เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
Real Estate SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
ดูทั้งหมด

เปิดบทเรียน สอบตกย้ายพรรค “ปรพล” ก่อรวมไทยสร้างชาติ สอบซ้ำสมัยหน้า

15 เม.ย. 2565 | 08:30น.
ปรพล อดิเรกสาร
คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ
ผู้เขียน : ปิยะ สารสุวรรณ

บนม้านั่ง “พรรคสำรอง” ชื่อของ “รวมไทยสร้างชาติ” ถูกกล่าวขานให้เป็น “ท่อต่อ” อำนาจทางการเมืองของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ในการคัมแบ็กเก้าอี้นายกรัฐมนตรี สมัยที่สาม

“ปรพล อดิเรกสาร” กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงลูกเล่นที่ทำให้ชื่อของ “รวมไทยสร้างชาติ” ยังคงก้องอยู่ในแก้วหู

พรรคพี่-พรรคน้องพลังประชารัฐ

“รวมไทยสร้างชาติอยู่ในกระแสข่าวตลอด มีอะไรพิเศษให้คอยลุ้น คนนี้จะมาไหม คนโน้นจะมาไหมให้ได้พูดถึงตลอดเวลา”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เหตุผลที่ทำให้ “รวมไทยสร้างชาติ” ยังถูกพูดถึงไม่เงียบหาย เพราะ “แรมโบ้” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ก่อตั้งพรรค ที่ยังมีชื่ออยู่ในกระแสข่าวทั้งด้านบวก-ด้านลบ จนได้รับชื่อเล่นว่าเป็น “พรรคแรมโบ้”

“ท่านบอกว่า อย่าไปเรียกว่า พรรคแรมโบ้ แต่ท่านอยู่ในกระแสข่าวไง จับประเด็นอะไรก็เป็นข่าวตลอด”

ชื่อ “บิ๊กเนม” ที่ถูกพาดพิงเป็น “บิ๊กเซอร์ไพรส์” ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไล่ตั้งแต่ “บิ๊กฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย จนถึง “บิ๊ก ต.” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งย้ายสำมะโนครัวออกจากพรรคพลังประชารัฐมาหมาด ๆ

“ก็รอดู คงมีตามที่พี่แรมโบ้ประกาศไป (เดือนกรกฎาคม) แต่ขอเวลาอีกนิดหนึ่ง ให้เราจัดบ้านให้เรียบร้อย สวยงามน่าอยู่ก่อน ก่อนจะเชิญแขกมาอยู่”

อีก 1 บิ๊กเซอร์ไพรส์ คือ “แคนดิเดตนายกฯ” ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่พร้อมจะชูชื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” แม้วันนี้ตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ

“แน่นอนอยู่แล้ว จุดยืนของพรรคได้ประกาศไปแล้ว ว่า หนึ่ง ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ สอง สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯอีกสมัย”

ในช่วงนั้นกระแส “พรรคสำรอง” เริ่มหนาหูขึ้น หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ออกอาการ “เพลี่ยงพล้ำ” ทางการเมือง-ความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐถล่มเข้าใส่
ทว่า “ศิษย์เก่าพรรคพลังประชารัฐ” มองว่าอาจจะบังเอิญกันพอดี เพราะรวมไทยสร้างชาติเตรียมเดินหน้าตามไทม์ไลน์

“เราเป็นพรรคคู่ขนาน เป็นพันธมิตรกัน เราไม่ได้มาแข่งกัน เรามาช่วยเสริมซึ่งกันและกัน เราสนับสนุนนายกฯคนเดียวกัน เป็นพรรคพี่พรรคน้อง”

อยู่ฝั่งรัฐบาลชิงความได้เปรียบ

“ปรพล” วิเคราะห์ว่า ในสถานการณ์ที่มีพรรคการเมืองเป็นตัวเลือกประชาชนมากขึ้น ต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น ต้องส่งทีมวิจัยเดินเท้าเคาะประตูทุกหลังคาเรือน

“ต้องส่งทีมวิจัยลงไปเดินเท้า ลงไปสำรวจ ลงไปถามความต้องการของชาวบ้านจริงจัง ไม่ใช่การสุ่มลงไปทำไม่กี่หลังคาเรือน ไม่ได้ ต้องลงไปลึก-ลงไปคลุกคลี ไปเห็นความเป็นอยู่ของชาวบ้านจริง ๆ ว่าเดือดร้อนเรื่องอะไร ต้องรู้ปัญหาอย่างลึกซึ้ง ถึงจะเข้าไปถึงคะแนนที่คาดหวังว่าจะได้จากคนเหล่านี้ จะคิดในห้องแอร์ 2-3 ข้อและประกาศออกมา มันหมดสมัย”

“การช่วงชิงคะแนนจากประชาชนสมัยนี้ไม่ง่ายเหมือนสมัยก่อน เค้กมีอยู่เท่าเดิม แต่ตัวแบ่งเยอะขึ้น สุดท้ายก็กลับมาที่จุดแข็งของผู้สมัคร นโยบายของพรรค ประกาศมาแล้วโดนใจประชาชนไหม ถ้าพรรคการเมืองสามารถ offer นโยบายที่โดนใจประชาชนได้ ผมว่าคะแนนก็ไม่หนีไปไหน”

“ทำไมสมัยก่อนไทยรักไทยถึงเข้าถึงประชาชนได้ดีมาก เพราะประกาศนโยบาย 3 ด้าน แก้ปัญหาความยากจน แก้ปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น”

“ประกาศออกมาปุ๊บ โดนใจประชาชน ซึ่งตอนนั้นไทยรักไทยมีทีมลงไปวิจัย ลงไปสำรวจทุกหมู่บ้าน ความต้องการคืออะไร แล้วเอามาประมวล วิเคราะห์ สกัดออกมาเป็นนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค วันนี้ยังถูกพูดถึงอยู่ กองทุนหมู่บ้าน พักหนี้เกษตรกร ทุกวันนี้คนก็ยังจำอยู่”

เจ้าของโปรไฟล์ 7 พรรคการเมือง-อยู่มาแล้วทุกขั้วอำนาจ ประเมินสถานการณ์ อย่างไรจึงเลือกอยู่ข้าง “ลุงตู่” ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

“แน่นอน คนเป็นรัฐบาลจะได้เปรียบ ประชาชนเห็นผลงานในช่วงที่เป็นรัฐบาล ตัว ส.ส.ฝั่งรัฐบาลก็มีผลงาน สิ่งที่รัฐบาลทำ ชาวบ้านจดจำ การดูแลทุกข์สุขของชาวบ้าน เป็นข้อได้เปรียบ นอกจากรัฐบาลไม่มีผลงานอะไรเลย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้ามีผลงาน ชาวบ้านไม่ลืมแน่นอน อยากจะให้กลับมาอีก”

เล่าเรื่องตัวเพื่อไทยหัวใจเนวิน

ก่อนที่ “ปรพล” จะเข้ามาเป็นสมาชิกในบ้านหลังใหม่-รวมไทยสร้างชาติ อดีต ส.ส.สระบุรี เพื่อไทย เล่าย้อนกลับไปถึงสาเหตุของการถูกขับออกจากพรรคเมื่อปี’52 จนถูกคนในแวดวงการเมืองหยิกแกมหยอกว่า “ตัวเพื่อไทย หัวใจเนวิน”

“เกือบสิบกว่าปีแล้วนะ ผมได้รับการทาบทามให้มาอยู่ภูมิใจไทย อยู่กันแบบพี่แบบน้อง แล้วภูมิใจไทยมีการดูแลที่ดี เอาใจใส่ดูแล ส.ส.ดีมาก ก็น่าจะเหมาะกับเรา เราต้องการพรรคที่ดูแลเราอย่างดี ถ้าพรรคดูแลเราดีในการเอาใจใส่ปัญหาของชาวบ้านก็ได้รับการดูแลอย่างดีเช่นกัน ผมก็เลยตัดสินใจเด็ดขาด แล้วก็ออกมาเลย มาประชุมพรรคกับเขาเลย ที่ตึกแถวถนนพญาไทตอนนั้น”

“จะว่าเพื่อไทยดูแลไม่ดีก็คงไม่ใช่ ผมว่าแนวคิดทางการเมืองและสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ถ้าผมไปอยู่กับภูมิใจไทย ณ เวลานั้น น่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนกับพื้นที่มากกว่า เป็นเรื่องของการดูแล การจัดสรรงบประมาณ การดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ภูมิใจไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลตอนนั้นด้วย กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย คมนาคม พาณิชย์ ถ้าเรามาอยู่กับภูมิใจไทย ชาวบ้านจะได้ประโยชน์มากกว่า ก็แค่นั้น”

“ปรพล” ยอมรับว่า การอยู่พรรครัฐบาลทำประโยชน์ให้พื้นที่ได้มากกว่าอยู่พรรคฝ่ายค้าน

“แน่นอน การเอาใจใส่ด้วย การดูแล และส่วนใหญ่ในภูมิใจไทยนั้น ณ เวลานั้นก็เป็นนักการเมืองอาชีพทุกคน ทุกคนค่อนข้างจะให้เกียรติ ส.ส. ส.ส.ฝากอะไรมา ทันที ทุกเรื่อง ดูแลดำเนินการให้หมด คือไม่ต้องถามซ้ำ”

ช่วงรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกว่า 2 ปี หลังจากเพื่อไทยมีมติขับออกจากพรรค “เวลาโหวตในสภาก็นั่งฝั่งภูมิใจไทย โหวตให้ฝั่งรัฐบาล”

งูเห่ารุ่นพี่ ถึงงูเห่ารุ่นน้อง

เจ้าของ “ตำนานงูเห่า” เปรียบเทียบความต่างระหว่าง “งูเห่ารุ่นพี่” กับ “งูเห่ารุ่นน้อง” ในยุคนี้ว่า งูเห่าตอนนั้นอาจจะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่ได้มีมากเหมือนในปัจจุบัน ตอนนั้นกระแสงูเห่ายังไม่ค่อยแรง

“สมัยนั้นเราไม่พูดถึงเรื่องพวกนี้ (ตัวเลข 20 ล้าน 30 ล้าน) เลยนะ มาด้วยใจ มองประชาชนเป็นตัวตั้ง จริง ๆ ส.ส.มีเอกสิทธิ์ มีอิสระในการโหวต แม้จะเป็นฝ่ายค้านก็มีสิทธิที่จะโหวตให้ฝ่ายรัฐบาลได้ ถ้าฟังแล้วนโยบายรัฐบาลดี ฝ่ายค้านก็สามารถโหวตให้กับรัฐบาลได้”

นอกจาก “รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ” แล้ว ปัจจัยกำเนิด “ตำนานงูเห่า” จากคำบอกเล่าของ “ปรพล” คือ เรื่องของการดูแล การจัดสรรงบประมาณ และการดูแลปัญหาในพื้นที่

“ส.ส.ต้องการอยู่ 2 อย่าง คือ การโยกย้ายคน ข้าราชการ กับ งบประมาณ เป็นสิ่งที่จำเป็นของการทำงานในพื้นที่”

ส่วนสาเหตุที่สมัยนี้ “งูเห่า” เดินเพ่นพ่านมากขึ้นกว่ายุคก่อน แม้การโยกย้ายคน-ข้าราชการ การแปรญัตติงบประมาณทำได้ยากขึ้น เขาวิเคราะห์ว่า

“ผมคิดว่าอยู่ที่การช่วงชิงการนำ รัฐบาลต้องการให้เสียงขาด ห่างจากฝ่ายค้านมาก ๆ และบางที ส.ส.ก็ต้องการอยู่ข้างรัฐบาล เพราะ หนึ่ง เป็นศูนย์กลางอำนาจที่จะเข้าไปดูแลปัญหาชาวบ้านในพื้นที่ได้ เป็นฝ่ายค้านก็เหนื่อย ในการประสานงาน ในการทำงานในพื้นที่ ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาล เป็นรัฐบาลยังไงกลไกของรัฐก็สามารถลงไปช่วยดูแลปัญหาของประชาชนได้ ถ้าเป็นไปได้ ส.ส.ก็อยากจะอยู่เอียงข้างกับฝั่งรัฐบาลมากกว่า เป็นเรื่องธรรมชาติของการเมือง”

“เห็นมากขึ้นในช่วงนี้เป็นเรื่องปกติ ช่วงของปีสุดท้ายของรัฐบาล ส.ส.ส่วนใหญ่คงคิดว่า อะไรที่สามารถทำประโยชน์ให้กับพื้นที่ได้ก็ต้องรีบทำ เพื่อสร้างผลงานออกมาให้ประชาชนจดจำว่า ส.ส.ท่านนี้ได้ฝากผลงานอะไรไว้บ้าง ก็เป็นธรรมดาที่ ส.ส.กลุ่มนี้ก็จะมาช่วยโหวตให้รัฐบาล เพื่อให้ตัวเองได้มีผลงาน ได้รับการดูแลที่ดี เป็นเรื่องธรรมชาติเลย”

“ปีแรก ๆ อาจจะเหนียมอายอยู่ นี่ปีสุดท้าย เปิดหน้าแล้ว ไม่ต้องเกรงใจกันแล้ว เพราะทุกคนก็ไม่อยากสอบตก ทุกคนก็อยากกลับมาเป็นผู้แทนฯ การอยู่ข้างฝั่งรัฐบาลก็ถือว่าชิงความได้เปรียบในการดูแลประชาชน การสร้างผลงานในพื้นที่”

ถอดบทเรียนงูเห่า-เลือกข้างบิ๊กตู่

“ปรพล” ไม่ขอชำระประวัติศาสตร์หลังจากถูกจารึกว่าเป็น “ตำนานงูเห่า” ก่อนจะถอดบทเรียนที่ได้รับหลังจากย้ายค่าย-สลับขั้ว ซึ่งการเลือกตั้งในเวลาต่อมา “สอบตก” จากพรรคร่วมรัฐบาลกลายไปเป็นพรรคฝ่ายค้านกับประชาธิปัตย์

“เหตุการณ์มันเกิดไปแล้ว เราก็รับสภาพนะตอนนั้น เราไม่ได้ไปว่าใคร ใครจะเรียกเราว่าเป็นงูเห่า ก็เป็นสิทธิของเขา แต่ว่าเรามีเหตุผลของเรา ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองในการออกมา เราไม่ก้าวล่วง เคารพสิทธิของแต่ละท่าน ถ้าท่านอยู่ฝ่ายค้านและจะไปโหวตให้รัฐบาลก็เป็นเรื่องของท่าน เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.”

“ผมมาอยู่ภูมิใจไทยตอนนั้นก็มีเหตุผลส่วนตัวของผม บางคนอาจจะไม่ชอบ อาจจะไม่ยอมรับ อาจจะมีบางคนอีกฝ่ายเห็นด้วยก็เป็นเรื่องปกติทางการเมือง ส่วนชาวบ้านในพื้นที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เป็นเรื่องธรรมดา มีสองข้างตลอด สองมุมตลอดทางการเมือง ไม่มีอะไรตรงกลางหรอก เราก็เตรียมใจอยู่แล้ว รับสภาพอยู่แล้ว”

“ปรพล” ถอดบทเรียนการ “สอบตก” ครั้งนั้นว่า การออกจากเพื่อไทยมาอยู่กับภูมิใจไทยก็มีส่วน แฟนคลับเดิมยังรักไทยรักไทยอยู่ พลังประชาชนอาจจะไม่ตามมา พูดตรง ๆ กระแสนิยมของภูมิใจไทยยังจุดไม่ติด

“ผมมั่นใจ (ครั้งนี้เลือกข้างถูก) ทางการเมืองอะไรจะเกิดก็เกิด เราทำดีที่สุด จะเป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐบาล ทุกอย่างอยู่ที่ผลคะแนนเลือกตั้งออกมา หายุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในการสร้างคะแนนนิยมให้ได้มากที่สุด”