กรมอนามัยย้ำมาตรการ 3 ป. คลัสเตอร์งานศพ ติดเชื้อโควิดสูงสุด
อธิบดีกรมอนามัยเผยภาคอีสานพบคลัสเตอร์โควิดในงานศพมากสุด ย้ำจัดกิจกรรมได้ ขออสม.-ผู้นำชุมชน เข้มมาตรการ COVID Free Setting – แนะรับวัคซีนโควิดก่อนถึงเทศกาลสงกรานต์
วันที่ 16 มีนาคม 2565 ที่นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวถึงประเด็น “ชุมชนปลอดภัย จัดงานปลอดโควิด ด้วยมาตรการ COVID Free Setting” ว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่มากกว่า 20,000 รายต่อวัน จากแหล่งข้อมูลรายงานการสอบสวนโรค มีข้อสังเกตพบการระบาดแบบกลุ่มก้อน หรือคลัสเตอร์ จากการจัดกิจกรรมในชุมชนต่อเนื่อง จึงต้องเน้นย้ำมาตรการ COVID Free Setting เพื่อให้ปลอดภัยจากโควิด-19
ทั้งนี้ ข้อมูลการสอบสวนโรครายวัน ระหว่างวันที่ 22 ธ.ค. 2564 – 15 มี.ค. 2565 พบการระบาดแบบคลัสเตอร์ทั้งจาก งานศพ งานแต่งงาน งานบุญ งานบวช หรืองานเลี้ยงสังสรรค์ ซึ่งพบผู้ติดเชื้อสูงในช่วงต้น ก.พ. 2565 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ติดเชื้อรายใหม่ประจำวันจะไม่พบแนวโน้มที่สอดคล้องกัน แต่ยังมีการระบาดเป็นคลัสเตอร์รายวันต่อเนื่อง สำหรับการจัดงานในชุมชนนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวังและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน เมื่อดูการกระจายของการระบาดแบบคลัสเตอร์ พบมากที่สุดในพื้นที่ภาคอีสาน และ จ.กาญจนบุรี ซึ่งสัดส่วนของประเภทกิจกรรม มีรายงานระบาดเป็นคลัสเตอร์มากที่สุดคือ งานศพ รองลงมาคือ งานแต่งงาน, งานบุญ และงานบวช ตามลำดับ โดยข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับผลการสำรวจของอนามัยโพลในช่วงวันที่ 1-15 มี.ค. 2565 จำนวน 17,978 ตัวอย่าง
เรื่องความเสี่ยงที่หบเห็นในบริเวณพื้นที่พักอาศัย โดยมี 27% พบมีการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มที่แออัด ไม่เว้นระยะห่าง รวมถึงไม่สวมหน้ากากหรือสวมหน้ากากไม่ถูกต้อง และ 24% พบการรวมกลุ่มตั้งวงดื่มสุราหรือเล่นการพนันในพื้นที่ชุมชน

ด้าน ดร.อัมพร จันทวิบูลย์ นักวิชาการสาธารณสุขทรงคุณวุฒิ กรมอนามัย กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางในการจัดงานจะเน้นหลัก 3 ป. จัดงานปลอดภัย คือ ประเมิน ปรับโดยใช้ COVID Free Setting และปรับอย่างเคร่งครัด โดยการวิเคราะห์ความเสี่ยงมีพฤติกรรม การรวมกลุ่มคนจำนวนมากในชุมชนและจากหลายพื้นที่ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกัน อาจจะประมาทเนื่องจากเห็นว่าเป็นคนกันเอง น่าจะมีความปลอดภัย กินอาหารร่วมกัน มีพฤติกรรมตะโกน ถอดหน้ากากเป็นระยะ
โดยกิจกรรมต่าง ๆ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคน หรือการตรวจสอบการฉีดวัคซีนหรือการตรวจโควิดก่อนเข้างานด้วย หรือถ้าหากพบว่าเป็นผลบวกก็ไม่ควรเข้าร่วมงานและเฝ้าระวังดูแลตัวเอง
ขณะที่นางประเสริฐ ท้วมมา ประธาน อสม. อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ระบุว่า จากที่ได้ทำหน้าที่ อสม. ในช่วงสถานการณ์โควิด เมื่อมีแต่งงาน งานบวช งานศพ โดยเฉพาะงานศพ อสม.จะประสานงานกับทางวัด เมื่อประสานงานเสร็จแล้ว จะประชาสัมพันธ์ในกลุ่มไลน์ อสม. ว่าต้องตั้งจุดตรวจอย่างน้อย 2 จุด หรือ 3 จุด
โดยจะมีการเตรียมอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องวัดอุณหภูมิ เจลล้างมือ แมสก์ และสติ๊กเกอร์ เป็นต้น และยังมีสมุดลงทะเบียนเพื่อให้คนที่เข้ามาร่วมงานลงข้อมูลไว้ คือชื่อและเบอร์โทร. เพราะหากเกิดมีการติดโควิดขึ้นเราจะได้ติดต่อได้โดยตรงและจะทำให้สอบถามได้ง่ายมากขึ้น
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกไม่ถึง 1 เดือนจะถึงเทศกาลสงกรานต์ เราสามารถใช้ชีวิตภายใต้วิถีใหม่ในสถานการณ์โควิด-19 ช่วงสงกรานต์ได้ แต่ต้องร่วมกันทุกคน ทุกครอบครัว ทุกภาคส่วน พร้อมขอความร่วมมือกลุ่ม 608 (ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป, ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์) เข้ารับวัคซีนโควิด-19 ให้ครอบคลุมได้มากที่สุด ซึ่งการฉีดวัคซีนนั้นกว่าจะมีภูมิคุ้มกันขึ้นต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน แต่หากเป็นเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกันก็อาจจะขึ้นเร็ว
แม้จะเป็นช่วงที่เริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ แต่ยังต้องปฏิบัติเพื่อป้องกันโควิดที่ประชาชนทำเป็นวิถีไปแล้ว คือ การสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่างให้เหมาะสมกับประเภทกิจกรรม รวมไปถึงการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชนนั้น เน้นย้ำว่ายังจัดได้ แต่ต้องมีมาตรการ COVID Free Setting มาประเมิน และปรับใช้