เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
Politics สุรศักดิ์ รับ ‘น้ำท่วมภูเก็ต’ กระทบเศรษฐกิจแต่ไม่มาก หวังอีเวนต์ปลายปีดันท่องเที่ยว
โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
Finance โหมโรงก่อนเลือกตั้ง  Midterm สหรัฐ 2026  นักลงทุนต้องจับตาอะไรบ้าง ?
RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
Biz Movement RECO Collective 2026 ต่อยอด ‘ผ้ารีไซเคิล’ สู่ค้าปลีก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
สามัญสำนึก ‘การบินไทย’ โหมโรง Beauty Contest
ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่มภูเก็ต น้ำท่วมหลายพื้นที่ ‘รมว.ท่องเที่ยว’ คาดส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่มาก
TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
Finance TACC ย้ายเข้าเทรด SET วันนี้! เล็งขยายฐานนักลงทุน รุกเครื่องดื่มสุขภาพปั้นรายได้ใหม่
หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
Finance หุ้นไทยวันนี้แกว่ง 1,560-1,575 จุด รับ กนง.อัพ GDP-เฟดคงดอกเบี้ย ชู 4 ธีมหุ้นเด่น
ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
Finance ตลท.จี้ ROH แจงอนาคตธุรกิจ หลัง GROREIT โหวตขายโรงแรม หวั่นกระทบรายได้หลัก
ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
World ความไม่ลงรอยในยุโรป สะเทือนถึงเอกภาพสหภาพ
ดูทั้งหมด

“2018” ปีทองแห่งการลงทุน “โรดริโก ดูเตอร์เต” แห่งฟิลิปปินส์ ผ่อนคลายกฎดึง FDI

29 พ.ย. 2560 | 17:01น.

นโยบายกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและยาเสพติดแบบตาต่อตาฟันต่อฟันของประธานาธิบดี “โรดริโก ดูเตอร์เต” แห่งฟิลิปปินส์ สร้างความกังวลใจต่อนักลงทุนไม่น้อย ล่าสุด นักวิเคราะห์ย้ำว่า ปี 2017-2018 เศรษฐกิจฟิลิปปินส์ยังอยู่ในจุดสปอตไลต์ ต่อเนื่องจากปีก่อนที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของฟิลิปปินส์สูงที่สุด เมื่อเทียบกับสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ

ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานว่า จากที่ดูเตอร์เตเข้ารับตำแหน่งประธานานาธิบดีคนที่ 16 เมื่อ มิ.ย.
ปีที่แล้ว และการที่ “ฟิลิปปินส์” เป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียนซัมมิต ที่เพิ่งผ่านมา ทำให้นักลงทุนคาดหมายจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของฟิลิปปินส์ในเชิงรุกมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีนโยบายเด่นสุดจากประธานาธิบดีดูเตอร์เต ที่เรียกว่า “ดูเตอร์เตโนมิกส์” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่ตั้งเป้าจะเปลี่ยนฟิลิปปินส์ใน 10 ประการ ภายใต้การบริหารประเทศตลอด 6 ปี หนึ่งในนั้นคือ การลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลเคาะงบประมาณอยู่ที่ 180,000 ล้านดอลลาร์ ภายใต้ชื่อโครงการ “Build Build Build”

ปัจจุบันรัฐบาลอนุมัติแผนการก่อสร้างแล้วทั้งหมด 35 โครงการ รวมตั้งแต่ยกเครื่องระบบราง ปฏิรูปสนามบินและเพิ่มการก่อสร้างใหม่เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว ปรับปรุงถนนหลายสายทั่วประเทศ โดยล่าสุดเพิ่งประกาศแผนก่อสร้าง 5 ปี ในระบบขนส่งทางรางระยะทาง 600 กิโลเมตร จากย่านทูทูบันในใจกลางกรุงมะนิลา ไปยังจังหวัดซอร์โซกอนในเขตไบคอล ทางตะวันออกของประเทศ คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 250-300 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ล่าสุดประธานาธิบดีมีคำสั่งให้สำนักงานเศรษฐกิจและการพัฒนาแห่งชาติฟิลิปปินส์ (NEDA) ผ่อนคลายข้อบังคับ หรือยกเลิกกฎระเบียบในบางข้อที่เกี่ยวกับการลงทุนจากต่างชาติ หลัก ๆ 8 เรื่อง เช่น ยกเลิกข้อห้ามลงทุนใน “ธุรกิจค้าปลีก” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 11 อุตสาหกรรมต้องห้ามของฟิลิปปินส์, ผ่อนคลายกฎการจ้างงานของบริษัทต่างประเทศให้มีสัดส่วนสูงขึ้น, เพิ่มแนวปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับการลงทุนจากต่างชาติที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ, ผ่อนคลายสัญญาการก่อสร้างโครงการของภาครัฐ รวมถึงพิจารณาเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นในบางอุตสาหกรรมจาก 49% เป็น 60%

นักวิเคราะห์กล่าวว่า “ผลพวงจากแผนพัฒนาที่เป็นรูปธรรมจากรัฐบาลทำให้บรรดานักลงทุนเชื่อมั่น บวกกับการเป็นเจ้าภาพในเวทีอาเซียนซัมมิต เป็นการการันตีว่าฟิลิปปินส์จะเป็นหัวหอกในการเพิ่มการค้าการลงทุนในอาเซียนมากขึ้น”

เว็บไซต์ ออกซ์ฟอร์ด บิสซิเนส กรุ๊ป กล่าวถึงรายงาน “ASEAN Investment Report” ฉบับล่าสุดของหอการค้าอเมริกัน (AmCham Philippines) ในฟิลิปปินส์ระบุว่า ปีที่ผ่านมาฟิลิปปินส์เป็นดาวเด่นในการดึงดูดเอฟดีไอ ที่มีอัตราขยายตัวสูงที่สุดในอาเซียน และคาดว่าปี 2017 และ 2018 จะยังเป็นดาวเด่นเช่นเคย ขณะเดียวกันการกวาดล้างและปราบปรามยาเสพติดก็ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงเบอร์ต้น ๆ ที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่นของนักธุรกิจอเมริกัน

ในระหว่างปี 2015-2016 เอฟดีไอของฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นถึง 40% เป็น 7.9 พันล้านดอลลาร์ ถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุด อีกทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ตั้งแต่ปี 2015-2016 เป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยที่น่าสนใจราว 6.5% และคาดว่าปีนี้ จีดีพีจะโตที่ 6.9-7%

นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังกลายเป็นเป้าหมายในการลงทุนอันดับ 4 ในอาเซียนของปี 2016 ปรับขึ้นจากอันดับที่ 6 ขณะที่ชาติที่เคยโดดเด่นอย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย และสิงคโปร์ ปีที่ผ่านมายังมีการเข้ามาลงทุนของบริษัทข้ามชาติต่อเนื่อง เพียงแต่การเติบโตไม่ได้ก้าวกระโดดเหมือนฟิลิปปินส์ ที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 40% ขณะที่ประเทศอื่นเฉลี่ยเพิ่มขึ้นราว ๆ 20%

นักวิเคราะห์จาก AmCham ระบุว่า กฎระเบียบด้านการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงจะเป็นปัจจัยผลักให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะ “ค้าปลีก” ที่นักลงทุนจำนวนมากให้ความสนใจมานาน ทั้งจากจีนและเกาหลีใต้ ขณะที่นักลงทุนจากสหรัฐก็สนใจมาลงทุนในหลายอุตสาหกรรม

แม้ว่าจะยกให้ฟิลิปปินส์เป็นจุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม รายงานของหอการค้าอเมริกันฟิลิปปินส์ ยังคงแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงในกระบวนการปราบปรามยาเสพติด รวมถึงสงครามในเกาะมินดาเนา ที่พร้อมปะทุทุกเมื่อ

โดยจากการสำรวจนักลงทุนอเมริกันที่สนใจเข้ามาลงทุนในฟิลิปปินส์พบว่า 70% ของผู้ตอบแบบสอบถาม
กำลังวางแผนขยายธุรกิจในปี 2018 แต่ลดลงเล็กน้อยจาก 74% ของปีก่อนหน้า โดยเหตุผลหลักคือไม่มั่นใจในสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน แต่สัดส่วนที่สนใจมาลงทุนถือว่าอยู่ในระดับสูง พอ ๆ กับเวียดนาม และสิงคโปร์

ทั้งนี้ “เอ็บบ์ ฮินช์ลิฟฟ์” กรรมการบริหารของหอการค้าอเมริกันฟิลิปปินส์ แนะนำว่า “หากนักลงทุนอเมริกันจะชะลอการลงทุนในฟิลิปปินส์ เพียงเพราะสถานการณ์ไม่แน่นอน ถือเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมาก ผมเชื่อว่า
ในทุกประเทศตลาดเกิดใหม่ต่างมีปัญหาและอยู่ในขั้นตอนการปฏิรูปประเทศเพื่อก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนั้นเราควรโฟกัสที่สิ่งที่ดึงดูดการลงทุน ทั้งนโยบายที่เอื้อการลงทุนจากรัฐบาลใหม่ รวมถึงอัตราการเติบโตของชนชั้นกลางที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ และที่สำคัญ ต้องศึกษาปัญหาและฉลาดในการลงทุน”