เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
Politics “ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ดูทั้งหมด

จับตามองประเทศไทยหลังโควิด 19 ใครคือผู้มาช่วยฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ-สถาบันการเงิน-ผู้บริโภคให้กลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง?

13 พ.ค. 2565 | 10:43น.

บทความโดย Pham Quang Minh ผู้จัดการทั่วไปของ Mambu ประเทศไทย

โควิด 19 ที่อุบัติขึ้นอีกระลอกหนึ่งได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและผู้บริโภคทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคอีกครั้ง และยังไม่มีผู้ใดยืนยันได้ว่าจะเป็นระลอกสุดท้ายหรือไม่ นับตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม จนถึงช่วงเวลาที่พี่น้องชาวไทยเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมทั้งเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศ (อันเนื่องมาจากการเริ่มผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าประเทศไทยของรัฐบาล) และหลังเทศกาลสงกรานต์เพียงไม่นาน ประเทศไทยมียอดผู้ติดเชื้อโควิด 19 กว่า 30,000 ราย ส่งผลให้จำนวนยอดผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมดนับตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด 19 สูงถึง 4.22 ล้านราย โดยมีผู้เสียชีวิตกว่า 28,800 ราย

จับตาเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โรคระบาดในประเทศไทย

จากสถิติโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงถึงร้อยละ 6 ในปี พ.ศ. 2563 และปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในปี พ.ศ. 2564 เพื่อเป็นการช่วยฟื้นฟูและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศรวมทั้งสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลง จากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีมติให้คงนโยบายด้านการเงินในการช่วยเหลือประชาชนให้รับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจและผลกระทบที่ตามมา ด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ร้อยละ 0.50 ต่อปี ถือเป็นอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดที่เคยมีในประวัติศาสตร์ 

ในปีพ.ศ. 2563 เมื่อครั้งที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดเป็นครั้งแรก ขณะนั้นประเทศมีการพึ่งพาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอัตราที่ค่อนข้างสูง โดยอยู่ที่ร้อยละ 12 ของจีดีพี โดยคิดเป็นอัตราการจ้างงานสูงถึงร้อยละ 20 ของการจ้างงานในทุกอุตสาหกรรม โดยคาดการณ์ว่าหลังสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลง แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศบังคับใช้มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan)” ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 ในการช่วยเหลือเยียวยาธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดในช่วง 2-3 ปีแรกแล้วก็ตาม ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ก็ยังคงต้องการความช่วยเหลือด้านสินเชื่ออย่างต่อเนื่องในการฟื้นตัวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูเพิ่มเติม อันประกอบด้วยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ การวางแผนการฟื้นฟูหนี้ และการขยายระยะเวลาในการปล่อยวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ไม่เกิน 500 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

อีกหนึ่งนโยบายที่ภาครัฐตั้งเป้าในปี พ.ศ. 2565 คือ “การแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน” ข้อมูลล่าสุดจากกองยุทธศาสตร์และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาคเผยให้เห็นว่า หนี้ครัวเรือน ณ สิ้นปี 2564 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้นสูงถึง 9.644 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 59.6 ของ GDP แม้ว่าภาครัฐจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือประชากรในประเทศ ความช่วยเหลือเหล่านั้นอาจไม่เพียงพอ และประชากรบางส่วนอาจยังไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือเหล่านั้นได้ ในขณะที่ภาครัฐต้องรับมือกับปัญหาหนี้เสียที่เกิดขึ้นจำนวนมาก หลังสถานการณ์โรคระบาดจบลง ความต้องการในการใช้บริการสินเชื่อของประชาชนเองจะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด โดยมีเทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งการซื้อของออนไลน์ การทำงานจากที่บ้าน รวมถึงการใช้จ่ายออนไลน์ โดยรายงาน Digital 2021 Global Overview Report ระบุว่าในปี พ.ศ. 2564 ประเทศไทยมีปริมาณการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านโมบายแบงค์กิ้งมากที่สุดในโลก โดยเป็นปริมาณที่สูงขึ้นกว่าปี พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่โควิด 19 อุบัติขึ้นถึงร้อยละ 70 จากสัญญาณดังกล่าว ธุรกิจต่างๆ จึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยการให้บริการรูปแบบต่างๆ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ บริการการเงินที่จุดขาย (Point of Sale Financing: POS) บริการซื้อก่อน จ่ายทีหลัง (Buy Now, Pay Later – BNPL) บริการให้กู้เงินด่วน และบริการเบิกเงินเดือนล่วงหน้า (Salary Advance)

การปรับพฤติกรรมและกลยุทธ์การให้บริการอาจเป็นทางรอดเพียงทางเดียวของคนไทยทั้งในฐานะผู้บริโภครวมไปถึงภาคธุรกิจ นี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) อันประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานและบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการผลักดันให้ ​Digital Payment กลายเป็นทางเลือกหลักในการชำระเงินของประเทศ สถาบันทางการเงินและ

ฟินเทคจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในระบบนิเวศนี้ โดยเฉพาะการช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัล (Digital Lending) และสร้างความหลากหลายของผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัลให้เกิดขึ้นในประเทศไทย

 

ปัจจุบันมีประชากรไทยจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อทางการเงินได้ เนื่องจากไม่มีแหล่งรายได้ที่แน่นอนหรือตรวจสอบได้ นอกจากนั้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหลายคนถูกเลิกจ้าง จึงทำให้บางส่วนต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด สถานการณ์เหล่านี้ส่งผลกระทบในแง่ลบต่อระบบเศรษฐกิจทั้งประเทศ

เพื่อช่วยเหลือประชาชนและลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน ถึงเวลาแล้วที่สถาบันทางการเงิน 

ฟินเทค รวมไปถึงผู้ค้าปลีกและองค์ต่างๆ ต้องพิจารณาการนำแพลตฟอร์มโมเดล Software-as-a-Service (SaaS) ระบบ Cloud  สำหรับโซลูชันคลาวที่มีความยืดหยุ่น ในการให้บริการด้านสินเชื่อที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ด้วยโมเดล Software-as-a-Service (SaaS) นี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อจะสามารถให้บริการด้านสินเชื่อให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องลงทุนสร้างระบบปฏิบัติการรวมถึงพัฒนาแพลตฟอร์มทั้งหมดด้วยตนเอง และอนุมัติสินเชื่อได้เพียงไม่กี่นาที นอกจากนั้นยังสามารถเลือกใช้บริการแบบ “Pay as You Grow” หรือการชำระค่าบริการตามการเติบโตของธุรกิจได้อีกด้วย

ผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัล ด้วยแพลตฟอร์มโมเดล Software-as-a-Service (SaaS) ระบบ Cloud จึงมีส่วนสำคัญในการผลักดันสถาบันทางการเงิน ฟินเทค รวมไปถึงผู้ค้าปลีกและองค์ต่างๆ ในการให้บริการเพื่อให้ประชาชนมี “การเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัล” ได้มากขึ้นและง่ายยิ่งขึ้น ด้วยบริการสินเชื่อที่ไร้รอยต่อ ผ่านโซลูชันและแพลตฟอร์มคุณภาพระดับโลก ที่จะสร้างประโยชน์ต่อทั้งระบบนิเวศ เพื่อช่วยขับเคลื่อนประเทศสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการเป็น “สังคมไร้เงินสด” ได้อย่างแท้จริงในอนาคตอันใกล้