คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
วันก่อนคุณอาทิตย์ นันทวิทยา ซีอีโอบริษัทเอสซีบี เอ็กซ์ “ยานแม่” ของธนาคารไทยพาณิชย์มาบรรยายที่หลักสูตร ABC
เนื้อหาหลัก คือ เรื่องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินของธนาคารไทยพาณิชย์
คุณอาทิตย์คิดและทำแบบค่อยเป็นค่อยไป
โครงสร้างเรื่อง “ยานแม่” ที่นำธนาคารไทยพาณิชย์มาอยู่ใต้ “เอสซีบีเอ็กซ์” นั้น เขาคิดมานานแล้ว
เพราะเห็นสัญญานว่า “ฟินเทค” กำลังจะดิสรัปต์ธุรกิจการเงินแบบธนาคารดั้งเดิม
แต่ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การทำให้บอร์ดบริหารเห็นด้วยก่อน
เรื่องนี้เป็นงานศิลปะครับ
คุณอาทิตย์จะเล่าเรื่องการรุกคืบของ “ฟินเทค” ให้บอร์ดฟังเป็นประจำ
เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
ก่อนจะเสนอแผนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ทั้งที่คุณอาทิตย์สามารถอยู่เฉยๆและเสวยสุขกับตำแหน่งใหญ่ในแบงก์ไปเรื่อย ๆ จนเกษียณก็ได้
เพราะผลกำไรของแบงก์ก็ยังดีอยู่
แต่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงก่อนถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลง
“อาทิตย์” บอกว่าถ้าคนเป็น “ผู้นำ” เห็นสัญญาณว่าต้องเปลี่ยนแล้วไม่เปลี่ยน
อย่าเป็น “ซีอีโอ” ดีกว่า
ในการบริหารงานสไตล์คุณอาทิตย์ มีเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมาก
คือ เรื่องการบริหารแบบ “เหยียบคันเร่ง” ครับ
การบริหารของแบงก์นั้นค่อนข้างอุ้ยอ้าย
สิ่งแรกที่เขาทำก็คือ เพิ่ม “ความเร็ว” ของการทำงาน
เวลาลูกน้องเสนออะไรขึ้นมาพร้อมระยะเวลาดำเนินการ
สมมุติว่าเสนอมา 6 เดือน
คุณอาทิตย์จะบอกเลย
“2 เดือนได้ไหม”
หาร 3
แทบทุกโครงการจะเป็นแบบนี้
เพราะวิธีคิดแบบให้งานเสร็จ 6 เดือน กับ 2 เดือนนั้นแตกต่างกันมาก
พอเรารู้ว่ามีเวลาแค่ 2 เดือน อะไรที่ไม่จำเป็นเราจะตัดทิ้ง
กระบวนการทำงานทั้งหลายก็จะเปลี่ยนแปลง
“โจ้” ธนา เธียรอัจฉริยะ ซีอีโอของ “โรบินฮู้ด” เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี
เขาเคยเล่าให้ฟังตั้งแต่เริ่มทำ “โรบินฮู้ด”
พอรู้ว่าต้องทำแอปแข่งกับ “แกร็บ-ไลน์แมน” ที่เป็นแอประดับโลก
ทีมงานก็บอกเลยว่าต้องใช้เวลาเท่าไร
จำไม่ได้ว่าเท่าไร แต่นานมาก
คุณอาทิตย์พอรู้ปั๊บ “หาร 3” ทันที
สุดท้ายก็เสร็จทันเวลา
ตอนที่ทดลองภายในเสร็จ ทีมงานมั่นใจก็กำหนดเวลาลุย
แต่ “อาทิตย์” ที่ “หาร 3” เป็นประจำแทนที่จะเหยียบคันเร่ง
เขากลับสั่งเบรก แล้วสั่งว่าต้องทดลองแบบสนามจริงก่อน
เพราะตอนเที่ยงและตอนเย็น ออร์เดอร์จะเข้ามาพร้อมกันเยอะมาก
เขาสั่งให้ทุกสาขาของธนาคารไทยพาณิชย์สั่งอาหารมาพร้อม ๆ กันเพื่อทดลองแบบจริงๆ
เรียบร้อยครับ
แอปล่ม
กลับไปเลียแผลแก้ปัญหาอยู่พักใหญ่ก่อนเปิดได้
จนถึงวันที่เป็นการพลิกเกมครั้งสำคัญ
นั่นคือ ตอนที่โควิดระบาดหนัก และต้อง “ล็อกดาวน์”
คุณอาทิตย์บอกว่านี่คือ โอกาสที่จะช่วยเหลือคนที่อยู่ที่บ้านในการสั่งอาหาร
ตามปกติ “โรบินฮู้ด” จะไม่เก็บค่า gp กับร้านค้า
แต่เก็บค่าส่งกับคนซื้อ
วันนั้น “อาทิตย์” สั่งให้ “โรบินฮู้ด” เลิกเก็บค่าส่ง
ส่งฟรี
“โจ้” ถามว่าเริ่มเมื่อไร
“พรุ่งนี้”
เอาเลย
ไม่ต้องพร้อม มีปัญหาอะไรก็แก้ไขกัน
เรียบร้อยครับ ระบบล่ม
แต่ครั้งนี้เป็นการล่มแบบทุกคนเข้าใจ
หลังจากปรับระบบ รับไรเดอร์เข้ามาเพิ่ม
พักเดียว “โรบินฮู้ด” ก็สามารถรันตามปกติได้
และเป็นการพลิกเกมครั้งสำคัญของ “โรบินฮู้ด” ที่ทำให้ขึ้นมาอยู่ในระดับหัวแถวในวันนี้
เพราะนอกจากสร้างภาพลักษณ์แบบ “บวก-บวก” ให้กับแบงก์แล้ว
ยอดสั่งซื้อก็เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด และลดลงแค่เล็กน้อยหลังจากเริ่มคิดค่าส่งตามปกติ
ไรเดอร์สมัครเข้ามาจำนวนมากแบบไม่ต้องประกาศรับสมัคร
ร้านค้าแฮปปี้ และขอเข้าร่วมกับ “โรบินฮู้ด”
ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเพราะการตัดสินใจแบบเด็ดขาด
ไม่ “หาร 3”
แต่ พรุ่งนี้เลย!!