SET แกว่งกรอบแคบ ลุ้นผลประชุม กนง.
คอลัมน์ : เช็กกระแสหุ้น
ภาพตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (21-25 มี.ค.) “กรภัทร วรเชษฐ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ภาพรวมตลาดมีการปรับสถานะของนักลงทุนเข้ามาในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าวิกฤตสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนจะยืดเยื้อแต่ไม่ได้มีความเสี่ยงใหม่ ๆ เพิ่มเติมเข้ามา จึงเริ่มเห็นสัญญาณการเข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูง (high growth technology) มากขึ้น ทำให้เห็นหุ้นกลุ่มนี้มีการฟื้นตัวบวกขึ้น หลังจากที่ปรับฐานลงในช่วงกว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา จากความกังวลอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปรับตัวขึ้น
รวมถึงหุ้นกลุ่มนี้ค่อนข้างได้รับผลกระทบน้อย จากสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่หุ้นในกลุ่ม domestic play อาจจะทำผลงานไม่ค่อยดีในระยะสั้น เพราะเป็นหุ้น old economy หรือเศรษฐกิจยุคเก่า ซึ่งจะได้รับผลกระทบมากกว่า
ส่วนมองไปในช่วงสัปดาห์ข้างหน้า (28 มี.ค.-1 เม.ย.) “กรภัทร” ประเมินว่า ทิศทางดัชนี SET Index น่าจะ sideway down แนวโน้มแกว่งตัวในกรอบจำกัด โดยให้แนวรับไว้ที่ระดับ 1,640-1,650 จุด และแนวต้านที่ 1,690-1,700 จุด
“นักลงทุนต้องจับตาดูสัญญาณของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่าจะมีมุมมองต่อทิศทางเงินเฟ้อที่จะส่งผลต่อการปรับคาดการณ์ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะทำให้ตลาดหุ้นเกิดการเหวี่ยงผันผวนขึ้นได้ รวมถึงยังคงต้องติดตามสถานการณ์รัสเซียและยูเครนอย่างต่อเนื่อง และราคาน้ำมันดิบว่าจะเร่งตัวขึ้นมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหากปรับขึ้นไปสูงกว่า 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็จะเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยและการลงทุน”
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ แนะนำให้เน้นไปที่หุ้นกลุ่มหุ้น consumer finance ได้แก่ JMT, TIDLOR และกลุ่มโรงพยาบาล ได้แก่ BCH, BDMS นอกจากนี้ ยังมีหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ได้แก่ BCP, TOP และหุ้นกลุ่ม tech consult ได้แก่ BE8, BBIK