เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
ดูทั้งหมด

ธปท.คาด Q2 เงินเฟ้อพุ่ง 5% เตรียมร่อนจดหมายเปิดผนึกชี้แจงคลัง

30 มี.ค. 2565 | 18:56น.
เงินเฟ้อ

ธปท.เตรียมทำจดหมายเปิดผนึกถึงกระทรวงการคลังชี้แจงเงินเฟ้อหลุดกรอบเป้าหมาย 1-3% พร้อมปรับกรอบคาดการณ์เงินปีนี้อยู่ที่ 4.9% และ 1.7% ปี’66 เหตุสงครามรัสเซีย-ยูเครน ดันราคาพลังงาน-อาหารเร่งตัว คาดไตรมาส 2-3 ปีนี้เห็นเงินเฟ้อแตะ 5%

วันที่ 30 มีนาคม 2565 นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน และเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า

ธปท.อยู่ระหว่างการทำหนังสือเปิดผนึกถึงกระทรวงการคลังเพื่อชี้แจงกรณีอัตราเงินเฟ้อเกินกรอบเป้าหมาย 1-3% ซึ่งเป็นกรอบเป้าหมายระยะปานกลางที่ ธปท.มีการเซ็นข้อตกลง (MOU) ร่วมกันกับกระทรวงการคลัง

คาดเงินเฟ้อ Q2/65 พุ่งแตะ 5%

โดย ธปท.คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี’65 จะอยู่ที่ 4.9% ภายใต้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปี’66 อยู่ที่ 1.7% ส่วนราคาน้ำมันอยู่ที่ 90 ดอลลาร์บาร์เรล โดยอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงกว่า 5% ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ในปี’65 จากราคาพลังงานและการส่งผ่านต้นทุนในหมวดอาหารเป็นหลัก

โดยอัตราเงินเฟ้อจะปรับลดลงเข้าสู่กรอบเป้าหมาย 1-3% ในปี’66 ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาการราคาพลังงานและอาหารจะไม่ปรับเพิ่มขึ้นต่อในช่วง 1 ปี นอกจากจะมีช็อกเกิดขึ้น ดังนั้น เงินเฟ้อในระยะสั้นจะหลุดกรอบก็เป็นความรับผิดชอบของ ธปท.ในการดูแลที่จะทำให้อยู่ในกรอบปานกลางได้

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญ เงินเฟ้อระยะข้างหน้าจะเป็นอย่างไร โดยขจัดปัจจัยระยะสั้นราคาขึ้นลงออกไป โดยจะมีเครื่องชี้วัดแนวโน้มเงินเฟ้อต่ำสุดและสูงสุด ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2551-2552 ช่วงที่เกิดเหตุการณ์ราคาน้ำมันและอาหารสูง จะพบว่าปัจจุบันมีลักษณะคล้ายกัน คือ

เงินเฟ้อระยะสั้นปรับขึ้นไปอยู่ที่ราว 10% ตามซัพพลายช็อก แต่ในระยะปานกลางและยาวเงินเฟ้อไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาก โดยสะท้อนว่าเงินเฟ้อในระยะปานกลางยังคงยึดเหนี่ยวกรอบเงินเฟ้อคาดการณ์ได้ค่อนข้างดี ส่วนการปรับราคาสินค้าในวงกว้างสัญญาณตอนนี้ยังไม่น่าห่วง อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางต่อไป

“ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเรามจะมีการทบทวนตัวเลขร่วมกันทุกปี ซึ่งตามกระบวนการปกติ หากเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าเกินกรอบ เราจะมีการเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงกระทรวงการคลัง โดยไม่ว่าจะเป็นการหลุดกรอบล่างหรือกรอบบนก็ตาม

ทั้งนี้ เราเชื่อว่าธนาคารกลางหลายประเทศทุกประเทศเผชิญสถานการณ์เหมือนเรา คือ เงินเฟ้อปีนี้จะเพิ่มขึ้นสูง และปีหน้าจะลดลงมากกว่าครึ่ง ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากฐานที่สูง และราคาพลังงานและอาหารเร่งขึ้นในปีนี้ แต่จะขึ้นต่อในปี 66 คงจะยาก”

ยันไทยไม่เข้าข่าย Stagflation

ดังนั้น ประเทศไทย ตอนนี้ไม่ได้เข้าข่ายใน “Stagflation” เพราะจะเห็นว่าปีนี้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยยังขยายตัวในระดับ 3.2% และในปี 2566 จีดีพีขยายตัวได้ 4.4%

ซึ่งเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้นและเร็วกว่าระดับศักยภาพที่ 3% จึงไม่เหมือนภาวะ “Stagnation” แม้ว่าแรงกระแทกของช็อกจากราคาพลังงานปรับขึ้น อาจจะทำให้เศรษฐกิจสะดุดเล็กน้อย เพราะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

โดยคำว่า “Stagflation” ปัจจุบันถูกหยิบยกมาใช้ค่อนข้างบ่อย โดยนิยามมาจากคำว่า “Stagnation” ภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือขยายตัวช้า รวมกับคำว่า “Inflation” เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานและไม่ใช่ปัจจัยชั่วคราว โดยรวมทำให้คำว่า “Stagflation” คือเศรษฐกิจตกต่ำ ขยายตัวช้าเป็นเวลนาน ขณะที่เงินเฟ้อก็อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน

และถ้าเทียบกับสหรัฐ ก็อาจไม่ใช่ภาวะ “Stagflation” เนื่องจากเศรษฐกิจเติบโตร้อนแรง และงินเฟ้อสูง จึงต้องประคองให้เศรษฐกิจลงจอดแบบราบรื่น (Soft Landing) เช่นเดียวกับไทย จะเห็นว่าเศรษฐกิจกำลังไต่ขึ้นหรือทะยานเหินฟ้าขึ้น

ซึ่งเป็นการทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง จึงไม่ได้เข้าข่ายการเกิด “Stagflation” โดย ธปท.ยังคงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 ภายในปลายปีนี้ หรือต้นปี 2566 ซึ่งตอกย้ำเศรษฐกิจไทยโดยรวมการฟื้นตัวยังคงอยู่

หั่นจีดีพีปี’65 เหลือ 3.2%

แม้ว่า ธปท.จะปรับประมาณการจีดีพีในปีนี้ลดลงเหลือ 3.2% และในปี’66 อยู่ที่ 4.4% จากรอบประมาณการเดือนธ.ค.64 ที่คาดการณ์อยู่ที่ 3.4% และ 4.7% ตามลำดับ ถือเป็นการปรับลดลงไม่มาก และเศรษฐกิจยังเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง

แต่มีความเสี่ยงด้านต่ำในเรื่องของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งอาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจคู่ค้า และราคาต้นทุนปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการบริโภคในประเทศ แต่จะไม่กระทบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ โดยรวมยังคงฟื้นตัวจากนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะกลับมาได้ในปลายปีและปีหน้า

“จีดีพีในไตรมาสที่ 4/64 สูงกว่าคาดเป็นผลบวก 0.4% ให้ปี’65 แต่ปัจจัยลบมาจากโอมิครอนที่ยืดเยื้อ แต่ไม่มีผลต่อสาธารณสุข จึงกระทบเศรษฐกิจไม่มาก โดยปัจจัยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปี’65 จะมาจากแรงขับเคลื่อนภายในประเทศเป็นหลัก และในปี’66 จะเพิ่มแรงขับเคลื่อนจากต่างประเทศผ่านนักท่องเที่ยวจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 19 ล้านคน

ทำให้ภาพมองเศรษฐกิจไทยคงไม่ได้แตกต่างจากสำนักอื่นที่คาดการณ์ เพราะเรื่องของสงครามรัสเซียสร้างช็อกใหญ่ด้านราคาพลังงาน ทำให้ทุกคนต้องออกมาทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ประเทศไทยไม่กระทบเท่าไร เพราะมีสัดส่วนการค้ากับรัสเซียน้อย ภาคการเงินเรายังเข้มแข็ง แต่ราคาพลังงานที่เร่งสูงขึ้น อาจทำให้เราสะดุดบ้างแต่ไม่มาก”

ตรึงดอกเบี้ย 0.50% ชี้ขึ้นอาร์พียังไม่ใช่ทางออก

นายปิติกล่าวว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้น โดยตัวเลขเดือน ก.พ.อยู่ที่ 5.2% สูงกว่าคาดมาจากสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่บานปลาย และคาดว่าในไตรมาสที่ 2 และ 3 เงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอีกจากฐานของราคา และแรงกดดันที่มีอยู่

แต่หากดูผลระยะปานกลางภายใต้นโยบายการเงินที่จะส่งผลในอีก 1 ปี สามารถมองทะลุผ่านปัจจัยราคาที่ผันผวนระยะสั้นได้ เนื่องจากผลนโยบายการเงินจะมีอีก 1 ปี ซึ่งแนวโน้มเศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัว หากจะฉุดเศรษฐกิจลงมาแรง ๆ เพื่อดึงเงินเฟ้อลงมาจะไม่คุ้ม และโดยรวมคาดว่าเงินเฟ้อจะปรับลดลงในปี’66 ทำให้สามารถคงอัตราดอกเบี้ยได้ 0.50% ต่อปี

“นโยบายดอกเบี้ยถือเป็นต้นทุนการเงินของทั้งระบบ เพราะเริ่มต้นดอกเบี้ยระยะสั้น ซึ่งเป็นผลตอบแทนเงินฝาก หุ้นกู้ พันธบัตร ซึ่งดอกเบี้ยขั้นต้นและทอดไปสู่ต้นทุนการเงินทั้งระบบ เช่น การกู้ยืม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่กระทบวงกว้าง จึงต้องชั่งน้ำหนักให้ดี แต่ถามว่าหากเราขึ้นดอกเบี้ยแรงพอ เพื่อลดเงินเฟ้อได้ แต่ตอนนี้เรายังไม่อยากทำนโยบายหรือเป็นทางออกกับปัจจัยที่เกิดขึ้นชั่วคราว”

ขณะที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ที่มีลักษณะหวือหวา แม้ว่าตลาดจะคาดการณ์เฟดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 5-6 ครั้ง โดยดอกเบี้ยไปอยู่ที่กว่า 2% แต่หากดูผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Bond Yield) อายุ 2 ปี ยังอยู่ที่ประมาณ 2% ส่วนของไทยอยู่ที่ 0.7-0.8%

โดยมองไปข้างหน้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะยังไม่กระทบฟันด์โฟลว์ไหลออก และอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนหนึ่งมาจากนักลงทุนให้ความสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งเศรษฐกิจไทยกำลังทะยานขึ้น โดยที่สหรัฐมีการคาดการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวลง