เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ร้านอาหารรายเล็กซบเซา ขอรัฐช่วยหนุนก่อนวันแม่
Economic ร้านอาหารรายเล็กซบเซา ขอรัฐช่วยหนุนก่อนวันแม่
ปกรณ์ ชี้​ยุบหน่วยงานทำได้​-แต่ไม่ง่าย​ หลังมีข้อเสนอชงยุบ กอ.รมน.​-ป.ย.ป.​
Politics ปกรณ์ ชี้​ยุบหน่วยงานทำได้​-แต่ไม่ง่าย​ หลังมีข้อเสนอชงยุบ กอ.รมน.​-ป.ย.ป.​
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐประกาศเพิกถอนใบอนุญาตการขายน้ำมันดิบอิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐประกาศเพิกถอนใบอนุญาตการขายน้ำมันดิบอิหร่าน
ปกรณ์ ถก คกก.สอบทุจริตท้องถิ่น นัดแรก สั่งเอาผิดจริงจัง ปิดช่องเข้าการเมือง
Politics ปกรณ์ ถก คกก.สอบทุจริตท้องถิ่น นัดแรก สั่งเอาผิดจริงจัง ปิดช่องเข้าการเมือง
สงครามแผ่นดิสก์ Blu-Ray บทเรียนใหญ่ของ SONY
Tech สงครามแผ่นดิสก์ Blu-Ray บทเรียนใหญ่ของ SONY
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณบาทละ 65,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ค. 69) ปรับลง 50 บาท รูปพรรณบาทละ 65,900 บาท
KKPS ชี้เป้าหุ้นแบงก์เด่น รับโฟลว์ทะลักเข้า SET
Finance KKPS ชี้เป้าหุ้นแบงก์เด่น รับโฟลว์ทะลักเข้า SET
พ.ร.บ.นิรโทษกรรมครั้งสุดท้าย สร้างเสริมสันติสุข ล้างปมขัดแย้ง 20 ปี
Politics พ.ร.บ.นิรโทษกรรมครั้งสุดท้าย สร้างเสริมสันติสุข ล้างปมขัดแย้ง 20 ปี
น้ำมันพุ่งกว่า 5% หลังเหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐยกเลิกใบอนุญาตขายน้ำมันอิหร่าน
Finance น้ำมันพุ่งกว่า 5% หลังเหตุโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐยกเลิกใบอนุญาตขายน้ำมันอิหร่าน
IMF-World Bank 2026 โอกาสไทยบนเวทีโลก
Finance IMF-World Bank 2026 โอกาสไทยบนเวทีโลก
ดูทั้งหมด

“อสังหาลงขันให้กู้ซื้อบ้าน-คอนโด” โมเดลใหม่ผ่าทางตันแบงก์เข้มงวดสินเชื่อ

19 ธ.ค. 2560 | 19:36น.

เรื่องใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ก่อนจบปีระกา และถือเป็นโมเดลใหม่เกี่ยวกับภาคการเงินอสังหาฯ หนีไม่พ้นปฏิบัติการผ่าทางตันปัญหายอดปฏิเสธสินเชื่อหรือรีเจ็กต์เรตสำหรับซื้อบ้าน-คอนโดมิเนียมมีอัตราสูงติดต่อกัน 2-3 ปีที่ผ่านมา จากปกติ 20-30% เพิ่มเป็น 40-50% จนไปรบกวนการโอน ซึ่งมีผลทำให้แผนธุรกิจของดีเวลอปเปอร์เรรวนกันถ้วนหน้า

ข้อมูลที่ดีเวลอปเปอร์สื่อสารออกมายังมีความมั่นใจเกี่ยวกับคุณภาพผู้ซื้อบ้าน แต่มองต่างมุมกับนายแบงก์ที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่กับนโยบายพิจารณาสินเชื่ออย่างเข้มงวด จนกระทั่งมีหลายโครงการ “ขายได้แต่โอนไม่ได้” เพราะปัญหากู้ไม่ผ่าน โจทย์หนักจึงอยู่ที่แหล่งเงินกู้ซื้อบ้าน ถ้าไม่พึ่งตลาดเงินผ่านระบบแบงก์แล้ว ยังมีทางเลือกอื่นหรือไม่

“บตท.” ตัวช่วยสินเชื่อบ้าน

ล่าสุด “วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ “บตท.” ระบุว่ามีดีลเจรจากับดีเวลอปเปอร์ผ่านทางสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ในการเข้าไปซื้อ “หนี้ดี” จากดีเวลอปเปอร์เจ้าของโครงการโดยตรง จากเดิมเป็นการซื้อหนี้ดีผ่านแบงก์เพียงอย่างเดียว

นั่นหมายความว่า ต่อจากนี้ดีเวลอปเปอร์จะเพิ่มบทบาทในการให้ลูกค้ากู้ซื้อบ้าน-คอนโดฯ ในโครงการตัวเอง ซึ่งทำได้ทั้งรับจำนองหรือเช่าซื้อเพราะกฎหมายไม่ได้ปิดกั้น

เหตุผลที่ต้องมีตัวกลางระหว่าง “บตท.” กับพอร์ตหนี้ที่รับซื้อเป็นเพราะกฎหมายจัดตั้ง คือ “พ.ร.ก.ตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย 2540” ตัว บตท.ถูกกำหนดให้ซื้อหนี้เท่านั้น ไม่สามารถให้สินเชื่อได้ การจะซื้อหนี้ดีจึงต้องมีการจำนองบ้าน-คอนโดฯมาก่อน

“ดีลนี้คุยกันมา 2 เดือนแล้ว ต้องมีการตั้งกฎเกณฑ์ให้ดีเวลอปเปอร์นำไปปฏิบัติ นำไปใช้ประกอบการพิจารณาให้กู้ เพราะคนกู้ซื้อบ้านอาจไม่ได้ทำงานในองค์กร ไม่ใช่มนุษย์เงินเดือน เราจึงต้องมีเกณฑ์สำหรับคนเหล่านี้ โดยต้องเป็นผู้มีประวัติดี ตรวจสอบได้ และมีความสามารถในการจ่ายหนี้”

บิสซิเนสโมเดลมีลักษณะคล้ายประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือมอร์ตเกจ อินชัวรันซ์ (MI-Mortgage Insurance) ถ้า บตท.ซื้อพอร์ตหนี้ดีจากแบงก์ วิธีการจะมีการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ออกตราสาร MBS (Mortgage Backed Securitized) ขายนักลงทุน

แต่กรณีซื้อหนี้ดีจากดีเวลอปเปอร์เจ้าของโครงการจะเรียกตราสาร ABS (Asset Backed Securitized) เพราะเป็นการนำสิทธิการเช่าซื้ออสังหาฯไปหนุนหลังการออกพันธบัตรเพื่อระดมเงินมาใช้เป็นแหล่งเงิน

กฎเหล็กแบงก์ยุ่บยั่บ-กู้ไม่ผ่านพุ่ง

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าบริษัทอสังหาฯมีการฟอร์มตัวเพื่อจัดตั้งบริษัทกลางขึ้นมา 1 บริษัท สำหรับถือหุ้นและนำไประดมทุนเพื่อนำเงินมาปล่อยกู้ให้ลูกค้าซื้อบ้านหรือคอนโดฯในโครงการ

“พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ในฐานะผู้ประสานงานระหว่างสมาชิกดีเวลอปเปอร์กับ บตท. แบเบอร์ออกมาแล้วว่า เตรียมเปิดตัวบริษัทกลางเป็นทางการภายในไตรมาสที่ 1/2561 ความคืบหน้าล่าสุดเกิน 70% แล้ว

“ตอนนี้กำลังเปิดซาวเสียงใครต้องการลงขันกันบ้าง เราไม่ปิดกั้นรายเล็กรายใหญ่ แต่จุดเริ่มต้นก็มีชื่อตอบรับในกลุ่มสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยมาหลายคนแล้ว”

ก่อนจะลงลึกรายละเอียด “พรนริศ” ชำแหละปัญหาที่ผ่านมา เริ่มจากประเด็น “ดอกเบี้ยโปรโมชั่น” ที่วงการแบงก์แข่งกันให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเร้าใจในช่วง 3 ปีแรก แต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปจนถึงตลอดอายุสัญญากลับมาใช้ดอกเบี้ยปกติซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยโปรโมชั่นเท่าตัว

“ดอกเบี้ยโปรโมชั่นอาจจะ 1-2% หลังจากปีที่ 4 กระโดดเป็น 6% มันไม่ไหวหรอก ค่างวดเพิ่มเยอะ…”

ยังมีประเด็นเครดิตบูโร (บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ) เช่น ค้างเงิน 800 บาท แม้นำเงินไปจ่ายแล้วแต่กฎเหล็กมีอยู่ว่า ประวัติค้างชำระหนี้ติดตัวไปอีก 3 ปีเต็ม การพิจารณาสินเชื่อหรือเครดิตสกอริ่งจะลดต่ำลงโดยอัตโนมัติและยังมีประเด็นผู้กู้ที่ไม่ได้ทำงานบริษัทหรือไม่ใช่มนุษย์เงินเดือน ที่เรียกว่าผู้ประกอบอาชีพอิสระ ไม่มีหลักฐานรายได้ประจำ เครดิตสกอริ่ง

ก็ลดต่ำอีกเช่นกันเมื่อต่อจิ๊กซอว์ทีละเรื่อง ๆ กลายเป็นภาพใหญ่ที่แบงก์เข้มงวดสินเชื่อจนทำให้ยอดกู้ไม่ผ่านสูงถึง 40-50% ซึ่งหมายความว่า ยื่นขอกู้ 100 ราย ในอดีตเคยกู้ไม่ผ่าน 20-30 ราย ปัจจุบันกู้ไม่ผ่านสูงถึง 40-50 ราย

ลงขัน-แลกลูกค้าโครงการกู้

“บริษัทมอร์ตเกจกลางต้องถือหุ้นในนามนิติบุคคลเท่านั้น ลูกค้าที่ยื่นขอกู้ได้ต้องเป็นโครงการของผู้ถือหุ้น เพราะผู้ถือหุ้นจะเป็นผู้สกรีนลูกค้า ซึ่งต้องเฟ้นให้ดีเพื่อให้เป็นสินเชื่อมีคุณภาพ เป็นหนี้ดี บตท.จึงจะซื้อพอร์ตหนี้ดีไปออกบอนด์อีกต่อหนึ่ง”

คำถามคือ จุดเสี่ยงบริษัทมอร์ตเกจกลางมีหรือไม่

“การลงขันก็ต้องทำกำไรด้วย บริษัทกลางตั้งขึ้นมาเพื่อให้กู้กับลูกค้า แต่ถ้าดีเวลอปเปอร์ผู้ถือหุ้นส่งลูกหนี้ด้อยคุณภาพ บริษัทกลางก็มีผลประกอบการเจ๊ง บตท.ก็ตั้งกฎเกณฑ์เข้มงวดเหมือนแบงก์ หรือไม่ซื้อหนี้ไปบริหารต่อ เพราะฉะนั้นบิสซิเนสโมเดลถูกล็อกไว้ตั้งแต่ต้นทางแล้ว ทุกคนต้องเฟ้นลูกค้าดีและสร้างโอกาสให้สามารถมีเงินกู้ซื้อบ้านได้ โดยไม่ต้องพึ่งแบงก์เพียงอย่างเดียว”

เรื่องเดียวกันนี้ “กิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา” กรรมการผู้จัดการค่ายสัมมากร อธิบายเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้เป็นประโยชน์ เพราะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ถ้าชอบอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่ต่ำจนเกินไปแลกกับอายุสัญญายาวขึ้น เช่น ดอกเบี้ยคงที่ 4-5% นาน 10 ปี หลังจากนั้นเงินต้นจะลดลงไปเยอะ การกลับไปใช้ดอกเบี้ยปกติหรือจะทำสัญญาดอกเบี้ยคงที่อีกรอบมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น

ความรับผิดชอบของผู้ถือหุ้นบริษัท อยู่ระหว่างพูดคุยตัวเลขว่าลูกค้าที่นำมากู้ซื้อในโครงการตัวเอง เจ้าของโครงการต้องวางเงินสดเป็นประกัน 1.5% ของราคาอสังหาฯ หรือล้านละ 1.5 หมื่นบาท เงินประกันได้รับคืนจากเหตุผลเดียวคือ ผู้กู้มีประวัติดี โดยแบ่งชำระครั้งละ 1 ใน 3 หรือได้รับคืนหมดใน 3 ปี

“ส่วนเรื่องดอกเบี้ยยังคุยไม่จบ แต่สมมุติเราให้กู้ 4.75% ผมว่าเวลาไปคุยกับนักลงทุนเขาอยากลงทุนกับเรานะ อย่าลืมว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยมีความเสี่ยงน้อยที่สุด เพราะมีอสังหาฯเป็นหลักประกัน สิ่งที่ต้องระวังคือ การวิเคราะห์คุณภาพผู้กู้กับคุณภาพทรัพย์สิน 2 อย่างนี้เท่านั้นเอง”