เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
Politics ครม.อนุมัติลดภาษีสรรพสามิต E20 และ B20 นาน 3 เดือน
เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
Automotive เอเอเอสกรุ๊ปรุกธุรกิจรีเทลรถ ดึง Voyah เข้าพอร์ตเล็งขึ้นโรงงานในไทย
ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (27 ต.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Finance 5 ศูนย์วิจัยแบงก์ คาด กนง. คงดอกเบี้ย 1.00% เพื่อประคองเศรษฐกิจ
Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
Biz Movement Better Living Project ‘ชนาพรรณ ไทยซัมมิท’ ถ่ายทอดมุมคิดผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลง
‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
Politics ‘วรศิษฎ์’ ยันงบเยียวยาน้ำท่วม 4 พันล้าน กทม.ช่วย 300 ล้าน ย้ำไม่ใช่หารคนละครึ่ง
ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
Real Estate ข่าวดีทางออก ‘แอชตัน อโศก’ กฤษฎีกาเปิดทางออก ปูทาง รฟม. ไฟเขียวใช้ทางเข้า-ออก
จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
Politics จ่อเริ่ม ‘บ้านมั่นคงชายแดน’ พ.ย.นี้ 4 พันหลัง เริ่มอีสาน ก่อนลุยต่อภาคใต้
รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
Politics รมช.เกษตร โต้ปมของบประชาสัมพันธ์พืชสวนโลก เพิ่ม 200 ล้าน ยันคุ้มค่า
เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
Politics เพื่อไทย เล็งส่ง ‘สรวงศ์’ ทวงคืนเก้าอี้ สส.สระแก้ว มั่นใจได้พื้นที่คืน
ดูทั้งหมด

Never Normal เมื่อโลกไม่ปกติอีกต่อไป

04 พ.ย. 2564 | 15:49น.
คอลัมน์ สามัญสำนึก
สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

แม้ว่าการ “เปิดประเทศ” จะเป็นแรงหนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ต้องยอมรับว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม และไม่ใช่ new normal แต่มันคือ never normal เพราะโลกในยุคข้างหน้าจะไม่เป็นปกติอีกต่อไป

ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้น ความต้องการของมนุษย์ที่เปลี่ยนไป

และที่สำคัญวิกฤตครั้งนี้ยิ่งสร้างความเหลื่อมล้ำ และความเปราะบางให้กับสังคมไทยมากขึ้น

ต้องยอมรับว่ามีหลายธุรกิจ และหลายคนมีความมั่งคั่งมากขึ้นจากวิกฤต เพราะมีศักยภาพและมีโอกาสที่เข้ามาจากวิกฤตในหลากหลายแง่มุม

แต่ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจจำนวนมากโดยเฉพาะเอสเอ็มอี และคนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์หรือธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรียกว่า “กลุ่มเปราะบาง” เพราะไม่ว่าเกิดวิกฤตอะไรกลุ่มนี้ก็จะได้รับผลกระทบไปหมด

รัฐบาลจะวางยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างไรในยุค never normal

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้ทำรายงานวิจัยเรื่อง “โครงสร้างเศรษฐกิจสังคมไทย : ความเปราะบางท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง” สำรวจความเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เป็น 5 เมกะเทรนด์ในบริบทโลกใหม่ และมาซ้ำเติมความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

เรื่องแรกคือ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะกรณี “สหรัฐกับจีน” ที่มีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยพึ่งพาต่างประเทศสัดส่วนสูง ในหลายด้านทั้ง การส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนโดยตรงต่างชาติ (เอฟดีไอ)

ดังนั้นหากความขัดแย้งของ 2 มหาอำนาจเพิ่มขึ้น แล้วประเทศไทยถูกบังคับให้เลือกข้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ว่าเลือกข้างใดภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็ต้องได้รับผลกระทบ

2.พัฒนาการเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดที่จะสร้างโอกาสใหม่ แต่ก็เป็นความท้าทายของธุรกิจไทยหากไม่เร่งพัฒนาตัวเองก็อาจตกรถไฟ รวมถึงความเปราะบางของโครงสร้างส่งออกไทย โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ที่เป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตไม่ได้เป็นเจ้าของเทคโนโลยี รวมทั้งยังขาดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

3.ภาวะโลกร้อน ภัยเงียบที่นอกจากจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรแล้ว ยังพบความเปราะบางของภาคอุตสาหกรรมไทยที่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

4.การเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์” และในอนาคตจะก้าวสู่ “สังคมสูงวัยสุดขีด” (hyper-aged society) คือมีคนสูงวัยมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจะกลายเป็นความเปราะบางของโครงสร้างแรงงานไทยมากยิ่งขึ้น

5.วิกฤตโควิด-19 สร้าง “แผลเป็น” ต่อเศรษฐกิจไทย ที่การเปิดประเทศไม่อาจสามารถแก้ไขปัญหาได้ ประเด็นสำคัญคือความเปราะบางทางการเงินของธุรกิจและครัวเรือนไทย โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนที่รุนแรงขึ้น

รายงานของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วยฯ ระบุว่า ข้อมูลบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ พบว่า ครัวเรือนไทยเริ่มผิดนัดชำระหนี้และเป็นหนี้เสียเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังสิ้นสุดมาตรการพักหนี้เมื่อปลายปี 2020 เป็นต้นมา

โดยคนไทยมีปัญหาการชำระหนี้สูงขึ้นมาก และทำให้ผู้กู้ที่เป็นหนี้เสียในไตรมาส 2/2021 ขยับเพิ่มเป็น 18.9% ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 6 ปี

หมายความว่าผู้ที่กู้เงิน 100 คน จะพบว่าเป็นหนี้เสียจำนวนราว 19 คน

ที่สำคัญคือวิกฤตครั้งนี้ยังได้ซ้ำเติมปัญหาหนี้ในกลุ่ม “ผู้อายุน้อย” (ต่ำกว่า 35 ปี) มากกว่ากลุ่มอื่น

จึงกลายเป็นการสร้างแผลเป็นกับกลุ่มคนวัยทำงานที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต

นี่อาจเรียกว่าเป็น 5 โจทย์ความท้าทายของประเทศไทย ที่รัฐบาลและทุกภาคส่วนต้องช่วยกันปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศเพื่อรับมือกับเมกะเทรนด์ดังกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สามัญสำนึก