนล้านเดือด แบรนด์จีนบุกตลาดออนไลน์ปะทะ T-Beauty
อสังหาอีอีซีสต๊อกล้นขายวน 3 รอบ รถไฟความเร็วสูงสะดุดแช่แข็งราคาที่ดิน
Real Estate อสังหาอีอีซีสต๊อกล้นขายวน 3 รอบ รถไฟความเร็วสูงสะดุดแช่แข็งราคาที่ดิน
รบ.ลุยฟื้นบินตรง ‘หัวหิน–กัวลาลัมเปอร์’ ยกระดับเมืองท่องเที่ยว สร้างโอกาสเศรษฐกิจ
Politics รบ.ลุยฟื้นบินตรง ‘หัวหิน–กัวลาลัมเปอร์’ ยกระดับเมืองท่องเที่ยว สร้างโอกาสเศรษฐกิจ
เมโทรกรุ๊ปปั้น‘HONGQI’เต็มสูบ ส่งอีวี2รุ่นใหม่ลุยตลาดลั่นขายแตะพันคัน
Automotive เมโทรกรุ๊ปปั้น‘HONGQI’เต็มสูบ ส่งอีวี2รุ่นใหม่ลุยตลาดลั่นขายแตะพันคัน
เช็ก 3 สิทธิประกันสังคม ฝากครรภ์-คลอดบุตร-เลี้ยงลูก
HR เช็ก 3 สิทธิประกันสังคม ฝากครรภ์-คลอดบุตร-เลี้ยงลูก
ดูทั้งหมด

เอเวอร์แกรนด์ : เปิดสาเหตุผิดนัดชำระหนี้ครั้งที่ 3 ดับฝันเจ้าหนี้-นักลงทุน

15 ต.ค. 2564 | 23:37น.
สาเหตุที่เอเวอร์แกรนด์ผิดนัดชำระหนี้ครั้งที่ 3

สาเหตุที่เอเวอร์แกรนด์ผิดนัดชำระหนี้ครั้งที่ 3

สถานการณ์ทางการเงินของเอเวอร์แกรนด์ส่อเลวร้ายลงอีก เมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้ครั้งที่ 3 แหล่งข่าวให้ข้อมูลตรงกันว่า สาเหตุเกิดจากผู้ซื้อรายหนึ่งถอนตัวจากการซื้อสินทรัพย์ในฮ่องกง

วันที่ 15 ตุลาคม 2564 รอยเตอร์ส รายงานว่า ความล้มเหลวในการเจรจาขายอาคารสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง เป็นอีกหนึ่งความพ่ายแพ้ของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ ที่พยายามขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ที่มีมูลค่าสูงกว่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 9 ล้านล้านบาท) และความล้มเหลวครั้งนี้ทำให้ยักษ์อสังหาฯของจีน ต้องผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งที่ 3

เย่วซิว บริษัทที่ตั้งอยู่ในเมืองกวางโจว ทางตอนใต้ของจีน เกือบจะบรรลุข้อตกลงการซื้ออาคารไชน่า เอเวอร์แกรนด์ เซ็นเตอร์ ความสูง 26 ชั้น ในเขตหว่านไจ๋ของฮ่องกง เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ อาคารดังกล่าวเป็นสำนักงานใหญ่ของเอเวอร์แกรนด์ในฮ่องกง

ข้อตกลงดังกล่าวมีอันต้องสะดุด หลังบอร์ดของเย่วซิวออกมาคัดค้าน โดยยกเหตุผลเรื่องปัญหาหนี้ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขของเอเวอร์แกรนด์ ซึ่งอาจสร้างความยุ่งยากหลายประการ จนเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกรรมต่าง ๆ

ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ เอเวอร์แกรนด์ ผู้พัฒนาอสังหาฯที่มียอดขายสูงสุดในจีนพยายามรวบรวมเงินด้วยการโละขายสินทรัพย์ต่าง ๆ ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ไปจนถึงหุ้นในบริษัท ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม ทั้งเอเวอร์แกรนด์ และเย่วซิว ยังไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อประเด็นนี้ ขณะที่แหล่งข่าวปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวตน

เอเวอร์แกรนด์ได้ซื้ออาคารริมท่าเรือแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านการค้าของฮ่องกง ครอบคลุมพื้นที่ 3.45 ตารางฟุต จากบริษัทในเครือไชนิส เอสเตท โฮลดิ้ง ในราคา 1,610 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 53,661 ล้านบาท) เมื่อปี 2558

การซื้ออาคารดังกล่าวของเอเวอร์แกรนด์ ถือเป็นการสร้างสถิติการซื้ออาคารพาณิชย์ในฮ่องกงด้วยราคาต่อตารางฟุตที่สูงที่สุดในเวลานั้น อีกทั้งยังทำให้เอเวอร์แกรนด์กลายเป็นผู้ครองอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง

แหล่งข่าวรายหนึ่งเผยว่า เอเวอร์แกรนด์ได้ลงเงินทำธุรกรรมกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มูลค่ากว่า 10,000 ล้านเหรียญฮ่องกง (ประมาณ 42,000 ล้านบาท) นั่นหมายความว่าเอเวอร์แกรนด์จะมีเงินสดใช้หนี้จำนวนจำกัด โดยเป็นเงินจากการขายอาคารแห่งนี้เท่านั้น

อนาคตของเอเวอร์แกรนด์

แหล่งข่าวเผยอีกว่า บอร์ดของเย่วซิว ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area: GBA) ของจีน และมีสำนักงานอยู่ในฮ่องกง เริ่มกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของข้อตกลงนี้ ในช่วงเวลาที่อนาคตของเอเวอร์แกรนด์ยังคลุมเครือ

แหล่งข่าวรายเดียวกันนี้ให้ข้อมูลด้วยว่า ในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม เย่วซิว ยังได้รับคำแนะนำจากทางการในเมืองกวางโจว ให้ระงับการซื้ออาคารสำนักงานดังกล่าว

ขณะที่แหล่งข่าววงในอีกราย เผยว่า ข้อตกลงนี้ถูกระงับในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เนื่องจากรัฐบาลเมืองกวางโจวต้องการตรวจสอบสถานการณ์ทางการเงินของเอเวอร์แกรนด์ก่อน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลกวางโจวไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในเรื่องนี้

แหล่งข่าวทั้งสองรายให้ข้อมูลตรงกันว่า ปัจจุบันเอเวอร์แกรนด์อยู่ระหว่างการเจรจาขั้นสุดท้ายเพื่อขายหุ้น 51% ของบริษัทจัดการทรัพย์สิน เอเวอร์แกรนด์ พร็อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส ให้กับ ฮอปสัน ดีเวลลอปเมนท์ ในข้อตกลงที่จะทำให้ได้เงินประมาณ 20,000 ล้านเหรียญฮ่องกง (ประมาณ 85,868 ล้านบาท)

หนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังสรุปรายละเอียด รวมถึงการจัดหาเงินทุนสำหรับผู้ซื้อ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงรายละเอียดของข้อตกลง ทางฮอปสันเผยว่า ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการก่อน จึงจะสามารถแสดงความเห็นได้

หากเอเวอร์แกรนด์ขายหุ้นให้ฮอปสันสำเร็จ ข้อตกลงนี้จะกลายเป็นข้อตกลงการขายสินทรัพย์ครั้งใหญ่สุดของเอเวอร์แกรนด์

แต่ยักษ์อสังหาฯรายนี้ก็ยังเหลือธุรกิจอีกหลายอย่าง ซึ่งรวมถึงบริษัทน้ำบรรจุขวด และบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า

นอกจากนี้ เอเวอร์แกรนด์ยังอยู่ระหว่างดำเนินการขายสนามฟุตบอลกวางโจวเอฟซี และโครงการที่อยู่อาศัยหลายแห่งให้กับ บริษัท กวางโจว ซิตี้ คอนสตรัคชั่น อินเวสต์เมนต์ กรุ๊ป ตามรายงานของรอยเตอร์สเมื่อเดือนที่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีน เอเวอร์แกรนด์