เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ม.มหิดล ศึกษายาต้านไวรัสก่อโรคโควิด เน้นยาที่ใช้ในไทย

02 ธ.ค. 2564 | 12:50น.
มหิดลศึกษายาต้านโควิด

ม.มหิดล เน้นรูปแบบวิจัยแนวใหม่ ศึกษายาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 เพื่อมวลมนุษยชาติ

วันที่ 2 ธันวาคม 2564 รองศาสตราจารย์นายแพทย์วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจของคณะ ที่ได้ทำหน้าที่ “ปัญญาของแผ่นดิน” ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินโครงการวิจัยเพื่อการประเมินและเปรียบเทียบประสิทธิภาพยาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่ใช้ระเบียบวิธีวิจัย “Adaptive Platform Clinical Trial” ซึ่งสามารถปรับรูปแบบและขั้นตอนการวิจัยแบบเป็นระบบในระหว่างการศึกษาวิจัย

และเป็นครั้งแรกที่ได้มีการนำยาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 หลายชนิดมาศึกษาเปรียบเทียบร่วมกับผลทางคลินิกในผู้ป่วยจริง จุดมุ่งหมายหลักเพื่อการสร้างองค์ความรู้ที่จะสามารถนำไปต่อยอดพัฒนายาป้องกันและรักษาโรค COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องอยู่ในขณะนี้ได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น โดยเน้นยาที่มีใช้อยู่ในประเทศไทย

การวิจัยเพื่อการประเมินและเปรียบเทียบประสิทธิภาพยาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่ผ่านมา มักศึกษาเฉพาะประสิทธิภาพของยาตัวใดตัวหนึ่ง ซึ่งให้ผลที่ไม่ครอบคลุม และเพียงพอต่อการนำไปขยายผลในระดับมหภาค โดยยาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่ใช้อยู่ในประเทศไทยในปัจจุบันมีทั้ง “ยากิน” ซึ่งบางชนิดสามารถผลิตได้เอง และ “ยาฉีด” ซึ่งยังไม่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ

ด้วยแนวคิดสาธารณสุขแนวใหม่ที่ส่งเสริมให้มีการป้องกันควบคู่ไปกับการรักษา ตลอดจนการมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยสามารถผลิตยาป้องกันและรักษาโรค COVID-19 ขึ้นใช้เอง รวมทั้งขยายผลสู่การพัฒนายาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่มีคุณภาพในระดับโลกได้ต่อไปในอนาคต คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้ใช้องค์ความรู้ บุคลากร ทรัพยากร ตลอดจนเครือข่ายที่มีอยู่ทั้งภายในประเทศ และนานาชาติ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อมวลมนุษยชาติ ด้วยการริเริ่มโครงการวิจัยดังกล่าว

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิงวีรวรรณ ลุวีระ อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมแพทย์โรคติดเชื้อของโครงการกล่าวว่า COVID-19 เป็นโรคที่มีอาการไม่แน่นอน ซึ่งผู้ป่วยในระยะที่มีอาการไม่รุนแรงในสัปดาห์แรกอาจหายได้เอง

แต่ในทางกลับกันหากเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 อาจมีอาการรุนแรงได้เนื่องจากมีการอักเสบของร่างกาย หากไม่ได้รับยาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพ โดยมีข้อมูลวิจัยค่อนข้างชัดเจนว่าปริมาณไวรัส COVID-19 มีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรค หากได้รับยาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพในช่วงแรกก็จะสามารถลดเชื้อไวรัส COVID-19 ลงได้ และอาจนำไปสู่การลดความรุนแรงของโรค

ด้วยระเบียบวิธีวิจัย “Adaptive Platform Clinical Trial” ร่วมกับวิธีการวัดปริมาณเชื้อในสิ่งส่งตรวจอย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ที่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และหน่วยวิจัยโรคเขตร้อน Mahidol-Oxford Tropical Medicine Research Unit (MORU) มหาวิทยาลัยมหิดลได้พัฒนาขึ้น เพื่อใช้ในการประเมินและเปรียบเทียบประสิทธิภาพยาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 นี้ คาดว่าจะสามารถนำไปต่อยอดใช้กับยาต้านไวรัสชนิดอื่นได้

ซึ่งขณะนี้ในส่วนของประเทศไทยได้มีอาสาสมัครซึ่งรับจากผู้ป่วย COVID-19 ในระยะแรกเริ่มที่เพิ่งมีอาการมาไม่เกิน 4 วันจากโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน และโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการฯ แล้วจำนวน 40 ราย และยังคงรับเข้าร่วมโครงการต่อไปจนกว่าจะครบ 200 รายตามที่โครงการกำหนด

ผู้ป่วย COVID-19 ที่มีอาการไม่รุนแรงที่เข้าร่วมโครงการวิจัยนี้จะได้รับการรักษาตามแนวทางของการวิจัย ซึ่งยาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่ใช้ในการวิจัยนี้ เป็นยาที่มีการศึกษาในคน หรือใช้ในการรักษาผู้ป่วย COVID-19 อยู่แล้ว ไม่ใช่การทดลองยาใหม่

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมวิจัยจะได้รับการดูแลและประเมินอาการจากทีมแพทย์เฉพาะทางโรคติดเชื้ออย่างใกล้ชิด และเก็บตัวอย่างโดยการเจาะเลือด และป้ายคอเพื่อประเมินปริมาณเชื้อไวรัส COVID-19 ณ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน เป็นเวลา 7 วัน

หลังจากนั้นจะให้ผู้ป่วยได้ไปรอดูอาการต่อที่บ้านเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ก่อนนัดมาตรวจเชื้อไวรัส COVID-19 ที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน และอีกสองสัปดาห์จะมีการติดตามอาการผู้ป่วยต่อไปทางโทรศัพท์ โดยไม่มีข้อผูกมัดในเรื่องการใช้ยา

ในกรณีที่พบอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ไม่ว่าจะด้วยตัวโรคเอง หรือเป็นผลข้างเคียงจากยาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 ที่ใช้ทดสอบ ทีมแพทย์จะรีบพิจารณาเปลี่ยนแผนการรักษาให้เหมาะสมต่ออาการที่เกิดขึ้นต่อไปทันที นอกจากนี้อาสาสมัครสามารถออกจากโครงการได้ตลอดเวลา

“เมื่อป่วยแล้วได้อยู่ใกล้หมอพร้อมเครื่องมือแพทย์คอยดูแล ย่อมปลอดภัยและอุ่นใจกว่าการดูอาการเองที่บ้านอย่างแน่นอน” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงวีรวรรณ ลุวีระ กล่าว

ซึ่งคุณสมบัติของอาสาสมัครที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีอายุระหว่าง 18-50 ปี ไม่ป่วยเป็นโรคในกลุ่ม NCDs ค่า BMI ไม่เกิน 30 หากเป็นเพศหญิงจะต้องไม่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

โดยจะต้องตรวจพบเชื้อไวรัส COVID-19 ในระยะแรก (มีอาการมาแล้วไม่เกิน 4 วัน) และมีอาการไม่รุนแรง เปิดรับสมัครที่โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน และโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ จนกว่าจะครบจำนวน 200 รายตามที่โครงการกำหนด

สิ่งที่อาสาสมัครจะได้รับอย่างแน่นอน คือ การดูแลและประเมินอาการจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด และร่วมภาคภูมิใจกับมหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างองค์ความรู้เพื่อพัฒนายาต้านไวรัสก่อโรค COVID-19 สู่มวลมนุษยชาติต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โควิด-19