เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
Biz Movement เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
ดูทั้งหมด

“เอสเอ็มอี’”ญี่ปุ่นโคม่า หนี้ท่วมสูงสุดในรอบ 10 ปี

30 ต.ค. 2564 | 09:52น.

การแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังส่งผลให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของญี่ปุ่นต้องเผชิญภาวะหนี้ที่พุ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี จากการกู้เงินเพื่อพยุงธุรกิจจำนวนมหาศาล ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลญี่ปุ่นต้องแบกรับ

นิกเคอิ เอเชีย รายงานผลวิจัยล่าสุดของสถาบันวิจัยนโยบาย กระทรวงการคลังญี่ปุ่น พบว่า อัตราส่วนภาระการชำระหนี้ (burden of repayment ratio) ของบริษัทเอสเอ็มอีญี่ปุ่น พุ่งขึ้นสูงมากจากสถานการณ์โควิด-19

โดยบริษัทเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่มีเงินทุน 100 ล้านเยนขึ้นไปพบว่า ในปีงบประมาณ 2021 มีภาระหนี้สินสูงกว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ถึง 4.9 เท่า ซึ่งสูงเกือบเท่ากับอัตราส่วน 5.2 เท่า ในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008

ขณะที่บริษัทเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่มีเงินทุนไม่ถึง 100 ล้านเยน โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็ก มีภาระหนี้สูงกว่ากำไรเกือบ 14 เท่า ซึ่งเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะล้มละลาย หรือปิดกิจการเป็นอย่างมาก

สาเหตุมาจากธุรกิจเอสเอ็มอีที่ยังคงต้องแบกรับค่าใช้จ่ายตามปกติ ขณะที่รายได้ลดลง ส่งผลให้หลายธุรกิจต้องกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องเพื่อรักษากิจการ

แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา แต่เอสเอ็มอียังเผชิญภาวะยากลำบากที่ต้องพยายามหารายได้เพื่อชำระหนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนว่าจะมีการแพร่ระบาดระลอกใหม่หรือไม่

ตามข้อมูลสำมะโนเศรษฐกิจของสำนักงานสถิติญี่ปุ่น ปี 2016 พบว่า เอสเอ็มอีและกิจการเจ้าของคนเดียวคิดเป็น 99.7% ของวิสาหกิจทั้งหมดของญี่ปุ่น โดยมีการจ้างงานสูงถึง 68.8% ของแรงงานทั้งประเทศ ซึ่งหากเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบอย่างหนักอาจส่งผลให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา โดยเฉพาะการว่างงาน

ขณะที่ผลสำรวจของบริษัทวิจัยการตลาด “โตเกียว โชโกะ รีเสิร์ช” ชี้ว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2021 มีธุรกิจเอสเอ็มอีญี่ปุ่นล้มละลาย 2,937 บริษัท ลดลง 24% จากปีก่อนหน้า และต่างจากช่วงวิกฤตการเงินที่มีบริษัทล้มละลายกว่า 15,000 บริษัท เป็นผลมาจากมาตรการเยียวยาของรัฐบาลญี่ปุ่น ที่ปล่อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยและไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมกว่า 40 ล้านล้านเยน ผ่านสถาบันการเงินของรัฐและเอกชน

Advertisement

โดยรัฐบาลญี่ปุ่นประกันความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงินเหล่านั้น ผ่าน “เจแปน ไฟแนนซ์ คอร์ปอเรชั่น” (เจเอฟซี) ซึ่งเป็นหน่วยงานให้บริการทางการเงินสาธารณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนงบประมาณ แต่สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ในปีงบประมาณ 2021 เจเอฟซีขาดทุนสุทธิ 1.037 ล้านเยน เนื่องจากเอสเอ็มอีที่กู้เงินบางรายไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ และเข้าสู่ภาวะล้มละลาย

ดังนั้น หากเอสเอ็มอีจำนวนมากไม่สามารถฟื้นตัวและชำระหนี้ได้ เจเอฟซีก็จะยังคงตกอยู่ในสภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาระดังกล่าวจะตกมาอยู่ที่ประชาชนผู้เสียภาษี เนื่องจากรัฐบาลต้องใช้งบประมาณไปอุ้มเจเอฟซีมากขึ้น

“โยชิฮิโระ ซากาตะ” นักวิเคราะห์ของโตเกียว โชโกะ ระบุว่า มีบริษัทเอสเอ็มอีจำนวนมากที่จะครบกำหนดชำระคืนเงินต้นในช่วงปลายปี 2022 แต่หากเกิดการระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง และกระทบต่อกิจกรรมขององค์กร หลายบริษัทอาจไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรใช้มาตรการที่เอสเอ็มอีจะสามารถเพิ่มรายได้ได้ด้วยตนเอง มากกว่าการสนับสนุนเงินกู้เพิ่มเติม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs)